×

ศาลคดีทุจริตฯ สั่งหมอวาโย แก้คำฟ้องคดีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง พร้อมขีดเส้น กกต. แจงข้อเท็จจริง 24 เม.ย. ก่อนชี้ชะตารับฟ้อง 24 มิ.ย. นี้

โดย THE STANDARD TEAM
24.03.2026
  • LOADING...
นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์หน้าศาลคดีทุจริตฯ กรณีฟ้อง กกต. ปมคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

วันนี้ (24 มีนาคม) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลได้นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้อง คดีที่ นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นิธิ ละเอียดดี ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึงแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้ง

 

ภายหลังการเข้าฟังคำสั่ง นพ.วาโย เปิดเผยว่า ศาลได้มีคำแนะนำให้ทางฝ่ายโจทก์ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องให้มีความสมบูรณ์และรัดกุมยิ่งขึ้นภายใน 30 วัน (ครบกำหนดวันที่ 23 เมษายนนี้) โดยเฉพาะการระบุถึงเจตนาพิเศษ ตลอดจนการอ้างอิงประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับซึ่งเป็นกฎหมายลำดับรอง

 

นอกจากประเด็นการให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องแล้ว นพ.วาโย ระบุว่า จุดที่น่าสนใจคือศาลได้มีคำสั่งให้ฝ่าย กกต. จัดทำเอกสารชี้แจงข้อเท็จจริงส่งกลับมายังศาลภายในวันที่ 24 เมษายน โดยเน้นย้ำให้ตอบข้อสงสัยใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1. นิยามของคำว่า การลงคะแนนโดยลับ มีความหมายและขอบเขตอย่างไร 2. กกต. อาศัยอำนาจตามกฎหมายมาตราใดในการนำสัญลักษณ์ (คิวอาร์โค้ด/บาร์โค้ด) ไปพิมพ์ลงบนบัตรเลือกตั้ง และ 3. หากสัญลักษณ์ดังกล่าวสามารถนำมาถอดรหัสจนทราบได้ว่าผู้ออกเสียงเลือกผู้สมัครหรือพรรคใด กกต. มีเงื่อนไขหรือขั้นตอนในการตรวจสอบอย่างไร

 

สำหรับข้อกังวลที่ว่าการสั่งให้แก้ไขคำฟ้องอาจนำไปสู่การไม่ประทับรับฟ้องนั้น นพ.วาโย มองว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นการประวิงเวลา หรือสะท้อนความล่าช้าแต่อย่างใด ในทางกลับกัน จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หากโจทก์สามารถแก้ไขคำฟ้องได้ครบถ้วนตามที่ศาลแนะนำ ตามธรรมเนียมปฏิบัติศาลก็มักจะมีคำสั่งประทับรับฟ้อง ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่ดีกว่าการถูกยกคำร้องตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ การที่ศาลเปิดโอกาสให้ กกต. เข้ามาชี้แจงในประเด็นที่สังคมสงสัย ก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีในกระบวนการค้นหาความจริง

 

ส่วนความเชื่อมโยงกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไว้พิจารณา คู่ขนานไปกับที่เลขาธิการ กกต. ออกมายืนยันว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับนั้น นพ.วาโย ให้ความเห็นว่า ทั้งสองส่วนถือเป็นคนละคดีกัน การชี้แจงนอกศาลอาจเป็นเพียงการแสดงความเห็นส่วนตัว แต่เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นศาลคดีทุจริตฯ หรือศาลรัฐธรรมนูญ ทาง กกต. จะต้องตอบคำถามโดยใช้พยานหลักฐานและข้อกฎหมายมาหักล้างอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต้องจับตาดูในวันที่ 24 เมษายนนี้ ว่าทาง กกต. จะใช้เอกสารชุดใดมาชี้แจง และทางฝ่ายตนในฐานะโจทก์ก็เตรียมพร้อมที่จะทำเอกสารคัดค้านคำชี้แจงนั้นด้วยเช่นกัน

 

ท้ายที่สุด เมื่อประเมินถึงผลกระทบทางการเมือง นพ.วาโย มองว่า คดีในศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นการเอาผิดตัวบุคคล คือตัว กกต. จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อเกมการเมืองหรือเสถียรภาพของรัฐบาลชุดปัจจุบันมากนัก อีกทั้งคดีลักษณะนี้มักใช้เวลาต่อสู้อย่างยาวนาน โดยคาดว่าอาจกินเวลาเกิน 5 ปี หรืออาจถึง 10 ปี ดังเช่นคดีของอดีต กกต. ในอดีต อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะมีนัยสำคัญทางการเมืองมากกว่า ซึ่งหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ตนก็จะนำข้อเท็จจริงใหม่เหล่านั้นมาเพิ่มเติมในสำนวนคดีอาญานี้อย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ได้นัดหมายให้คู่ความมาฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องอีกครั้ง ในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ซึ่งคาดว่าศาลจะมีคำสั่งชี้ขาดในวันดังกล่าวว่าจะประทับรับฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณา และเข้าสู่ขั้นตอนการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปหรือไม่

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising