×

วรงค์ชงยกเลิกกองทุนบำนาญ สส.-สว. ชี้เอาเปรียบประชาชนจ่ายภาษีเลี้ยงดูตลอดชีพ

โดย THE STANDARD TEAM
02.04.2026
  • LOADING...
นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม อภิปรายประเด็นการยกเลิกกองทุนบำนาญ สส. และ สว.

นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ได้ลุกขึ้นอภิปรายประเด็นซึ่งอยู่ในความสนใจของสาธารณชน คือการ ‘ยกเลิกบำนาญของ สส. และ สว.’ หลังจากเคยเปิดประเด็นเรื่องงบอาหารกลางวัน สส. มาแล้ว

 

ล่าสุดในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 2 เมษายน เมื่อเข้าสู่วาระรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา นพ. วรงค์อภิปรายว่า ถ้าเรียกกองทุนนี้ว่า ‘กองทุนสวัสดิการของอดีต สส. และ สว.’ เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจ

 

“ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า กองทุนนี้อย่างไรก็เป็นกองทุนที่ติดลบ และถือเป็นกองทุนอภิสิทธิ์ เพราะสภาฯ เสนอเอง และพิจารณากฎหมายเอง และผู้ที่ใกล้ชิดก็เป็นผู้ออกระเบียบเอง และพูดได้อย่างเต็มปากว่า เป็นกองทุนที่เอาภาษีของประชาชนมาดูแลมากที่สุดในทุกๆ กองทุนที่สภาฯ เคยพิจารณา” นพ. วรงค์กล่าว

 

นพ. วรงค์อภิปรายว่า หลายคนออกมาชี้แจงว่าเป็นการจ่ายเงินสมทบโดยให้ สส. และ สว. จ่าย เดือนละ 3,500 บาท แต่เมื่อแลกกับสิทธิประโยชน์ของสวัสดิการ 5 สิทธิ ทั้งเงินทุนเลี้ยงชีพ (บำนาญ) ค่ารักษาพยาบาล ตรวจร่างกาย เงินช่วยเหลือการศึกษาบุตร กรณีทุพพลภาพ และกรณีถึงแก่กรรม สำหรับการจ่ายรายเดือนที่ 3,500 บาทถือเป็นผลประโยชน์ที่ทะลุฟ้า ทะลุเพดาน ที่ไม่มีกองทุนไหนให้สวัสดิการมากมายเช่นนี้

 

“ผมมองว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชนมากเกินไป ดังนั้นอะไรที่ลดได้ก็ลด อะไรตัดได้ก็ควรตัด ไม่อย่างนั้นกองทุนนี้ก็จะถังแตก เพราะเมื่อดูรายงานค่าใช้จ่ายแล้ว พบว่าปี 2566 ก็ติดลบที่ 19 ล้านบาท ปี 2567 ติดลบที่ 23 ล้านบาท”

 

นพ. วรงค์ยังได้ยกสิทธิประโยชน์บำนาญ สส. และ สว. ขึ้นมาอภิปรายว่า สมัยรัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น หากเป็น สส. ตั้งแต่ 1 เดือน ถึงไม่เกิน 1 ปี และเกิดการยุบสภา จะได้บำนาญเลี้ยงดูตลอดชีวิตที่ 21,300 บาท ซึ่งตนมองว่าเอาเปรียบประชาชนเกินไป ได้รับการเลี้ยงดูตลอดชีวิต

 

“ยิ่งสมัยนี้ สส.อายุยังน้อย 20 กว่า 30 กว่าหากเกิดการยุบสภา ประชาชนต้องเลี้ยงดูตลอดชีวิต เผลอๆ บางคนรัฐต้องเลี้ยงดูมากกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนเกณฑ์การจ่ายบำนาญว่าหากเป็น สส.ไม่ถึง 1 ปีจะได้รับบำนาญที่ 4 เท่าระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง”

 

สำหรับเกณฑ์การดำรงตำแหน่ง 16 ปีไม่ถึง 20 ปี จะได้รับบำนาญตลอดชีวิตที่ 35,600 บาท ตั้งแต่ 20 ปีไม่ถึง 24 ปี ได้รับบำนาญ 39,100 บาท และหากเป็น สส.ตั้งแต่ 24 ปีขึ้นไปจะได้รับบำนาญ 42,700 บาทตลอดชีพ

 

“นี่คือสิทธิประโยชน์ที่กองทุนนี้โดยพวกเราเอง ดำเนินการกันเอง ตั้งงบกันเอง และยกมือกันเอง สนับสนุนกันเอง เชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้” นพ. วรงค์กล่าว

 

นอกจากนี้ นพ. วรงค์ยังได้กางแผนงบประมาณกองทุนฯ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันว่า ตั้งแต่ปี 2558 ใช้งบประมาณลดลง เพราะมี คสช. เข้ามา และลดสิทธิประโยชน์ และปี 2567 มีการแก้ไขระเบียบเพราะมีการใช้เงินมากขึ้น ทำให้ปี 2568 งบประมาณไม่พอใช้จึงจำเป็นต้องตั้งงบกลางมาเลี้ยงดูสมาชิกกว่า 500 ล้านบาท

 

นพ. วรงค์กล่าวว่า  การเก็บเงินสมาชิกที่เดือนละ 3,500 บาท สส. 500 คน สว. 200 คน 1 เดือนได้ 29 ล้านบาท หากเทียบที่กองทุนประกันสังคม สัดส่วนการนำเงินรัฐมาอุดหนุนนั้นต่างกันมากกว่า 13-15 เท่า ตัวเลขของอดีตสมาชิกที่มีสิทธิ 3,832 คน มีสมาชิกที่ยื่นบำนาญ 1,291 คน งบส่วนนี้ตีไปกว่า 500 ล้านบาท หักอดีตสมาชิกทั้ง 3,832 คนยื่นขอรับเงินบำนาญหมดทุกคน กองทุนนี้จะต้องจ่ายกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

 

“กองทุนนี้จะเป็นกองทุนที่แบกรับภาระคิดเป็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์มากที่สุดในประเทศ ภายใต้สภาวะอย่างนี้ เรา สส. สว. เป็นนักการเมืองที่อาสาเข้ามา วันที่ไม่มีตำแหน่ง ประชาชนต้องเลี้ยงดูพวกเราจนตลอดชีพเชียวหรือ ผมว่าประชาชน เพื่อนข้าราชการ รับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงอยากให้พวกเราในฐานะผู้มีส่วนได้เสียลองช่วยกันเสียสละยกเลิกบำนาญ สิทธิประโยชน์อื่นผมพอรับได้ แต่บำนาญที่เป็นภาระที่ประชาชนต้องเอาภาษีมาเลี้ยงดู ผมเชื่อว่าประชาชนรับไม่ได้” นพ. วรงค์กล่าว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising