วันนี้ (30 เมษายน) ที่ ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ได้เดินทางมาเป็นประธานการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ 4/2569 โดยการประชุมในครั้งนี้มีระเบียบวาระที่สำคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล และการวางแนวทางแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังพลในบางสายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เปิดเผยถึงผลการพิจารณาในที่ประชุมว่า วาระการประชุมแบ่งออกเป็นวาระเพื่อทราบและวาระเพื่อพิจารณา โดยในส่วนของวาระเพื่อทราบนั้น เป็นการรายงานผลการดำเนินงานตามวงรอบปกติของคณะอนุกรรมการ ก.ตร. ด้านต่างๆ
อาทิ งานด้านวินัย การบริหารทรัพยากรบุคคล และการพิจารณาข้อกฎหมาย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทน ก.ตร. ตามกรอบอำนาจที่กำหนดไว้
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินความรู้ความสามารถของข้าราชการตำรวจในสายงานสืบสวนและสอบสวน เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2569
โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการลงพื้นที่ของคณะทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อรับฟังและทำความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างการทำงานจริง ซึ่งพบว่ามีข้อจำกัดและอุปสรรคในการปฏิบัติงาน จึงได้นำข้อมูลมาปรับแก้เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เป็นธรรม และมุ่งเน้นให้ข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในสายงานนี้อย่างแท้จริง ได้รับสิทธิและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพอย่างสมเกียรติ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาอนุมัติการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจนอกวาระประจำปี โดยเฉพาะในกลุ่มตำรวจหญิงสายงานป้องกันและปราบปราม เนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมกำลังพลให้กับหลายหน่วยงานหลัก อาทิ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจสันติบาล
ซึ่งการแต่งตั้งนอกวาระในครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายและแผนการดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 ถึงปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยผู้ที่ได้รับการบรรจุและผ่านการฝึกอบรมเรียบร้อยแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเพื่อรักษาสิทธิและสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มรูปแบบ
พล.ต.ท.ชัยต์พจน ระบุเพิ่มเติมว่า กำลังพลตำรวจหญิงกลุ่มนี้จะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคง โดยเฉพาะงานถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ การดูแลแขกต่างประเทศระดับ VVIP รวมถึงภารกิจสำคัญในพระราชพิธีต่างๆ ที่จะมีขึ้นในช่วงปลายปี 2569 ซึ่งล้วนต้องอาศัยบุคลากรที่ผ่านการฝึกฝนเฉพาะทางและมีความพร้อมสูงสุด
ทั้งนี้ การดำเนินงานทั้งหมดของ ก.ตร. ในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกำลังพล รองรับภารกิจสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในอนาคต ตลอดจนเป็นการสร้างมาตรฐานความมั่นคง ความเป็นธรรม และเป็นขวัญกำลังใจให้กับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างทุ่มเทต่อไป


