ปี 2026 ไม่ใช่แค่ปีแห่งการเปลี่ยนผ่าน แต่คือปีที่โลกถูก ‘เขย่า’ จนหลายสิ่งต้องถูกเขียนใหม่ จากนโยบายสุดโต่งของมหาอำนาจ ไปจนถึงการเร่งสปีดของปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่หยุดอยู่แค่บนหน้าจอ แต่กำลังเข้ามากำกับโลกกายภาพอย่างเต็มรูปแบบ
การประชุม World Economic Forum ณ เมืองดาวอสปีนี้ จึงไม่ใช่แค่งานประชุม แต่เป็นเวทีประกาศศักราชใหม่ของระบบโลก The Secret Sauce ขอสรุป 50 บทเรียนสำคัญจาก 6 Mega-Shifts ที่จะกำหนดชะตาชีวิตและธุรกิจของพวกเราทุกคนนับจากนี้
🇺🇲 The Trump Shock เมื่ออเมริกาคือศูนย์กลางจักรวาลอีกครั้ง
นโยบายสุดโต่งของสหรัฐฯ สะเทือนเวทีโลกอีกครั้ง ตั้งแต่การต่อรองเชิงอำนาจ การหันหลังให้พลังงานสะอาด ไปจนถึงการเปลี่ยนพันธมิตรเป็นลูกค้า โดนัลด์ ทรัมป์ แสดงให้ทุกคนเห็นว่า ‘ดีล’ สำคัญกว่าความสัมพันธ์ ผ่านแนวคิด ‘America First’
🔸1. Greenland & Golden Dome: เดิมพันยุทธศาสตร์ใหม่ สหรัฐฯ รุกกรีนแลนด์ และเตรียมสร้างโล่ป้องกันขีปนาวุธ “โดมทองคำ” ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
🔸2. การทูตไวน์แลกยา: บีบฝรั่งเศสด้วยภาษีไวน์ 100% เพื่อแลกกับการให้ฝรั่งเศสขึ้นราคายาในประเทศ ลดภาระค่ายาที่คนอเมริกันต้องแบก
🔸3. เช็คบิลสวิตเซอร์แลนด์: ทบทวนภาษี 30-39% ฐานกอบโหยกำไรจากสหรัฐฯ มายาวนานโดยไม่เสียภาษีคืนให้
🔸4. NATO 5%: ความสำเร็จในการบีบพันธมิตรจ่ายค่าคุ้มครองเพิ่มเป็น 5% ของ GDP เพื่อความแข็งแกร่งของกองกำลัง
🔸5. จุดจบ Green New Deal: ประกาศเลิกแบนฟอสซิล เรียกนโยบายคาร์บอนต่ำว่าเป็น ‘เรื่องลวงโลก’ และเร่งขุดน้ำมันเพิ่มเป็นประวัติการณ์
🔸6. Realpolitik ในเวเนซุเอลา: ยอมจับมือกับเวเนซุเอลาเพื่อดูดน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรลเข้าตลาดสหรัฐฯ
🔸7. เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิต 10%: Jamie Dimon เตือนว่านโยบายช่วยผู้มีรายได้น้อยด้วยการกำหนดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไว้ไม่เกิน 10% อาจทำลายระบบสินเชื่อและเศรษฐกิจพังพินาศ
🔸8. ล้างบางระบบราชการ: ตัดข้าราชการ 2.7 แสนตำแหน่ง และกฎระเบียบ 129 ข้อ ต่อการเพิ่มกฎใหม่เพียง 1 ข้อ
🔸9.นิวเคลียร์ส่วนตัว: เปิดทาง Big Tech สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เองเพื่อแก้ปัญหาพลังงาน Data Center — Donald Trump
🔸10. บุรุษผู้หยุดสงครามโลก: ทรัมป์ย้ำจุดขายว่า หากไม่ใช่เขา โลกคงเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ไปแล้ว
🤖 The AI Industrial Revolution จากซอฟต์แวร์สู่โครงสร้างพื้นฐานหมื่นล้าน
AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของโลก เศรษฐกิจแห่งอนาคตจะขับเคลื่อนด้วยพลังงาน ชิป และปัญญาประดิษฐ์ที่แทรกซึมทุกมิติ ตั้งแต่โรงงานจนถึงอวกาศ
🔸11. AI เค้ก 5 ชั้น: Jensen Huang, CEO of NVIDIA CEO อธิบายโครงสร้างพื้นฐานใหม่ประกอบด้วย พลังงาน > ชิป > คลาวด์ > โมเดล > แอปฯ ใครคุมได้คือผู้ชนะ
🔸12. คอขวดคือโลกกายภาพ: Michael Intrator, Co‑founder และ CEO ของ CoreWeave ย้ำว่าปัญหา AI ไม่ใช่เรื่องโค้ด แต่คือ ขาดแคลนช่างไฟ คอนกรีต และพลังงาน
🔸13. สมการใหม่ของโลก: Peng Xiao, Group CEO ของ G42 มองว่า ในโลกยุค AI ความฉลาดของระบบจะไม่จำกัดด้วยโค้ดหรือข้อมูล แต่จะขึ้นอยู่กับว่าคุณมีพลังงานมากพอจะขับเคลื่อนมันหรือไม่ เพราะยิ่ง AI ฉลาดมากก็ยิ่งกินไฟมาก
🔸14. KPI ใหม่ของเศรษฐกิจ: Satya Nadella, CEO ของ Microsoft เสนอว่า ประเทศในยุค AI ควรถูกวัดด้วยความสามารถในการเปลี่ยน “พลังงานและเงิน” ให้เป็น “ผลลัพธ์จาก AI” หรือในสูตรสั้น ๆ ว่า Tokens per dollar per watt
🔸15. Inference ลดราคา 99%: Sarah Friar, CEO ของ Nextdoor เผยว่า ภายในเวลาเพียง 2 ปี ค่าใช้จ่ายในการสั่งให้ AI คิดและตอบ ลดลงถึง 99% เปลี่ยน AI จากของเล่นของบริษัทยักษ์ ให้กลายเป็นเครื่องมือที่ทุกธุรกิจจับต้องได้จริง
🔸16. กองทัพ AI Agent 1 พันล้านตัว: Peng Xiao, Group CEO ของ G42 ประกาศวิสัยทัศน์สุดล้ำ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะสร้าง AI Agent จำนวนมหาศาลเพื่อมาทำงานแทนแรงงานมนุษย์โดยตรง
🔸17. Stargate Project: Sarah Friar เปิดเผยว่า โครงการยักษ์ 500,000 ล้านดอลลาร์ของ OpenAI ซึ่งถูกออกแบบให้เป็น ‘โรงไฟฟ้าสำหรับ AI แห่งอนาคต’ กำลังวิ่งเร็วกว่าที่โลกคาดไว้ นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคปฏิวัติโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก
🔸18. AI Co-worker: Roy Jakobs, CEO ของ Philips ชี้ให้เห็นอนาคตที่มนุษย์กับ AI ทำงานเคียงข้างกันจริงๆ โดยเฉพาะในโรงพยาบาลที่ AI จะช่วยจัดการเอกสาร ปล่อยให้หมอและพยาบาลได้ทุ่มเวลากลับไปดูแลชีวิตแทนระบบ
🔸19. Agentic Commerce: Ryan McInerney, CEO ของ Visa เชื่อว่า เรากำลังก้าวสู่ยุคที่ AI ไม่ได้แค่ช่วยคิด แต่ลงมือช้อปแทนเรา เจรจาต่อรอง เลือกราคา เปรียบเทียบสินค้า และจ่ายเงินได้ในพริบตา
🔸20. Space Solar: Elon Musk มองไกลกว่าพื้นโลก เขาคาดว่าในไม่ช้า Data Center อาจลอยอยู่ในอวกาศ เพื่อรับแสงอาทิตย์ที่แรงกว่าเดิม 5 เท่า ช่วยให้ AI ประมวลผลได้แรงกว่าเดิมหลายเท่าโดยไม่ต้องรอไฟจากโรงงาน
