×
368747

18 กรรมการ พปชร. ยื่นลาออก ไพบูลย์ปัดยึดเก้าอี้หัวหน้าให้ประวิตร เปิดฉากศึกในสะเทือนปรับ ครม.

01.06.2020
  • LOADING...

วันนี้ (1 มิถุนายน) ที่พรรคพลังประชารัฐ อาคารปานศรี ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แถลงข่าวยื่นหนังสือถึง อุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ด้วยจดหมายลาออกจากตำแหน่ง 18 ฉบับของกรรมการบริหารพรรค 18 คน ได้แก่ 

 

  1. สันติ พร้อมพัฒน์ 
  2. ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์
  3. สุพล ฟองงาม
  4. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า
  5. บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์
  6. ไผ่ ลิกค์
  7. นิโรธ สุนทรเลขา
  8. สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ
  9. ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
  10. พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์
  11. ชาญวิทย์ วิภูศิริ
  12. สกลธี ภัททิยกุล
  13. สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์
  14. สุรชาติ ศรีบุศกร
  15. นิพันธ์ ศิริธร
  16. สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
  17. สมศักดิ์ เทพสุทิน
  18. พงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ

 

โดยหนังสือลาออกนี้มีผลตั้งแต่วันนี้ (1 มิถุนายน) เป็นต้นไป จึงจะเป็นเหตุที่ส่งผลให้จำนวนกรรมการบริหารพรรคว่างลงเกินกึ่งหนึ่ง (17 คน) ทำให้กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามข้อบังคับที่ 15 วรรค 2 และต้องเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 45 วัน ซึ่งหัวหน้าพรรคจะต้องเรียกประชุมรักษาการกรรมการบริหารพรรคเพื่อกำหนดวันประชุมใหญ่ของพรรคภายใน 45 วัน ซึ่งปกติจะมีการจัดประชุมใหญ่ทุกเดือนเมษายนก็เลื่อนมา

 

เมื่อถามถึงการลาออกครั้งนี้ว่าเป็นการบีบหรือยึดเก้าอี้หัวหน้าพรรคหรือไม่ ไพบูลย์ตอบว่า เป็นธรรมดาที่พรรคการเมืองต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ตอบสนองต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมืองและตอบโจทย์ผู้แทนของประชาชน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ก็ต้องเริ่มต้นจากภายในพรรคก่อน ส่วนจะมีผลต่อการปรับ ครม. หรือไม่ ไพบูลย์ไม่ตอบ 

 

เมื่อถามย้ำว่าการยื่นหนังสือลาออกเกิดขึ้นหลัง ส.ส. ลงมติเห็นชอบพระราชกำหนด ( พ.ร.ก.) กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทเพียงวันเดียว สะท้อนถึงปัญหากับทีมเศรษฐกิจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่ ไพบูลย์ปฏิเสธและตอบว่า วันที่ 1 มิถุนายนเป็นวันดีในการเริ่มต้นใหม่ ขณะเดียวกันเชื่อว่าไม่มีปัญหาเรื่องเอกภาพภายในพรรค เพราะการดำเนินการเป็นไปตามข้อบังคับ เป็นธรรมดาที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม ถ้าเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะทำให้พรรคเข้มแข็งขึ้น 

 

เมื่อถามย้ำอีกว่าเป็นการยึดตำแหน่งหัวหน้าพรรคหรือไม่ ไพบูลย์ไม่ตอบคำถาม กล่าวเพียงว่า ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง ส่วนเหตุผลที่กรรมการบริหารพรรคแต่ละคนลาออก ไพบูลย์ตอบว่าแต่ละคนมีเอกสิทธิ์ ก้าวล่วงไม่ได้ว่ามีเหตุผลอะไรให้ลาออก

 

เมื่อถามว่า พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จะมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ ไพบูลย์ตอบว่า ท่านเป็นผู้อาวุโสที่เป็นเสาหลักของพรรคอยู่แล้ว ส่วนการเลือกกรรมการบริหารพรรค แล้วแต่สมาชิกพรรค ตนไม่มั่นใจ ส่วนจะเป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเบอร์ 1 หรือไม่ ตนยังไม่รู้ แต่ส่วนตัวว่าเหมาะสม

 

การเปิดเกมยื่นหนังสือลาออกของทั้ง 18 กรรมการบริหาร จากจำนวน 34 คน ไม่ได้ถือว่าอยู่เหนือความคาดหมาย เพราะกระแสความต้องการปรับเปลี่ยนทีมบริหารโดยเฉพาะหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค คือ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ มีมาโดยตลอด ปรากฏข่าวเขย่าและขย่มเปิดศึกในกันอยู่เป็นระยะ วัดพลังกันเป็นระลอก โดยมีตัวละครทางการเมืองสำคัญอย่างสี่กุมารและสามมิตร ที่เคยเป็นพันธมิตรทางการเมืองร่วมกัน แต่เวลานี้ดูเหมือนจะแยกทางกันเป็นที่เรียบร้อย หากดูจากรายชื่อแกนนำสามมิตรที่มีสุริยะและสมศักดิ์ ยื่นลาออกด้วย

 

การกดดันให้มีการเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรคและแกนนำในฝั่งสี่กุมารไม่ใช่แค่เกมเปลี่ยนแปลงในพรรคเท่านั้น แต่ทว่าเป็นการเปิดหน้าเพื่อแย่งชิงเก้าอี้ใน ครม. หรือเปลี่ยนตัวพันธมิตรทางการเมืองกลุ่มใหม่

 

อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากน้อยขนาดไหน และที่สุดแล้วชื่อหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐที่สร้างความกลมเกลียวเป็นเอกภาพได้จะเป็นใคร นอกจากอุณหภูมิอากาศบ้านเมืองจะร้อนแรง อุณหภูมิการเมืองยามนี้ก็ถึงจุดเดือดไม่ต่างกัน

 

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories