×

ครม. ไฟเขียว ‘ปุ๋ยธงเขียว’ ส่วนลด 2,100 ต่อครัวเรือน พร้อมแจกคูปองซื้อของ SMEs จำนวน 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์เป็นต้นไป

12.04.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกสรุปมติ ครม. อนุมัติโครงการปุ๋ยธงเขียวพลัส ลดราคาปุ๋ย 2,100 บาทต่อครัวเรือน และแจกคูปองซื้อของ SMEs 5 แสนใบ เริ่มหลังสงกรานต์

วันที่ (11 เมษายน 2569) ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ครั้งที่ 1/2569 ร่วมกับ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

 

ศุภจี กล่าวถึงการต่อยอดจากสิ่งที่ได้แถลงในรัฐสภาและนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการลดค่าครองชีพของประชาชน ควบคู่กับการดูแลต้นทุนภาคการเกษตร

 

ในระยะสั้น กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงห้างค้าปลีกค้าส่งทั่วประเทศอย่างน้อย 300 ราย ในการจัดจำหน่ายสินค้า ไทยช่วยไทย ซึ่งเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นทางเลือกในราคาประหยัด ลดสูงสุดถึง 58% รวมกว่า 3,000 รายการ และ ได้กระจายไปแล้วทั่วทั้ง 77 จังหวัด

 

สำหรับระยะต่อไป คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการเพิ่มเติม โดยจะขยายไปสู่สินค้าเอสเอ็มอีทั่วประเทศ นำผู้ประกอบการรายเล็กเข้าสู่ระบบ หากสินค้ามีคุณภาพและพร้อมจำหน่ายจะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายร้านค้าทั่วประเทศได้ทันที

 

ส่วนสินค้าที่ต้องพัฒนา จะมีการทำงานร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมในเรื่องมาตรฐาน มอก. และกระทรวงสาธารณสุข ในเรื่อง อย. เป็นต้น เพื่อยกระดับสินค้าให้สามารถจำหน่ายได้ทั่วประเทศ เป็นการดำเนินการต่อเนื่องตลอดทั้งปี ควบคู่กับการดูแลสินค้าราคาประหยัดและสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายเล็ก

 

นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนการจำหน่ายสินค้าออนไลน์ โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่างน้อย 5 แพลตฟอร์ม ได้แก่ Thailand Postmart, Nexgen, Shopee, TikTok และ LINE ซึ่งจะไม่คิดค่าธรรมเนียม (GP) ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะช่วยสนับสนุนค่าขนส่ง รวมถึงจัดทำคูปองส่วนลดจำนวน 5 แสนใบ มูลค่าใบละ 100 บาท ให้กับผู้ซื้อ

 

ทั้งนี้ จะคัดเลือกผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นผู้ผลิตจริง มีมาตรฐาน และมีความพร้อมในการจำหน่ายออนไลน์ จำนวน 2,000 ราย เข้าสู่แพลตฟอร์มดังกล่าว โดยผู้ขายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม และผู้ซื้อไม่ต้องเสียค่าขนส่ง พร้อมได้รับคูปองส่วนลด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการทดลองใช้สินค้าเอสเอ็มอี และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายขยายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในระยะต่อไป

 

ในส่วนของการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและพื้นที่ห่างไกล จะมีโครงการธงฟ้ากว่า 500 จุดทั่วประเทศ รวมถึงการจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าด้านการศึกษา เช่น ชุดนักเรียนและอุปกรณ์การเรียน โดยร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เปิดจุดจำหน่าย ณ สถานศึกษากว่า 1,000 แห่ง เพื่อช่วยลดภาระผู้ปกครองช่วงเปิดภาคเรียนในเดือนพฤษภาคม

 

พร้อมจัดตลาดนัดกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงใช้พื้นที่สถานีบริการน้ำมัน เป็นจุดจำหน่ายสินค้าเกษตรราคาประหยัดรวมถึงสินค้าเกษตรและสินค้าชุมชน เพื่อให้ผู้ซื้อและผู้ขายได้พบกันโดยตรง

 

ขณะที่สินค้าเกษตรบางรายการที่มีแนวโน้มราคาตกต่ำ จะมีมาตรการซื้อนำตลาด โดยร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงพลังงาน รับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาด แล้วกระจายต่อให้หน่วยงาน เช่น ราชทัณฑ์ และทหาร รวมถึงนำไปจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้เกิดภาระงบประมาณจากการเก็บสต็อก

