กระแสการใช้ยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 อย่าง Ozempic, Mounjaro และ Zepbound กำลังพลิกโฉมการรักษาโรคอ้วนในสหรัฐฯ ทั้งช่วยลดน้ำหนักให้ผู้คนนับล้านและส่งผลให้อัตราคนเป็นโรคอ้วนลดลง แต่รายงานจาก The Wall Street Journal เปิดเผยว่ายากลุ่มนี้กำลังสร้างผลข้างเคียงที่ไม่คาดคิด เมื่อผู้ใช้บางรายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อสูงถึง 10% จนเข้าสู่ภาวะ ‘เปราะบาง’ (Frailty) ขณะเดียวกันพฤติกรรมการกินที่เปลี่ยนไปก็เริ่มสะเทือนธุรกิจร้านอาหารในวงกว้าง
ประเด็นสำคัญ
ชาแนล โรบินสัน หญิงวัย 30 ปีจากแอตแลนตา ใช้ยา Mounjaro มาเกือบ 3 ปี เธอลดน้ำหนักไปเกือบ 100 ปอนด์ (ราว 45 กิโลกรัม) ค่าคอเลสเตอรอลกลับสู่ภาวะปกติ และอาการของโรคถุงน้ำในรังไข่ (PCOS) ก็ดีขึ้น แต่ในเวลาเดียวกัน เธอกลับเริ่มรู้สึกอ่อนเพลียทุกวัน ร่างกายอ่อนแอ และมักรู้สึกหนาวบ่อยครั้ง “มันไม่ควรยากขนาดนี้” เธอกล่าวขณะเล่าว่าแม้แต่การเปิดขวดโหลก็ทำได้ลำบาก
รักษาโรคอ้วนด้วยการสร้างความเปราะบาง
The Wall Street Journal รายงานว่าจากชาวอเมริกัน 13 ล้านคนที่ใช้ยากลุ่ม GLP-1 ผู้ใช้บางส่วนสูญเสียทั้งไขมันและมวลกล้ามเนื้อไปพร้อมกัน โดยการวิเคราะห์ที่เผยแพร่โดยสมาคมโรคเบาหวานสหรัฐฯ (American Diabetes Association) ระบุว่ายากลุ่มนี้สามารถทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้รวดเร็วและรุนแรงถึง 10% ซึ่งเทียบเท่ากับการแก่ตัวขึ้นกว่า 10 ปี
แม้การลดน้ำหนักด้วยการคุมอาหารทั่วไปก็ทำให้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อเช่นกัน แต่ขนาดของการสูญเสียในระยะเวลาสั้นจากยา GLP-1 อาจนำไปสู่สามารถนำไปสู่ภาวะร่างกายอ่อนแอ ขาดความมั่นคงในการทรงตัว และ การควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายแย่ลง อีกความกังวลคือการสูญเสียมวลกล้ามเนื้ออาจทำให้ระบบเผาผลาญทำงานช้าลง จนน้ำหนักกลับมาเพิ่มอีกครั้ง
แดเนียล กรีน นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย หนึ่งในผู้ร่วมวิเคราะห์ ระบุว่า “เรากำลังรักษาโรคอ้วน ด้วยการทำให้ร่างกายเปราะบางลง” โดยผู้ใช้ยาในช่วงแรกมักรู้สึกดีเพราะไขมันลดลง แต่ไม่นานก็จะเริ่มรู้สึกอ่อนแรงและเหนื่อยล้า
เขายังเน้นว่าการออกกำลังกายแบบฝึกความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอสามารถชะลออัตราการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเสนอติดตลกว่า “บนกล่องยาน่าจะเขียนกำกับไว้ว่า ต้องใช้ควบคู่กับการฝึกความแข็งแรง”
The Wall Street Journal ยังรายงานกรณีของ เรย์นา คิงส์ตัน วัย 30 ปีจากเดนเวอร์ ผู้ใช้ยา Zepbound ที่บอกว่าหลังฉีดยาแต่ละครั้งเธอเหนื่อยล้าจนทำได้แค่งานพื้นฐาน คนรักของเธอต้องนำอาหารมาให้ถึงเตียงเพราะอ่อนแรงเกินไป ขณะที่แพทย์ผู้สั่งยาไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องการรักษามวลกล้ามเนื้อ “ฉันต้องพึ่งฟอรัมบน Reddit เพื่อทำความเข้าใจว่าร่างกายของฉันกำลังเกิดอะไรขึ้น” เธอเล่า ก่อนหยุดยาในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
บริษัทยาตอบโต้ พร้อมพัฒนายาทดแทน
ด้านบริษัทผู้ผลิตยา Eli Lilly เจ้าของ Zepbound ยืนยันว่ายาควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ พร้อมกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายในระยะยาว โดยอ้างแนวทางของ FDA ที่ระบุว่าควรใช้ ‘ควบคู่กับการเพิ่มกิจกรรมทางกาย’ ส่วน Novo Nordisk ผู้ผลิต Wegovy ระบุว่าจากการศึกษาทางคลินิก ผู้ใช้ยาไม่ได้สูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Eli Lilly ระบุว่าผู้ใช้สูญเสียไขมันมากกว่ามวลกล้ามเนื้อถึง 3 เท่า
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อในอัตราเช่นนี้อันตรายเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่อายุเกิน 50 ปี ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน หรือผู้ที่เคลื่อนไหวได้จำกัด เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บมากขึ้น ขณะที่ผู้สูงอายุชาวอเมริกันจะเบิกยา GLP-1 ผ่านระบบประกัน Medicare ได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้
ปัจจุบันบริษัทยายังเร่งพัฒนายาลดน้ำหนักรุ่นใหม่ที่มุ่งรักษาหรือเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อด้วย โดย Boehringer Ingelheim จากเยอรมนีเพิ่งประกาศผลที่น่าพอใจจากยาในกลุ่มนี้ ส่วน Eli Lilly ก็ยุติการทดลองยาในลักษณะเดียวกันไปเมื่อกันยายนปีก่อน
นอกจากนี้ Novo Nordisk ยังนำเสนอข้อมูลจากที่ประชุม European Congress on Obesity ว่า Wegovy ขนาดสูง 7.2 มิลลิกรัม สามารถลดน้ำหนักผู้ใช้ได้เฉลี่ย 27.7% โดย 84% ของน้ำหนักที่ลดลงมาจากไขมัน ขณะที่มวลกล้ามเนื้อยังคงอยู่
พฤติกรรมการกินเปลี่ยน สะเทือนธุรกิจร้านอาหาร
นอกจากผลข้างเคียงต่อร่างกาย กระแสการใช้ยา GLP-1 ยังเริ่มสะเทือนธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากผู้ใช้ยากินน้อยลงและออกไปทานข้าวนอกบ้านน้อยลง โดยผลสำรวจของ Gallup พบว่าชาวอเมริกันกว่า 12% ใช้ยา GLP-1 เพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มจาก 6% ในต้นปี 2024 ขณะที่นักวิเคราะห์ของ JP Morgan คาดว่าตัวเลขอาจพุ่งถึง 30 ล้านคนภายในปี 2030 จากปัจจุบันราว 10 ล้านคน
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell) ที่ศึกษาครัวเรือน 150,000 ครัวเรือนพบว่า ครัวเรือนที่มีสมาชิกใช้ยา GLP-1 ลดการใช้จ่ายในร้านฟาสต์ฟู้ด ร้านกาแฟ และร้านอาหารบริการด่วนลง 8% ภายใน 6 เดือนแรกหลังเริ่มใช้ยา ขณะที่ร้านอาหารหลายเครือ เช่น Cheesecake Factory, Texas Roadhouse และ Papa John’s เริ่มระบุยากลุ่มนี้เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจในรายงาน
หลายร้านอาหารเริ่มปรับตัวรับมือ โดย McDonald’s เริ่มประชาสัมพันธ์ปริมาณโปรตีนในเมนู เพราะผู้ใช้ GLP-1 พยายามเพิ่มโปรตีนเพื่อป้องกันมวลกล้ามเนื้อลดลง ด้าน Panera Bread ซึ่งสำรวจพบว่าลูกค้าของตนใช้ยา GLP-1 สูงถึง 17% เริ่มออกเมนูสำหรับคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ เช่น สลัดอบใส่ขนมปังอิตาลีและโปรโมชั่นแซนด์วิชครึ่งชิ้น ขณะที่ Olive Garden ที่ขึ้นชื่อเรื่องเบรดสติ๊กไม่อั้น ก็เปิดตัวเมนูพอร์ชั่นย่อม ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้กลับมาใช้บริการบ่อยขึ้น แม้กำไรต่อเมนูจะลดลงก็ตาม
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลที่สุดคือการใช้ยา GLP-1 อย่างไม่เหมาะสม ทั้งในกลุ่มที่ไม่ได้เป็นโรคอ้วนหรือเบาหวานแต่ใช้ยาเพื่อลดน้ำหนักเล่นๆ และการขายผ่าน Telehealth หรือ Medical Spa ที่ไม่ได้ตรวจร่างกายผู้ป่วยจริง โดยข้อมูลของ FDA ในปี 2023 พบว่าผู้ใช้ Ozempic และ Mounjaro รายใหม่กว่าครึ่งไม่ได้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า การขาดการควบคุมดูแลที่เข้มงวด ยิ่งทำให้ปัญหานี้เลวร้ายลงไปกว่าเดิม
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.58 บาท ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2569
ภาพ: MotionPixxle Studio / Shutterstock
อ้างอิง:
- https://www.wsj.com/business/hospitality/glp-1-users-are-taking-a-bite-out-of-the-restaurant-business-9655b177
- https://www.wsj.com/health/pharma/glp-1-weight-muscle-loss-frailty-ca277a24

