บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 3 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการผลิตและมาตรฐานผลิตภัณฑ์เหล็ก โดยนำเสนอประเด็นเหตุการณ์อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มขึ้นมาอธิบายความคืบหน้า
บริษัทอ้างอิงความเห็นจาก 4 องค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมที่ระบุว่า ประเด็นด้านวัสดุก่อสร้างยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีข้อสรุปที่ระบุว่าเกี่ยวข้องกับการถล่มของอาคารโดยตรง
ประเด็นสำคัญที่ถูกพิจารณาในเบื้องต้นเกี่ยวข้องกับการออกแบบโครงสร้าง การคำนวณ และกระบวนการก่อสร้าง บริษัทยืนยันว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาชีพ หรือคณะกรรมการสอบสวนใด ที่ระบุว่าคุณภาพเหล็กของบริษัทเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าว
สำหรับการประเมินคุณภาพเหล็ก บริษัทระบุว่าควรพิจารณาจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบ และข้อกำหนดทางวิศวกรรม มากกว่าการพิจารณาจากประเภทของเตาหลอมหรืออุปกรณ์การผลิต
ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าโรงงานผู้ผลิตเหล็กต้องมีเตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Furnace หรือ LF) นั้น บริษัทชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นข้อกำหนดบังคับตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 24-2559 มาตรฐานกำหนดเพียงให้ผู้ผลิตต้องมีกระบวนการทำให้น้ำเหล็กบริสุทธิ์และสามารถควบคุมองค์ประกอบทางเคมีให้อยู่ในเกณฑ์ ซึ่งสามารถดำเนินการได้ผ่านหลายกระบวนการ
บริษัทยังอธิบายถึงเทคโนโลยีเตาหลอมแบบ IF (Induction Furnace) และ EAF (Electric Arc Furnace) ว่าเป็นเพียงกระบวนการหลอมเหล็ก ไม่ใช่ตัวชี้วัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์เหล็กทุกชนิดจะต้องผ่านข้อกำหนดด้านองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติทางกล และมาตรฐานความปลอดภัยเดียวกัน ทั้งตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากล ได้แก่ ASTM, JIS, EN และ BS
กรณีที่มีการอ้างอิงนโยบายปฏิรูปอุตสาหกรรมเหล็กของประเทศจีน บริษัทชี้แจงว่าการปฏิรูปดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน เพิ่มประสิทธิภาพอุตสาหกรรม และจัดระเบียบตลาดเหล็ก ไม่ได้มีนโยบายห้ามใช้เทคโนโลยีการผลิตประเภทใดประเภทหนึ่งเป็นการเฉพาะ
บริษัทให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทผ่านการรับรองตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และถูกนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างหลายประเภท ประกอบด้วย อาคารที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ โรงงานอุตสาหกรรม สะพาน ทางยกระดับ และโครงการโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ของประเทศไทย
ในตอนท้ายของแถลงการณ์ บริษัท ซิน เคอ หยวน สตีล จำกัด ระบุว่าจะดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรวิชาชีพ และทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความชัดเจน ความโปร่งใส และความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมเหล็กไทย โดยระบุว่าคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต้องได้รับการพิจารณาจากผลการทดสอบและมาตรฐานทางวิศวกรรมเป็นหลัก


