×

​ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ‘แอม ไซยาไนด์’ คดีวางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ชี้พยานหลักฐานโจทก์มัดแน่น

โดย THE STANDARD TEAM
30.04.2026
  • LOADING...
ภาพ สรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ ขณะถูกเบิกตัวในศาลอาญาเพื่อรับฟังคำพิพากษาคดี

วันนี้ (30 เมษายน) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ 526/2568 ซึ่งพนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์ หรือ แอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลยในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากกรณีการวางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิง กานดา หรือ ผู้กองนุ้ย อดีตสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.ไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

 

ในวันนี้ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้เบิกตัวสรารัตน์จากเรือนจำมายังศาล โดยจำเลยสวมแว่นตาสีดำและหน้ากากอนามัยสีชมพู มีท่าทีปกติและสีหน้าเรียบเฉยตลอดการรับฟังคำพิพากษา ซึ่งใช้เวลาในการอ่านประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ ในชั้นศาลจำเลยได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยอ้างหลักฐานถิ่นที่อยู่

 

ศาลได้พิเคราะห์พยานหลักฐานอย่างละเอียด โดยพบว่าจำเลยและผู้ตายมีความรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน ในวันเกิดเหตุ (9 สิงหาคม 2565) ทั้งสองได้เดินทางไปดูดวงที่อาศรมแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร พยานบุคคลซึ่งเป็นร่างทรงยืนยันว่าจำเลยมีพฤติกรรมเดินไปมาด้วยความเร่งรีบ และพูดแทรกขอให้ผู้ตายรีบเดินทางกลับ ก่อนที่ทั้งสองจะออกจากอาศรมด้วยรถยนต์ของผู้ตายในเวลา 19.00 น.

 

​ต่อมาเวลา 22.00 น. พยานซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ตายให้การว่า ได้วิดีโอคอลพูดคุยกัน โดยผู้ตายได้แสดงแก้วน้ำเปล่าเพื่อยืนยันว่าไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกทั้งพยานยังพบเห็นหญิงสาวรูปร่างอ้วน ขาว ตัวเล็ก นั่งอยู่ตรงข้ามผู้ตาย จนกระทั่งเวลา 22.23 น. ผู้ตายได้ส่งข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์แจ้งว่ากำลังขับรถเดินทางกลับจังหวัดกาญจนบุรี

 

 

ต่อมาเวลา 23.00 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบรถยนต์ของผู้ตายประสบอุบัติเหตุตกข้างทาง โดยผู้ตายหมดสติอยู่ในตำแหน่งคนขับขณะที่เครื่องยนต์ยังติดอยู่ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผลการชันสูตรเบื้องต้นระบุสาเหตุจากระบบไหลเวียนเลือดและการหายใจล้มเหลว แต่การตรวจสอบเชิงลึกในภายหลังพบจุดจ้ำเลือดสีดำบริเวณปอดกว่า 10 ตำแหน่ง และผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีชมพู

 

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านเคมียืนยันว่าลักษณะดังกล่าวตรงกับผู้ที่ได้รับสารพิษไซยาไนด์ ประกอบกับผู้ตายมีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัว ศาลจึงมองว่าการเสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเป็นไปได้ยาก

 

ด้านข้อต่อสู้ของจำเลยที่อ้างว่าในวันเกิดเหตุไม่ได้พบผู้ตาย แต่ไปรับบุตรและพักอาศัยอยู่กับ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามี ที่จังหวัดนครปฐม ศาลมองว่าคำให้การของอดีตสามีไม่มีน้ำหนักเพียงพอ เนื่องจากเชื่อว่าเป็นการให้การเพื่อช่วยเหลือจำเลย

 

นอกจากนี้ ตำรวจยังสืบทราบประวัติการสั่งซื้อสารไซยาไนด์ของจำเลยผ่านไรเดอร์ ซึ่งจำเลยอ้างในชั้นสอบสวนว่าสั่งมาให้ผู้อื่นใช้ขัดสีรถ ถือเป็นข้ออ้างที่มีพิรุธและไม่น่าเชื่อถือ เมื่อประกอบกับพฤติการณ์ในคดีอื่น ๆ ที่โจทก์ฟ้องร้องรวม 15 คดี ซึ่งมีรูปแบบการก่อเหตุลักษณะเฉพาะที่เชื่อมโยงกับผลประโยชน์ทางการเงิน

 

ศาลจึงเชื่อมั่นโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยเป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย และได้เตรียมการวางสารไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่มหรืออาหารของผู้ตาย

 

ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า สรารัตน์มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นการกระทำผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดคือ ประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ศาลจึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงเหลือ จำคุกตลอดชีวิต ส่วนข้อหาความผิดเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นหรือฐานฉ้อโกง ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากโจทก์นำสืบเพียงประเด็นการเล่นแชร์ร่วมกัน ซึ่งยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าจำเลยมีความผิดในฐานดังกล่าว

 

​สรุปความคืบหน้าคดี แอม ไซยาไนด์ (ศาลพิพากษาแล้ว 4 คดี จากทั้งหมด 15 คดี)

 

  • ​คดีที่ 1: วางยาฆ่า ศิริพร (ก้อย) — ศาลพิพากษาประหารชีวิต
  • คดีที่ 2: วางยาฆ่า พ.ต.ต.หญิง นิภา (สารวัตรปู) — ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต (ลดโทษจากประหารชีวิต เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์)
  • ​คดีที่ 3: วางยาฆ่า นิตยา (วิศวกร) — ศาลพิพากษายกฟ้อง (หลักฐานเรื่องการครอบครองไซยาไนด์และประสงค์ต่อทรัพย์ไม่เพียงพอ)
  • ​คดีที่ 4 (ล่าสุด): วางยาฆ่า ร.ต.อ.หญิง กานดา (ผู้กองนุ้ย) — ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต (ลดโทษจากประหารชีวิต เนื่องจากคำให้การเป็นประโยชน์)
  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising