วันนี้ (25 พฤษภาคม) นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กรมการปกครองเปิดปฏิบัติการ กวาดบ้านตัวเอง พร้อมสั่งการด่วนที่สุดไปยังทุกอำเภอทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสารเสพติดในปัสสาวะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนัน แพทย์ประจำตำบล รวมกว่า 280,004 คน ตลอดจนข้าราชการ พนักงาน บุคลากรในสังกัดกรมการปกครอง และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เพื่อคัดกรองหาสารเสพติดรายบุคคลอย่างเข้มข้น
การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบาย 4 เสาหลักด้านความมั่นคง ของรัฐบาล ที่มุ่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยกรมการปกครองยืนยันหลักการสำคัญว่า หากจะกวาดบ้านคนอื่น บ้านของตัวเองต้องสะอาดเสียก่อน เนื่องจากกำนันและผู้ใหญ่บ้านถือเป็นกลไกสำคัญของรัฐในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในระดับหมู่บ้านและชุมชน
อธิบดีกรมการปกครองระบุว่า ได้สั่งการให้นายอำเภอทั่วประเทศจัดประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคง พร้อมกำชับแนวทางการปฏิบัติงานแก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และฝ่ายปกครองในพื้นที่ โดยให้มีการสุ่มตรวจสารเสพติดแบบไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อสร้างมาตรฐานและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้ ยังได้ถ่ายทอดข้อสั่งการจากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด โดยเฉพาะมาตรการด้านการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งประกอบด้วย 4 แนวทางสำคัญ ได้แก่
- ยกระดับมาตรการปิดกั้นพื้นที่ชายแดน (SEAL ชายแดน) เพื่อสกัดการลักลอบลำเลียงยาเสพติดและสารตั้งต้น ผ่านการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัดอย่างเข้มงวด บูรณาการกำลังร่วมระหว่างตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร ฝ่ายปกครอง ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน รวมถึงการประสานความร่วมมือกับพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน
- เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเสี่ยง นักเสพหน้าใหม่ และกลุ่ม วัยรุ่นนักบิน ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งถูกใช้เป็นเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด
- ส่งเสริมกระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติด ผ่านแนวทาง 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด หรือ 1 อำเภอ 1 ศูนย์พักคอยผู้ผ่านการบำบัด เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
- ยกระดับมาตรการป้องกันในระดับพื้นที่ โดยใช้ภาคประชาชน อาทิ ชรบ. และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เป็นกำลังหลักในการเฝ้าระวัง ตรวจตราหมู่บ้าน และลาดตระเวนร่วมกับฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในทุกพื้นที่
อธิบดีกรมการปกครองกล่าวเพิ่มเติมว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับมาตรการเชิงรุก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน และร่วมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังร่วมกับทุกภาคส่วน ภายใต้นโยบาย บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ตามนโยบายของอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย


