×

รังสิมันต์อภิปรายเดือด กล่าวหารัฐบาลโยงเครือข่ายกักตุนน้ำมัน ถอนทุนบนน้ำตาประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
10.04.2026
  • LOADING...
รังสิมันต์ โรม สส. พรรคประชาชน อภิปรายในสภาฯ กรณีเครือข่ายกักตุนน้ำมันและทุนสีเทา

ต่อเนื่องสู่วันที่ 2 ของการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวาระการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อรัฐสภา คนแรกในพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ลุกขึ้นอภิปรายคือ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้โปงเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่โยงใยกับกลุ่มทุนสีเทา ทั้งขบวนการสแกมเมอร์และการกักตุนน้ำมันเถื่อน พร้อมแฉความเชื่อมโยงระดับลึกซึ้งระหว่างเครือข่าย ‘เสี่ยตือ’ กับคนในรัฐบาล

 

 
 

รังสิมันต์เปรียบเทียบการกระทำของรัฐบาลว่าไม่ต่างจาก ‘พระยาพลเทพ’ ที่หักหลังคนในชาติ เปิดประตูเมืองต้อนรับศัตรูให้เข้ามายึดครองประเทศ เมื่อครั้งสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

 

รังสิมันต์เริ่มต้นการอภิปรายโดยชี้ให้เห็นว่าปัญหาสแกมเมอร์เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ การที่ ปปง. ยึดอายัดทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้านบาทของเครือข่าย เบน สมิธ และ ยิม เลียก เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความร้ายแรงของเครือข่ายฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับทุนสีเทาในกัมพูชา พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าหากเครือข่ายนี้มีอิทธิพลจนสามารถเข้าครอบครองบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่างบางจากได้ จะส่งผลกระทบต่อวิกฤตพลังงานในปัจจุบันอย่างไร

 

รังสิมันต์ยังวิจารณ์การให้ข้อมูลของ ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่เคยอ้างว่าสถานการณ์สแกมเมอร์ดีขึ้น โดยชี้ว่าเป็นการหยิบสถิติเพียงเดือนเดียวมาบิดเบือน ความจริงแล้วตัวเลขการแจ้งความยังสูงถึงกว่า 3 หมื่นคดีต่อเดือน ความเสียหายเฉลี่ย 1,600-1,700 ล้านบาท และในเดือนมีนาคม 2569 พุ่งสูงถึง 2,200 ล้านบาท รวมไตรมาสแรกมีความเสียหายทะลุ 5,000 ล้านบาท โดยกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนจากผู้สูงอายุมาเป็นคนวัย 21-30 ปีที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี

 

ชี้รัฐบาลอุ้มประเสริฐ ได้กลับมาเป็นรัฐมนตรี แม้ถูกรัฐบาลดำเนินคดี

 

รังสิมันต์ยกกรณี ‘ฮุยวัน เพย์’ แพลตฟอร์มการเงินที่เชื่อมโยงกับ ‘ฮุน โต’ ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา มาเป็นตัวชี้วัดความล้มเหลวของรัฐบาล โดยระบุว่าตำรวจสอบสวนกลางมีข้อมูลแพลตฟอร์มนี้ซึ่งมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาท เกือบเท่างบประมาณแผ่นดินไทย และใช้ในการฟอกเงินทั้งสแกมเมอร์และยาเสพติด แต่ปฏิบัติการ SKYFALL กลับจับได้เพียงระดับปฏิบัติการและยึดเงินได้เพียง 46 ล้านบาท

 

ขณะที่ตัวการใหญ่และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ กลับไม่ถูกขยายผล ไม่มีการขอออกหมายแดงเพื่อตามล่าตัวในระดับสากล ปล่อยให้อาชญากรใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในต่างประเทศ แตกต่างจากกรณีของประเทศจีนที่สามารถนำตัว หลี่ เซียง เจ้าของฮุยวัน เพย์ ไปดำเนินคดีได้

 

รังสิมันต์เปิดเผยความเชื่อมโยงที่น่าตกใจว่า ในยุคที่ ประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี มีการลงนาม MOU กับบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับเบน สมิธ เพื่อพัฒนาศูนย์ธุรกิจดิจิทัล โครงการนี้ถูกอ้างว่าเป็นสารตั้งต้นให้เครือข่ายของ เบน สมิธ เก็บข้อมูลม่านตาคนไทยไปกว่า 1.2 ล้านคน ผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) อย่างร้ายแรง และยังมีเนื้อหาตกลงนำ ‘ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที’ ซึ่งอาจเป็นสแกมเมอร์ระดับหัวกะทิ 500 คน เข้ามาพำนักในไทยอย่างถูกกฎหมาย

 

แม้ไชยชนกจะสั่งยกเลิก MOU และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. แต่ประเสริฐกลับได้รับรางวัลชดเชยจากนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

 

รังสิมันต์ตั้งคำถามถึงมาตรฐานจริยธรรมและการปราบปรามคอร์รัปชันของรัฐบาล โดยเปรียบเทียบกับกรณีของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่หลุดจากตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งที่คดียังอยู่ในชั้น DSI แต่ประเสริฐซึ่งถูกดำเนินคดีโดยรัฐบาลเองกลับยังได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี

 

เปิดโปงเครือข่ายเอี่ยวกักตุนน้ำมัน เป็นลูกหนี้คนในรัฐบาล

 

รังสิมันต์ได้เปิดโปงเครือข่ายของ ‘เสี่ยตือ’ ซึ่งมีคอนเนกชันกว้างขวาง ทั้งเปิดคาสิโนชายแดน เป็นฐานที่ตั้งแก๊งสแกมเมอร์ และพัวพันกับธุรกิจน้ำมันเถื่อน รังสิมันต์ระบุว่าการจับกุมโกดังเก็บน้ำมันเถื่อนที่จังหวัดอ่างทองเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พบน้ำมันหลายแสนลิตร ซึ่งบริษัทและผู้ถือหุ้นล้วนเป็นคนในครอบครัวเสี่ยตือ แต่ผ่านมา 3 สัปดาห์ รัฐบาลกลับไม่มีการขยายผลหรือดำเนินคดีกับตัวการใหญ่ ซ้ำยังกล่าวหาว่าประชาชนทั่วไปคือ ‘ไอ้โม่ง’ กักตุนน้ำมัน

 

รังสิมันต์ชี้ว่า บริษัทในเครือข่ายเสี่ยตือมีสถานะเป็นลูกหนี้ของ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มูลค่าเกินกว่า 100 ล้านบาท ผ่านสัญญาเงินกู้ 2 ฉบับ ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนพฤศจิกายน 2568 คนในครอบครัวเสี่ยตือยังได้บริจาคเงิน 1 ล้านบาทให้พรรคภูมิใจไทย ความบังเอิญเหล่านี้ทำให้รังสิมันต์ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่รัฐบาลไม่กล้าปราบปรามเครือข่ายน้ำมันเถื่อน เพราะ ‘ไอ้โม่ง’ ตัวจริงแฝงอยู่ในรัฐบาลใช่หรือไม่ เป็นการถอนทุนการเมืองของนายทุนพรรคใช่หรือไม่

 

นอกจากนี้ รังสิมันต์ยังขุดประเด็นที่นายไชยชนกเคยแฉว่ามีคนพยายามติดสินบน 40 ล้านบาทต่อเดือนเพื่อแลกกับการไม่ปราบเว็บพนันและสแกมเมอร์ โดยระบุว่าบุคคลที่ไปติดสินบนคือลูกชายของเสี่ยตือ ซึ่งเคยมีประวัติถูกจับคดีเว็บพนัน และยังเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ปล่อยกู้ให้พิพัฒน์ แต่จนถึงปัจจุบันกลับยังไม่มีใครถูกจับกุมจากกรณีสินบนดังกล่าว

 

เปรียบเป็น ‘พระยาพลเทพ’ สวมหน้ากากคนรักชาติ

 

ในระหว่างการอภิปรายได้มี สส. พรรคภูมิใจไทย เช่น ยุพราช บัวอินทร์ และ ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ลุกขึ้นประท้วงโดยอ้างว่า เป็นการใส่ร้ายป้ายสี โดย มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่ประธานในการประชุมขณะนั้น วินิจฉัยให้รังสิมันต์อภิปรายต่อไปโดยระมัดระวังถ้อยคำ

 

รังสิมันต์ได้สรุปประเด็นว่า เครือข่ายสแกมเมอร์และน้ำมันเถื่อนได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อหาเงินผิดกฎหมาย สร้างคอนเนกชันการเมือง สนับสนุนการเลือกตั้ง และเมื่อได้รัฐบาลที่ตนหนุนหลังก็ใช้อำนาจรัฐปกป้องธุรกิจและถอนทุนคืน ถือเป็นวัฏจักรอุบาทว์ที่กัดกินสังคมไทย

 

เขาวิจารณ์อย่างรุนแรงว่า ภายใต้ ‘หน้ากากคนดี คนรักชาติ’ รัฐบาลชุดนี้ได้เทครัวกลุ่มบ้านใหญ่และข้าราชการระดับสูงเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤตและความทุกข์ยากของประชาชน ปล่อยให้มีการถอนทุนการเมือง

 

“คนดีคนรักชาติแบบไหนที่เปิดประตูเมืองต้อนรับบรรดาทุนเทาให้มายึดชาติ คนดีคนรักชาติแบบไหนที่กำลังปล้นคนไทยด้วยกันเอง เพราะสิ่งที่ท่านทำไม่ต่างอะไรกับพระยาพลเทพที่หักหลังคนในชาติเปิดประตูเมืองให้กับอริราชศัตรู ไม่ว่าเวลาของผมจะเหลือในสภาฯ แห่งนี้เท่าไร แต่ขอให้ท่านได้รู้ว่าผมและพรรคประชาชนจะไม่มีวันยอมแพ้ คนที่ต้องการทำลายชาติ ทำลายหลักนิติธรรม จะไม่มีวันชนะ” รังสิมันต์ทิ้งท้าย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising