×

เปิดเงื่อนไข โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost ให้วงเงินต่อรายสูงสุด 150 ล้านบาท

26.12.2025
เปิดเงื่อนไข โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Credit Boost ให้วงเงินต่อรายสูงสุด 150 ล้านบาท

วันนี้ (26 สิงหาคม) กระทรวงการคลัง ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประกาศมาตรการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เปิดตัวโครงการ ‘SMEs Credit Boost’ กลไกค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ หลังสินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่อง 13 ไตรมาส หวังดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจกว่า 1 แสนล้านบาท ภายใน 1-2 ปี ให้วงเงินต่อรายสูงสุด 150 ล้านบาท

 

เปิดกลุ่มเป้าหมาย ใครเข้าร่วมได้บ้าง?

 

‘โครงการกลไกการค้ำประกันสินเชื่อ : SMEs Credit Boost’ ที่เป็นกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ ‘สินเชื่อใหม่’ ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมาย ครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

 

{{LISTSTART}}SMEs ในภาคธุรกิจภายใต้โครงการ Reinvent Thailand (เช่น การท่องเที่ยว การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและเกษตรแปรรูป 
ยานยนต์และชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และการค้า รวมถึงธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของอุตสาหกรรมข้างต้น) และโลจิสติกส์{{LISTITEM}}SMEs และธุรกิจรายใหญ่ ที่มีแผนว่าจะนำสินเชื่อที่ได้รับ
ไปใช้ยกระดับศักยภาพธุรกิจหรือพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน (เช่น ด้านดิจิทัลเทคโนโลยี การดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมแห่งโลกอนาคต) หรือเสริมสร้างมูลค่าเพิ่ม (value added) ต่อเศรษฐกิจไทย{{LISTEND}}

 

ทั้งนี้ หากเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ ต้องแสดงให้เห็นว่าสินเชื่อที่ได้รับจะนำไปช่วยสร้างประโยชน์หรือส่งเสริม SMEs ใน supply chain ด้วย

 

โดยโครงการนี้จะจำกัดวงเงินต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาทสำหรับ SMEs และ 150 ล้านบาทสำหรับรายใหญ่ เพื่อให้ความช่วยเหลือทั่วถึง

 

ชูจุดเด่น ‘ตรงจุด-Impact-กระจาย-คล่องตัว’

 

โครงการ SMEs Credit Boost ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘ตรงจุด มี impact กระจาย คล่องตัว’ โดยมีรายละเอียด ดังนี้

 

  • ตรงจุด: เน้นกลุ่มที่เป็นฟันเฟืองใหม่ของเศรษฐกิจ
  • มี Impact: ค้ำประกันความเสียหายสูงสุด 15-30% ของพอร์ตสินเชื่อ ระยะเวลานานถึง 7 ปี
  • กระจาย: จำกัดวงเงินต่อรายไม่เกิน 100 ล้านบาทสำหรับ SMEs และ 150 ล้านบาทสำหรับรายใหญ่ เพื่อให้ความช่วยเหลือทั่วถึง
  • คล่องตัว: ธนาคารพาณิชย์สามารถอนุมัติได้ทันทีภายในโควตาที่ได้รับ ไม่ต้องรออนุมัติงบประมาณจากภาครัฐเป็นรายกรณี

 

สำหรับแหล่งเงินทุนของโครงการจะมาจากการปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ปี 2569 ของธนาคารพาณิชย์ประมาณ 20,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจัดตั้งเป็นกลไกค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งคาดว่า จะช่วยให้มีสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้นประมาณ 100,000 ล้านบาท ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า

 

วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า “ภายใต้ภาวะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้า หนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข คือ การหดตัวต่อเนื่องของสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs ที่ติดลบ 13 ไตรมาสติดต่อกัน จากทั้งความต้องการสินเชื่อธุรกิจที่ลดลง และความระมัดระวังของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อเพราะต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต (credit cost) เพิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อสนับสนุนให้สินเชื่อธุรกิจกลับมาขยายตัวได้และช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมีกลไกที่ช่วยแชร์ความเสี่ยงด้านเครดิตจากการปล่อยสินเชื่อแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ที่มีศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม”

 

“สินเชื่อ SME ของไทยติดลบต่อเนื่องกันถึง 13 ไตรมาส หรือประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่เพราะ SME มีความสำคัญต่อการจ้างงานถึง 70% และคิดเป็น 35% ของ GDP” วิทัย


READ MORE




Latest Stories