🌐 The Survival of Nations เมื่อกฎแห่งป่าเริ่มแทรกซึมระบบโลก
ในโลกที่กฎหมายระหว่างประเทศเริ่มเสื่อมถอย ใครมีอำนาจมากกว่าย่อมเป็นผู้กำหนดความถูกต้อง มหาอำนาจเร่งสร้าง AI ของตนเอง ขณะที่ประเทศเกิดใหม่อย่างอาเซียนกลับกลายเป็นจุดที่น่าจับตา
🔸21. Sovereign AI: Jensen Huang เตือนว่า ประเทศใดที่ไม่มี AI เป็นของตัวเอง กำลัง ‘ฝากสมอง’ ไว้กับคนอื่น มหาอำนาจในยุคนี้ต้องเร่งสร้าง AI ที่ควบคุมได้เอง ไม่ใช่นำเข้าจากภายนอก
🔸22. ยุโรปที่ต้องเลิกไร้เดียงสา: Emmanuel Macron, ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชี้ว่าถึงเวลาแล้วที่ยุโรปจะเลิกเป็น ‘เบี้ยล่าง’ ในเวทีโลก พร้อมแนะให้เดินเกมปกป้องตนเองจากแรงกดดันของทั้งจีนและสหรัฐฯ
🔸23. กฎป่าเข้าแทนที่กฎหมาย: Macron เตือนอีกว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุค Rule of the Strongest หรือกฎแห่งผู้แข็งแรง ที่ใครมีอำนาจมากกว่าคือผู้กำหนดความถูกต้องแทนที่ระบบกฎหมายสากล
🔸24. จีนผู้สร้างสะพาน: He Lifeng รองนายกรัฐมนตรีจีน ยืนยันว่าจีนจะไม่สร้างกำแพง แต่จะสร้างสะพานผ่านการค้าเสรีและการทูต สวนทางกับการกีดกันจากชาติตะวันตก
🔸25. East Data, West Computing: Gong Ke ผู้เชี่ยวชาญยุทธศาสตร์เทคโนโลยีจีน เปิดเผยว่าจีนกำลังย้ายฐานการประมวลผลไปทางตะวันตกของประเทศ เพื่อใช้พลังงานสะอาดและรองรับยุค AI แบบยั่งยืน
🔸26. ASEAN จุดสว่างของโลก: Prabowo Subianto ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ระบุว่า ท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปั่นป่วน อาเซียนคือภูมิภาคที่น่าจับตามองที่สุด ด้วยการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร็วและมั่นคง
🔸27. Danantara Fund Prabowo เผยแผนผลักดัน “Danantara Fund” — กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ที่จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปั้นอินโดนีเซียสู่เวทีโลก
🔸28. เสถียรภาพในป่าช้า: Ricardo Hausmann, นักเศรษฐศาสตร์เวเนซุเอลา วิจารณ์ว่าความสงบในบ้านเกิดเขาไม่ใช่เพราะสันติภาพ แต่เพราะการกดขี่ภายใต้อิทธิพลของมหาอำนาจ ทำให้เกิดเสถียรภาพแบบ ‘ป่าช้า’
🔸29. สงครามชิปคือการซื้อเวลา: Dario Amodei, CEO ของ Anthropic ชี้ว่า การที่ตะวันตกไม่ส่งชิปให้จีน ไม่ใช่แค่เรื่องการค้า แต่คือกลยุทธ์ดึงเวลา หวังชะลอการไล่ทันของคู่แข่งรายสำคัญ
🔸30. Locking the Market: Trump วางเกมชัดเจน สหรัฐฯ ต้องคุมตลาด AI และ Crypto ไม่ให้จีนแทรกแซงได้ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก
🧑💻Future of Work & Skills มนุษย์อยู่ตรงไหนในสมการ AI?
