การบินไทย – AOT ออกโรงสร้างความเชื่อมั่น ยืนยันสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสนิปาห์ ในบางพื้นที่ของอินเดียเท่านั้น ไม่กระทบต่อการเดินทาง ด้าน AOT งัดมาตรการรับมือเชิงรุก คัดกรองเข้มข้นมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ไม่พบการติดเชื้อ
กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสในประเทศอินเดียที่เกิดขึ้นในพื้นที่เมืองโคษิโฆษ (Kozhikode) ว่า จากการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่า การระบาดเกิดขึ้นในจุดที่เป็นเมืองบางจุดและเมืองเล็กๆ รอบนอกเท่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทั้งหมด
สำหรับในแง่ของผลกระทบต่อธุรกิจการบิน กิตติพงษ์ยืนยันชัดเจนว่า ไม่กระทบ โดยการปฏิบัติการบิน (Flight Operation) ยังคงเป็นปกติ และยังไม่เห็นผลกระทบทางด้านความต้องการเดินทาง แต่อย่างใด เนื่องจากพื้นที่ที่เกิดการระบาดอยู่ห่างไกลจากเมืองหลักที่การบินไทยทำการบิน
อย่างไรก็ตาม การบินไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยมี มาตรการคัดกรองและการป้องกันที่เข้มงวด ทั้งที่สนามบินและการปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยของทางการและหน่วยงานสาธารณสุข เช่น การสวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
รุกตลาดอินเดียต่อเนื่อง เพิ่มเป็น 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
แม้จะมีข่าวเรื่องไวรัส แต่แผนธุรกิจในตลาดอินเดียของการบินไทยยังคงเดินหน้าต่ออย่างแข็งแกร่ง กิตติพงษ์ เปิดเผยว่า ในตารางบินฤดูร้อน (Summer Schedule) ที่จะถึงนี้ การบินไทยจะเพิ่มจำนวนเที่ยวบินสู่อินเดียขึ้นไปแตะระดับ 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ครอบคลุม 7 เมืองหลัก สะท้อนให้เห็นว่าตลาดอินเดียยังคงมีศักยภาพและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในภาพรวม
กางแผนปี 69 เป้าโต 10% เน้น ‘รายได้ที่มีคุณภาพ’
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ กิตติพงษ์ระบุว่า หลังจากนำกระบวนการคิดและการทำการตลาดรูปแบบใหม่มาใช้ ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นตามลำดับ โดยเป้าหมายในปี 2569 นี้ คาดว่ารายได้จะเติบโตขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และจำนวนผู้โดยสารก็น่าจะเติบโตในระดับใกล้เคียงกันที่ 10%
สิ่งที่การบินไทยให้ความสำคัญสูงสุดไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขรายได้ แต่คือ รายได้ที่มีคุณภาพ และการสร้างผลกำไร โดยเน้นที่ Contribution Margin ซึ่งการมีเครื่องบินและเที่ยวบินเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ แต่ต้องทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการด้วยความรักในแบรนด์ ซึ่งจะส่งผลให้ Yield และกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBITDA) แข็งแรงตามมา

กิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI
เตรียมรับเครื่องบินใหม่ ดัน Capacity เพิ่ม 5%
ในส่วนของฝูงบิน และความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร (Capacity) ในช่วงซัมเมอร์นี้ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% โดยมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญดังนี้
- เครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide Body) จะทยอยปลดระวางออกไป 6 ลำ
- เครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow Body) จะเข้ามาเสริมฝูงบินประมาณ 15-16 ลำ
– เครื่องบินใหม่ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป จะเริ่มทยอยรับมอบเครื่องบิน Boeing 787-9 จำนวน 2 ลำ และตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จะเริ่มมีเครื่องบินตระกูล 787 เข้ามาเสริมทัพอีก รวมเป็น 10 ลำ
จับตาตลาดจีนฟื้นตัว ช่วงตรุษจีนยอดจองพุ่ง
สำหรับตลาดจีนซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญ กิตติพงษ์ ระบุว่า สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน ยอดจองล่วงหน้า (Booking) ดีดตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 75-80% และคาดว่า Load Factor เฉลี่ยของเส้นทางจีนในช่วงตรุษจีนจะแตะระดับ 80% ได้ ทั้งนี้ การบินไทยยังได้เปิดเส้นทางบินสู่เมืองรองที่มีศักยภาพ เช่น ฉงชิ่ง และฉางซา
รวมถึงเมืองใหม่อย่าง เซินเจิ้น เพื่อจับตลาดกลุ่มใหม่ๆ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ในด้านภาพลักษณ์แบรนด์ (Brand Perception) จากการทำ Social Listening พบว่าชาวต่างชาติให้คุณค่าและความเชื่อมั่นต่อแบรนด์การบินไทยสูงมาก ในขณะที่คนไทยเริ่มกลับมารักและชื่นชมการบินไทยมากขึ้น
โดยเสียงตำหนิลดน้อยลง และมีความรู้สึกเป็นเจ้าของที่พร้อมจะปกป้องแบรนด์เมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่มีเหตุผล
AOT รับมือ ‘ไวรัสนิปาห์’ สั่งมาตรการแยกเกต-คัดกรองผู้โดยสารจากอินเดีย ย้ำยังไม่พบผู้ติดเชื้อ
ท่ามกลางกระแสข่าวการระบาดของ ‘ไวรัสนิปาห์’ ในประเทศอินเดีย ล่าสุด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ออกมาเปิดเผยถึงมาตรการรับมือเชิงรุก โดยยืนยันว่าได้เริ่มดำเนินการคัดกรองเข้มข้นมาเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว พร้อมถอดบทเรียนจากโควิด-19 มาปรับใช้เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร
ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยถึงแผนการรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยระบุว่า AOT ได้รับแจ้งข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขและเริ่มดำเนินมาตรการเฝ้าระวังมาแล้วประมาณ 5-6 วัน หรือเกือบ 1 สัปดาห์ ซึ่งเป็นการดำเนินการก่อนที่จะเริ่มมีข่าวปรากฏตามหน้าสื่อ
โดยปัจจุบันมาตรการดังกล่าวครอบคลุมท่าอากาศยาน 3 แห่งหลักของ AOT ที่มีเที่ยวบินบินตรงจากแหล่งที่มีการระบาด ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูเก็ต
เจาะลึกมาตรการคุมเข้ม ‘แยก-ตรวจ-เคลียร์’
สำหรับรายละเอียดของมาตรการรับมือนั้น AOT ใช้วิธีการบริหารจัดการตั้งแต่เที่ยวบินลงจอด โดยเน้นไปที่เมืองที่มีการระบาดและเมืองใกล้เคียงในประเทศอินเดีย ไม่ได้เหมารวมทั้งประเทศ โดยมีขั้นตอนปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้
1. แยกสะพานเทียบเครื่องบิน (Separate Gate) จัดการแยกสะพานเทียบเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ ไม่ให้ปะปนกับเที่ยวบินปกติ
2. คัดกรองปลายทางเข้มข้น เนื่องจากไม่สามารถควบคุมการคัดกรองที่ต้นทางได้ เมื่อผู้โดยสารเดินทางมาถึงท่าอากาศยานในไทย จะถูกแยกเส้นทางเดินไม่ให้ปะปนกับผู้โดยสารกลุ่มอื่น เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง ตรวจวัดอาการ และซักประวัติอย่างละเอียดโดยทีมแพทย์ของ AOT ร่วมกับกรมควบคุมโรค
3. ทำความสะอาดทันที โดยเมื่อเที่ยวบินกลุ่มเสี่ยงใช้งานสะพานเทียบเสร็จสิ้น จะมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อทันที ก่อนที่จะอนุญาตให้เที่ยวบินอื่นเข้ามาใช้งานต่อ เพื่อป้องกันการตกค้างของเชื้อโรค

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
ถอดบทเรียนโควิด-19 สู่มาตรฐานการควบคุมโรค
ปวีณา ระบุว่า แม้ข้อมูลเบื้องต้นจะชี้ว่าไวรัสนิปาห์มีการติดเชื้อยากกว่าโควิด-19 แต่ AOT ยังคงใช้มาตรฐานความระมัดระวังในระดับเดียวกับที่ใช้จัดการกับโควิด-19 โดยมีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยงานของกรมควบคุมโรคและศูนย์แพทย์ตั้งอยู่ภายในท่าอากาศยานอยู่แล้ว ทำให้การประสานงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว
เปิดขั้นตอนปฏิบัติหากพบผู้ติดเชื้อ
ในกรณีที่ตรวจพบผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายหรือสงสัยว่าติดเชื้อ AOT มีแผนรองรับในการส่งตัวผู้ป่วยให้กับกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคทันที โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคและด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศมีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่สนามบินอยู่แล้ว พร้อมเข้าดำเนินการตรวจสอบและคัดแยกผู้ป่วยตามกฎหมายและมาตรฐานสาธารณสุข
อย่างไรก็ตาม ปวีณา ยืนยันว่า ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาดและยังไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ แต่ AOT จะยังคงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้บริการ


