ข่าวทางการกัมพูชาบุกกวาดล้างขบวนการสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ที่กาสิโนแห่งหนึ่ง ในเมืองบาเวต ติดชายแดนเวียดนาม ซึ่งภายในมีอาคารที่ถูกใช้เป็นศูนย์สแกมจำนวน 22 หลัง และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัยรวม 2,044 คน จาก 8 สัญชาติ ถือเป็นท่าทีเอาจริงเอาจังล่าสุด ในปฏิบัติการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ของรัฐบาลฮุน มาเนต
ประเด็นสแกมเมอร์ในกัมพูชา เป็นที่เพ่งเล็งจากนานาชาติมากขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2025 ที่ผ่านมา โดยรายงานจากทางการกัมพูชาที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม พบว่าช่วงระยะเวลา 7 เดือนที่ผ่านมา ทางการกัมพูชาสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยในคดีหลอกลวงออนไลน์แล้ว 5,106 คน จาก 23 สัญชาติ ซึ่ง 4,534 คนถูกส่งตัวหรือเนรเทศกลับประเทศบ้านเกิดแล้ว
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการดำเนินการของทางการกัมพูชาในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์นั้นถูกตั้งคำถามมาโดยตลอด เนื่องจากพบข้อมูลที่บ่งชี้ในหลายกรณีว่าเป็นเพียงการสร้างภาพและมีการเตือนสมาชิกของขบวนการเหล่านี้ให้หลบหนีก่อน อีกทั้งยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ไม่มีการจับกุมหรือดำเนินคดีกับกลุ่มชนชั้นนำที่ร่ำรวย หรือผู้นำทางการเมืองที่มีความเชื่อมโยงหรือสายสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับขบวนการสแกมเมอร์เหล่านี้
แรงกดดันจากจีน-นานาชาติ
ปฏิบัติการกวาดล้างสแกมเมอร์ของทางการกัมพูชามีท่าที ‘ยกระดับ’ ชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่จีนเริ่มแสดงบทบาทประสานงานกับรัฐบาลกัมพูชา
หวังเหวินปิน เอกอัครราชทูตจีนประจำกัมพูชา เรียกร้องให้กัมพูชาเพิ่มความเข้มงวดปราบปรามอุตสาหกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้ ในระหว่างการพบหารือกับรัฐมนตรีระดับสูงของกัมพูชา เมื่อวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา
ขณะที่ หลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนที่เคยมีบทบาทติดตามการปราบปรามสแกมเมอร์ในพื้นที่แนวชายแดนไทย ก็ได้เดินทางไปเยือนกรุงพนมเปญ และพบกับซอร์ ซกคา (Sar Sokha) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของกัมพูชา ซึ่งส่งผลให้รัฐบาลกัมพูชาต้องให้คำมั่นว่า จะเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้
ที่ผ่านมา รัฐบาลปักกิ่งได้เพิ่มความพยายามในการโน้มน้าวให้กัมพูชา ลาว และเมียนมาส่งตัวชาวจีนหลายพันคนที่ถูกกล่าวหาว่าทำงานในศูนย์สแกมกลับประเทศ
โดยเมื่อเดือนที่แล้ว จีนยังได้ประกาศการประหารชีวิตหัวหน้าแก๊งอาชญากรและสมาชิกครอบครัว 11 คนที่ถูกส่งตัวจากเมียนมา และอีก 4 คนในสัปดาห์นี้
ก่อนหน้านี้ ทางการกัมพูชายังได้จับกุมและส่งตัวเฉินจื้อ เจ้าพ่อสแกมเมอร์ผู้ก่อตั้ง Prince Group ให้แก่จีน และทางการจีนได้กำหนดเส้นตายให้ผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี ยอมมอบตัวก่อนวันที่ 15 กุมภาพันธ์เพื่อแลกกับการลดโทษ
แรงกดดันจากท่าทีของจีนดังกล่าว สะท้อนผ่านข้อมูลชาวต่างชาติที่เดินทางออกจากกัมพูชา โดยพบว่าตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมจนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ มีชาวต่างชาติเดินทางออกจากกัมพูชาจำนวน 110,095 คน จาก 6 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน เวียดนาม และอินโดนีเซีย ในจำนวนนี้รวมทั้งผู้ที่ถูกเนรเทศ ตลอดจนเหยื่อและแรงงานในศูนย์สแกมที่หลบหนี
ข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของกัมพูชา พบว่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ทางการกัมพูชาได้ปฏิบัติการบุกตรวจค้นศูนย์สแกมรวม 190 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึงกาสิโน 44 แห่ง ซึ่งครอบคลุมหลายจังหวัด อาทิ สีหนุวิลล์ กำปอต กันดาล และกรุงพนมเปญ และมีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2,508 คน จาก 7 สัญชาติ รวมถึง สปป.ลาว เนปาล และมาเลเซีย
โดยทางการกัมพูชาอ้างว่าสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศพันธมิตร ทั้งสหรัฐอเมริกา จีน และเกาหลีใต้
สำหรับเกาหลีใต้ซึ่งก่อนหน้านี้ปรากฎข่าวการเสียชีวิตของพลเรือนในศูนย์สแกมกัมพูชา จนทำให้รัฐบาลเกาหลีใต้ต้องเปิดปฏิบัติการส่งเจ้าหน้าที่ไปดำเนินการช่วยเหลือและจับกุมสมาชิกขบวนการ ล่าสุดยังมีรายงานการส่งตัวผู้ต้องสงสัยชาวเกาหลีใต้ 73 คน กลับประเทศ เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา
โดยประธานาธิบดีอีแจมยอง ยังได้โพสต์ข้อความเตือนบน X ทั้งในภาษาเกาหลีและภาษาเขมร ซึ่งมีเนื้อหาแข็งกร้าว และสร้างความไม่พอใจแก่ชาวกัมพูชา โดยระบุว่า “คุณคิดว่าคำเตือนของผมที่ว่าใครก็ตามที่ยุ่งกับชาวเกาหลีจะสูญเสียทุกอย่างเป็นเพียงคำพูดลอยๆ หรือ? เมื่อสาธารณรัฐเกาหลีให้คำมั่นสัญญา ก็จะทำตามนั้นจนถึงที่สุด”
ไม่กวาดล้างชนชั้นนำเอี่ยวสแกมเมอร์
เจคอบ ซิมส์ (Jacob Sims) นักวิจัยจากศูนย์เอเชีย มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวในการสัมมนาออนไลน์ที่จัดโดยศูนย์วิจัย Stimson Centre ของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า บุคคลจำนวนมากที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชานั้นเป็น ‘ชนชั้นนำท้องถิ่น’ โดยอ้างถึงกลุ่มมหาเศรษฐีระดับสูงว่าเป็น ‘บุคคลที่แตะต้องไม่ได้’
โดยเขายินดีกับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ครั้งใหญ่ของทางการกัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ และเรียกมันว่า “ความแตกต่างที่สำคัญ” จากความพยายามและคำมั่นสัญญาในอดีต ซึ่งดูเหมือนว่า “การแสดงออกเพียงผิวเผินนี้คือเรื่องจริง” และ “มีการปราบปรามอย่างแท้จริงเกิดขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ซิมส์ มองว่า ปัจจัยหลายอย่างยังคงเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็น “การขาดการดำเนินการอย่างเป็นระบบต่อเครือข่ายของผู้ที่แตะต้องไม่ได้” ซึ่งหลายคนในเครือข่ายนี้เป็นเจ้าของหรือดำเนินการเกี่ยวกับธุรกิจฉ้อโกง
กรณีหนึ่งที่น่าสนใจซึ่งเกิดขึ้นในเดือนมกราคมที่ผ่านมา คือการจับกุมกวง ลี นักธุรกิจชื่อดังสัญชาติกัมพูชาวัย 50 ปี ที่ถูกจับกุมในเดือนมกราคมในข้อหาเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ การฟอกเงิน และการค้ามนุษย์
ขณะที่ซิมส์ มองว่าการจับกุมบุคคลร่ำรวยที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่กรณีนั้นไม่เพียงพอ
“จนกว่าความรับผิดชอบในลักษณะดังกล่าวจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้นต่อชนชั้นสูงที่ได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนี้ มันอาจถูกมองว่า เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ และไม่ใช่การตอบสนองที่ผมคิดว่า น่าจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน” เขากล่าว
กำจัดหลอกลวงออนไลน์ให้หมดภายในเมษายน
รัฐบาลกัมพูชายังตั้งเป้าหมายที่ทะเยอทะยานในการกำจัดขบวนการหลอกลวงออนไลน์ทั่วประเทศให้หมดไปภายในเดือนเมษายนของปีนี้ โดยระบุว่าพวกเขาได้เพิ่มความพยายามจาก “การปราบปราม” ไปสู่ “การกำจัดให้สิ้นซาก”
โฆษกกระทรวงมหาดไทยกัมพูชาให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นอย่าง Kiri Post เตือนว่า “หากพบว่าเมืองหลวงหรือจังหวัดใดมีเว็บไซต์หลอกลวงออนไลน์ หน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐบาล ต้องรับผิดชอบ”
ท่าทีเอาจริงดังกล่าว มีขึ้นในขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีปิดการประชุมประจำปีของกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยประกาศคำเตือนอย่างเข้มงวดต่อเจ้าหน้าที่รัฐและตำรวจ ว่าจะมีการบังคับใช้ “มาตรการที่เข้มงวดโดยไม่มีข้อยกเว้นกับทุกคนที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการหลอกลวงออนไลน์”
เขายังให้คำมั่นว่าจะ “ตัดเนื้อเน่าทิ้ง” และประกาศว่าจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ทุจริตที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์
ขณะที่ พล.ต.อ. ซอร์ เทต (Sar Thet) ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ยังได้ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการเพื่อกำจัดขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ให้หมดไปจากประเทศ โดยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำลายเครือข่ายอาชญากรที่ใช้ไซเบอร์เป็นเครื่องมือ
อ้างอิง :
- https://kiripost.com/stories/cambodia-vows-to-eliminate-online-scams-by-april-2026
- https://kiripost.com/stories/experts-urge-cambodia-to-target-elite-linked-kingpins-in-online-scam-crackdown
- https://www.abc.net.au/news/2026-02-03/mass-exodus-from-cambodian-scam-compounds/106282530
- https://cambojanews.com/interior-ministry-highlights-2025-trafficking-crackdown-amid-scam-concerns/


