กรมการปกครองสั่งการด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เร่งให้อำเภอและฝ่ายปกครองลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ลงทะเบียนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ หลังพบปัญหาการใช้งานระบบจำนวนมาก ทั้งการยืนยันตัวตนผ่าน G-Wallet ไม่สำเร็จ ขาดความเข้าใจในการใช้งานแอปฯ และประชาชนแห่ติดต่อธนาคารพร้อมกันจนเกิดความแออัด
วันนี้ (26 พฤษภาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 อนุมัติโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ เพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน พบว่าปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากประสบปัญหาในการใช้งานระบบ อาทิ การสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตนบน G-Wallet ผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ ไม่สำเร็จ รวมถึงขาดความรู้ความเข้าใจในการใช้งานแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาประชาชนเดินทางไปติดต่อธนาคารกรุงไทยพร้อมกันจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดความแออัดในหลายพื้นที่
อธิบดีกรมการปกครองจึงได้ลงนามในหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด กำชับให้อำเภอทั่วประเทศเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการร้านค้า ในการสมัครและใช้งานแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ เพื่อเข้าร่วมโครงการอย่างใกล้ชิด
พร้อมมอบหมายให้ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน (กม.) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่เชิงรุก เพื่อให้คำแนะนำ อำนวยความสะดวก และช่วยเหลือประชาชนกับร้านค้าที่สนใจเข้าร่วมโครงการ
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขโครงการ สามารถทยอยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้อย่างต่อเนื่อง โดยร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ ‘คนละครึ่ง พลัส’ สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ส่วนร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ สามารถลงทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ทั้งนี้ กรมการปกครองยังขอให้ร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว ตรวจสอบการยินยอมและการรับทราบเงื่อนไขผ่านแอปพลิเคชัน ‘ถุงเงิน’ ให้ครบถ้วน เพื่อให้การลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์
ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส’