เมื่อ AI ทำงานได้แทบทุกอย่าง บทบาทของมนุษย์ต้องเปลี่ยนจากผู้ลงมือเป็นผู้ควบคุม และจากคนทำงานเป็นผู้ออกแบบระบบ ทักษะเดิมกำลังหมดอายุเร็วเกินคาด การเรียนรู้ใหม่จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอด
🔸31. ทุกคนคือโปรแกรมเมอร์: Jensen Huang ชี้ว่า เมื่อ AI เข้าใจภาษาคนทั่วไป กำแพงโค้ดที่เคยขวางเราจะพังลง ทุกคนจะสามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้โดยไม่ต้องเรียนเขียนโปรแกรม
🔸32. วิศวกรซอฟต์แวร์ที่เปลี่ยนไป: Dario Amodei, CEO ของ Anthropic เตือนว่า ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า AI จะเขียนโค้ดแทนคนได้เกือบหมด มนุษย์ต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้เขียน เป็น ‘ผู้จัดการโมเดล’ แทน
🔸33. จุดจบของงานระดับ Junior: Amodei เสริมว่า งานพื้นฐานสำหรับเด็กจบใหม่ เช่น QA, coder, analyst กำลังถูก AI แย่งไปในอีก 1–5 ปีนี้ ถ้าไม่เร่งอัพสกิล มีสิทธิตกขบวนแรงงานยุคใหม่
🔸34. Human in the Lead: Julie Sweet, CEO ของ Accenture ย้ำว่า มนุษย์ไม่ควรแค่อยู่ในกระบวนการ ของ AI แต่ต้องเป็นผู้นำในการออกแบบ ควบคุม และตัดสินใจในระบบเหล่านั้น
🔸35. Leader-led Learning: Ryan McInerney, CEO ของ Visa บอกว่า ผู้นำในยุคนี้ต้องลงมือใช้ AI เองจริงๆ ไม่ใช่แค่สั่งลูกน้องเรียน แต่ต้องเรียนรู้และทดลองด้วยตัวเอง
🔸36. Physical AI: Jensen Huang มองว่า โอกาสใหม่ของยุโรปอาจอยู่ที่ AI กายภาพ หรือหุ่นยนต์ที่เข้าใจโลกจริง เช่น อุตสาหกรรมที่ต้องสัมผัส วัด หรือย้ายวัตถุ ซึ่งยังเป็นช่องว่างของจีนและสหรัฐฯ
🔸37. ระเบิดเวลาทางสังคม: Jamie Dimon, CEO ของ JPMorgan เตือนแรงว่า ถ้า AI ถูกนำมาแทนแรงงานเร็วเกินไปโดยไม่มีระบบรองรับ เช่น การฝึกทักษะใหม่หรือการจ้างงานเสริม อาจจุดชนวนความไม่สงบในสังคม
🔸38. AI คือทางรอดสาธารณสุข: Bill Gates ชี้ว่า ในประเทศยากจนที่หมอมีน้อย AI สามารถช่วยลดภาระเอกสาร เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ได้มีเวลารักษาชีวิตมากขึ้น
🔸39. การค้นหาความหมายใหม่: Demis Hassabis, CEO ของ Google DeepMind มองว่า เมื่อ AI ทำงานแทนเราได้แทบทุกอย่าง มนุษย์จะต้องหาความหมายใหม่ในชีวิต ผ่านศิลปะ กีฬา หรือการสำรวจสิ่งที่เครื่องจักรยังทำไม่ได้
🔸40. Learning to Learn: Yu‑Tong Zhang จาก Tsinghua University สรุปว่า ทักษะสำคัญที่สุดในโลกที่เปลี่ยนเร็ว คือ ‘การเรียนรู้วิธีเรียนรู้ใหม่’ เพราะความรู้เก่ากำลังหมดอายุเร็วกว่าที่เราคิด
❤️🩹 Society & Risks — ภัยเงียบและความเปราะบางในจิตใจ
ในยุคที่เทคโนโลยีเชื่อมคนเข้าหากันมากกว่าที่เคย กลับเป็นยุคที่ผู้คนโดดเดี่ยว สับสน และเสี่ยงภัยมากกว่าที่เคย โลกกำลังเผชิญกับโรคทางสังคมรูปแบบใหม่ ตั้งแต่ภาวะวิตกในเด็ก ไปจนถึงอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก
🔸41. ‘Bond Vigilantes’ กำลังตื่นตัว: Ken Griffin, ผู้ก่อตั้ง Citadel เตือนว่า หากหนี้สาธารณะสหรัฐฯ ยังพุ่งไม่หยุด นักลงทุนอาจเทขายพันธบัตรอย่างรุนแรง จนสะเทือนทั้งระบบการเงินโลก
🔸42. ‘AI Work Slop’ — งานสวยแต่ไร้เนื้อหา: Griffin กล่าวอีกว่า งานออฟฟิศที่ผลิตโดย AI หลายชิ้นอาจกลายเป็นแค่ ‘ขยะดิจิทัล’ ที่ดูดีแต่ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพจริง ๆ ให้กับองค์กร
🔸43. เศรษฐกิจ ‘K-Shape’ กำลังชัดขึ้นทุกวัน: Larry Fink, CEO ของ BlackRock เตือนว่าในยุคข้อมูล ใครมีดาต้าจะรวยล้นฟ้า ส่วนรายย่อยที่ไม่มีทรัพยากรจะค่อย ๆ หายไปจากระบบเศรษฐกิจ
🔸44. วิกฤตวัยเด็กที่เต็มไปด้วย ‘ความวิตก’: Jonathan Haidt, นักจิตวิทยาสังคมชื่อดัง ชี้ว่า สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียกำลังทำลายพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมของเด็กทั่วโลก
🔸45. แบน ‘แชตบอทสำหรับเด็ก’ ก่อนจะสายเกินไป: Haidt เตือนว่า การปล่อยให้เด็กเติบโตกับ AI โดยไม่มีมนุษย์ร่วมปฏิสัมพันธ์ จะทำลายทักษะสำคัญอย่างการสร้างความสัมพันธ์ในชีวิตจริง
🔸46. ‘Sick Joy’ ความสุขที่ต้องแลกมาด้วยน้ำตา: Dr. Becky Kennedy ให้คำแนะนำตรงไปตรงมาว่า พ่อแม่ต้องกล้าปล่อยให้ลูกลำบากบ้าง เพื่อสร้าง ‘ภูมิคุ้มกันทางใจ’ หรือ Resilience ที่แท้จริง
🔸47. ‘FOGO’ โรครุ่นใหม่ที่กลัวชีวิตจริง: Rachel Botsman ชี้ถึงปรากฏการณ์ ‘Fear of Going Out’ ที่คนรุ่นใหม่รู้สึกไม่กล้าใช้ชีวิตในโลกจริง เพราะติดอยู่กับโลกเสมือนจนแยกไม่ออก
🔸48. อาชญากรรมไซเบอร์กลายเป็น ‘ธุรกิจข้ามชาติ’: Jeremy Jurgens จาก WEF เผยว่า กลุ่มอาชญากรเริ่มใช้ AI ผสานกับการค้ามนุษย์ สร้างระบบหลอกลวงระดับโลกที่ยากจะหยุดยั้ง
🔸49. ‘ความจริงที่แตกสลาย’ ทำลายประชาธิปไตย: Oleksandra Matviichuk เตือนว่า เมื่อเทคโนโลยีบิดเบือนข้อเท็จจริงจนประชาชนแยกผิดถูกไม่ได้ ระบบประชาธิปไตยจะไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป
🔸50. ‘ความตายที่หวนคืน’ จากการตัดงบสาธารณสุขโลก: Bill Gates เตือนว่าการลดงบประมาณด้านสุขภาพทั่วโลก อาจทำให้ยอดการเสียชีวิตของเด็กเล็กเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ — วิกฤตที่โลกเคยฝ่ามาได้ กำลังย้อนกลับมา
WEF 2026 บอกเราว่า เรากำลังอยู่ในยุคของการ ‘สลาย’ และ ‘สร้างใหม่’ อย่างสิ้นเชิง นี่คือช่วงเวลาที่ภูมิรัฐศาสตร์ปะทะกับเทคโนโลยี และผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น แต่คือการแข่งขันเพื่อความอยู่รอดของระบบ ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ องค์กร หรือปัจเจกบุคคล
สิ่งที่น่ากังวลอาจไม่ใช่แค่ AI ที่กำลังฉลาดเกินไป แต่คือความเปราะบางทางสังคม และการบิดเบือนของความจริงที่ทำให้การอยู่ร่วมกันในฐานะมนุษย์ยากขึ้นเรื่อยๆในโลกเช่นนี้ คำถามที่ผู้นำทุกคนต้องตอบให้ได้ อยู่ที่ว่า “คุณจะรักษา ‘ความเป็นมนุษย์” และใช้วิสัยทัศน์นำพาสังคมผ่านความผันผวนนี้ไปได้อย่างไร?”