 

รวมถึงในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงยาก จะใช้โครงการธงฟ้าเคลื่อนที่เริ่ม 23 พ.ค.-ก.ย. และเปิดรับรถพุ่มพวง ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 2,000 คัน และเปิดรับเพิ่มเป็น 5,000 คัน ระหว่างเดือนพ.ค.-มิ.ย. โดยสนับสนุนค่าน้ำมัน และให้ลงทะเบียนรับสินค้าไปจำหน่ายต่อ

 

ศุภจี กล่าวต่อถึงมาตรการระยะยาวด้านปุ๋ย ได้ดำเนินโครงการปุ๋ยคนละครึ่ง โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงการคลัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสหกรณ์การเกษตร (สกต.) โดยกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน ทำหน้าที่ให้ข้อมูลสูตรแม่ปุ๋ยที่เหมาะสมกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ประสานผู้ประกอบการในการจัดหาแม่ปุ๋ย และส่งต่อให้สหกรณ์การเกษตรนำไปจำหน่ายให้เกษตรกรในแต่ละชุมชน

 

พร้อมทั้งเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จาก ธ.ก.ส. โดยได้รับอัตราดอกเบี้ยในระดับครึ่งหนึ่งของอัตราปกติ เพื่อวิเคราะห์ความต้องการปุ๋ยในแต่ละพื้นที่ เนื่องจากสภาพดินมีความแตกต่างกัน และลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า

 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดด้านปุ๋ยยูเรีย ซึ่งต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยมีเรือขนส่งอย่างน้อย 5 ลำติดค้างบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สถานการณ์ปริมาณปุ๋ยมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่คาดว่าจะเพียงพอถึงเดือนสิงหาคม เหลือเพียงเดือนเมษายน ซึ่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ระหว่างการติดตามการปล่อยเรือดังกล่าว และทางผู้ประกอบการและสมาคมปุ๋ย ได้มีการเร่งหาแหล่งนำเข้าทดแทนได้เพิ่มเติมบ้างแล้วจากแหล่งอื่น เช่น มาเลเซีย และบรูไน ทำให้สถานการณ์ปริมาณปุ๋ยขยายจากเดือนเมษายนเป็นเดือนพฤษภาคม

 

ในช่วงเวลาเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมเดินทางไปเจรจาหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม และได้ทำงานร่วมกับสมาคมปุ๋ยในการปรับสูตรปุ๋ย เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอและไม่เกิดภาวะขาดแคลน

 

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค ส่งผลให้ต้นทุนแม่ปุ๋ยยูเรียปรับตัวสูงขึ้น แม้ปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์ยังขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ตรึงราคาไว้ และได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกว่า 1,000 แห่ง พบผู้กระทำผิด 48 ราย อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนหากพบการกระทำความผิดให้แจ้งมาที่จังหวัด ส่วนกลาง หรือสายด่วน 1569 เพื่อที่เราจะได้ลงไปตรวจสอบ

 

ทั้งนี้ การตรึงราคาดังกล่าวอาจดำเนินการได้ในระยะหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์จึงได้ดำเนินโครงการ ปุ๋ยธงเขียวพลัส เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนที่มีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเพิ่มการสนับสนุนจาก 200 บาท เป็น 300 บาทต่อกระสอบ จำนวน 5 กระสอบ และเพิ่มค่าซื้อเคมีเกษตร 50 บาท รวมเป็น 1,550 บาทต่อครัวเรือน

 

โดยเกษตรกรที่มีเล่มทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว) และบัตรดินดี จะได้รับสิทธิเพิ่มเป็น 6 กระสอบ พร้อมคูปองปุ๋ยอินทรีย์ 250 บาท รวมสิทธิประโยชน์สูงสุด 2,100 บาทต่อครัวเรือน

 

ที่สำคัญยังได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตปุ๋ยในการลดราคาหน้าโรงงานกระสอบละ 50 บาท เป้าหมาย 10 ล้านกระสอบ โดยดำเนินการผ่านสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันช่วยแบ่งเบาภาระต้นทุนให้เกษตรกร ให้ไทยช่วยไทย ทุกภาคส่วนช่วยกันให้ประเทศสามารถผ่านวิกฤตไปได้

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories