บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้ให้บริการสินเชื่อและขายฝากสินค้าแบรนด์เนมแห่งเดียวในไทยและแห่งแรกของโลก ได้ประกาศวิสัยทัศน์ในโอกาสครบรอบ 2 ปี ด้วยผลประกอบการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดสวนทางภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พร้อมตั้งเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อทะยานแตะ 400 ล้านบาทภายในปี 2569
ประเด็นสำคัญ
ปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Brandname Money กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยพบว่ามีมูลค่าสูงเกือบ 200,000 ล้านบาทต่อปี และกลุ่มแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้หันมาทุ่มทำการตลาดในไทยเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชียรองจากญี่ปุ่นและเกาหลี ปพนจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาล โดยมองว่าเพียงแค่บริษัทสามารถชิงส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ได้เพียง 1% ก็ถือเป็นมูลค่ามหาศาลแล้ว
3 โปรดักต์หลักเจาะกลุ่ม New Money ที่ดันพอร์ตโตทะยาน ปัจจุบัน
Brandname Money ให้บริการผ่านโมเดลธุรกิจ 3 รูปแบบหลัก ซึ่งครอบคลุมทุกความต้องการของคนรักแบรนด์เนม ได้แก่
- สินเชื่อเช่าซื้อ (ผ่อนไป-ใช้ไป) โดยวางเงินดาวน์เริ่มต้น 30% ผ่อนสบายนานสูงสุด 24 เดือน ดอกเบี้ยเพียง 0.99% ต่อเดือน โดยลูกค้าสามารถรับสินค้าไปใช้ได้ทันที คล้ายกับการผ่อนรถยนต์
- ผ่อนจบ-รับของ ซึ่งไม่ต้องยื่นเอกสารการเงิน ตรวจสอบเพียงบัตรประชาชนใบเดียว ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน อนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการล็อกราคาสินค้าหรือจองสินค้า (Waiting List) ไว้ล่วงหน้า และรับของเมื่อผ่อนครบ
- ขายฝาก (เปลี่ยนแบรนด์เนมเป็นทุน) โดยคิดอัตราดอกเบี้ยถูกกฎหมายไม่เกิน 1.25% ต่อเดือน รับเงินไวภายใน 1 ชั่วโมง พร้อมบริการย้ายค่าย หรือรีไฟแนนซ์จากแหล่งอื่นมาฝากไว้ที่บริษัทได้
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 สินเชื่อเช่าซื้อ (ผ่อนไป-ใช้ไป) มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มียอดปล่อยสินเชื่อสูงถึง 53-54 ล้านบาท ซึ่งโตขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัว เมื่อเทียบกับตัวเลขรวมตลอดทั้งปี 2568 ที่ 25.5 ล้านบาท
โดยการเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ของกลุ่ม New Money และกลุ่มลูกค้าอายุ 30-40 ปี ที่ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจ SME และมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องการเข้าถึงสินค้าลักชัวรีโดยไม่ต้องกระทบสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตสินเชื่อของบริษัทปรับเปลี่ยนมาเป็น สินเชื่อเช่าซื้อ 45% ขายฝาก 45% และผ่อนจบรับของ 10% จากเดิมที่เน้นบริการขายฝากเป็นหลัก
ปพน ยังกล่าวต่อว่า เพื่อยกระดับบริการและตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าในระดับมือ 1 Brandname Money ได้เปิดตัวบริการใหม่ Personal Assistant (PA) โดยทำหน้าที่เสมือนเลขาส่วนตัวที่ช่วยอำนวยความสะดวกตั้งแต่ให้คำปรึกษา ตรวจสอบราคา ดำเนินการสินเชื่อ ไปจนถึงเดินทางไปชำระเงินให้ที่ Official Shop เพื่อให้ลูกค้าได้ดื่มด่ำกับประสบการณ์การซื้อของในช็อปอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายเครือข่ายพันธมิตรร้านค้าแบรนด์เนมมือสอง จาก 40 ร้านค้า เพิ่มเป็น 70 ร้านค้าทั่วประเทศ และเปิดตัวโครงการ Agent ที่ให้ผู้ชื่นชอบสินค้าลักชัวรีสามารถสร้างรายได้เสริมด้วยการแนะนำลูกค้ามาใช้บริการสินเชื่อกับทางบริษัท
แผนคุมเข้มความเสี่ยง ดัน NPL 0% สู่การเติบโตที่ยั่งยืน
แม้พอร์ตสินเชื่อจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่จุดแข็งสำคัญที่ Brandname Money รักษาไว้ได้คือ อัตราหนี้เสีย (NPL) ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงแบบจัดเต็มเทียบเท่าสถาบันการเงิน บริษัทใช้นโยบายแบบระมัดระวัง (Conservative) โดยปฏิเสธลูกค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์เครดิตถึงกว่า 50% รวมถึงการมีระบบประเมินราคาสินทรัพย์อ้างอิงกับราคาตลาดรับซื้อคืน (Resale Market) ที่แม่นยำ เพื่อปกป้องความเสี่ยงในกรณีที่ต้องนำทรัพย์สินมาแปลงสภาพ
ก้าวต่อไป ตามหา Strategic Partner ปูทางสู่ตลาดหุ้น
สำหรับการเติบโตในระยะต่อไป Brandname Money ตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อให้แตะระดับ 400 ล้านบาทภายในสิ้นปี 2569 และมีเป้าหมายระยะยาวที่จะดันพอร์ตสินเชื่อให้ถึง 1,000 ล้านบาท เพื่อกรุยทางสู่การเสนอขายหุ้น IPO เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ได้ภายในปี 2570
ปัจจุบัน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับ Strategic Partner ประมาณ 3-4 ราย ซึ่งมีทั้งบริษัทลูกของสถาบันการเงิน (Bank), Non-bank และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) โดยบริษัทต้องการเลือกพาร์ตเนอร์เพียง 1 ราย ที่ไม่ได้แค่มีเงินทุน (Source of Fund) ดอกเบี้ยต่ำมาสนับสนุนการขยายพอร์ตเท่านั้น แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ด้านระบบหลังบ้าน หรือความเชี่ยวชาญด้านการตามหนี้ มาเสริมความแข็งแกร่งและติดปีกให้ Brandname Money สามารถเติบโตเป็นสถาบันการเงินเฉพาะทางสำหรับคนรักแบรนด์เนมได้อย่างครบวงจร

