‘วราวุธ’ ลุยภารกิจแรก หลังเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เร่งตั้งทีมเฉพาะกิจแก้วิกฤติเม็ดพลาสติกขาดตลาดจากวิกฤติตะวันออกกลาง พร้อมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ดันรีไซเคิล 2.7 ล้านตัน
ประเด็นสำคัญ
สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มส่งแรงกระเพื่อมถึงภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ ล่าสุด ‘วราวุธ ศิลปอาชา’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนเม็ดพลาสติก ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในห่วงโซ่การผลิตสินค้า
ตั้งแต่เวชภัณฑ์ทางการแพทย์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และถุงพลาสติก กำลังทวีความรุนแรง หลังได้รับผลกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลให้ปริมาณวัตถุดิบในประเทศเริ่มลดลงและหาได้ยากมากขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเชิญจาก ‘ศุภจี สุธรรมพันธุ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วมหารือเร่งด่วน เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการปัญหา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาเสถียรภาพ ราคาสินค้าและลดผลกระทบต่อประชาชน

วราวุธ ระบุว่า ที่ประชุมมีมติจัดตั้งคณะทำงานร่วมหลายหน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เพื่อทำงานเชิงรุกกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมพลาสติกอย่างใกล้ชิด
ภารกิจหลักของคณะทำงานชุดนี้ คือการ “เจาะข้อมูลเชิงลึก” ครอบคลุม อาทิ โครงสร้างต้นทุนการผลิตที่แท้จริง, ปริมาณสต็อกเม็ดพลาสติกในระบบ และพฤติกรรมการกระจายสินค้าและราคาจำหน่าย
“เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของการปรับขึ้นราคา และป้องกันการฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต โดยเฉพาะสินค้าจำเป็นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตประจำวันของประชาชน”
วราวุธ กล่าวอีกว่า วิกฤติครั้งนี้สะท้อนจุดอ่อนเชิงโครงสร้างของประเทศ ที่ยังพึ่งพาวัตถุดิบใหม่จากต่างประเทศเป็นหลัก ทั้งที่ประเทศไทยมีขยะพลาสติกจำนวนมาก
พลิกวิกฤตเป็นโอกาส เปลี่ยนผ่าน ‘ขยะพลาสติก’ สู่การรีไซเคิล 2.7 ล้านตัน
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้เพียง 25% เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพที่มี
“นี่คือโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่าน โดยผลักดันการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นเม็ดพลาสติกรีไซเคิลใช้ทดแทนวัตถุดิบใหม่ ลดการพึ่งพาการนำเข้า และเพิ่มความมั่นคงด้านอุตสาหกรรมในระยะยาว การรีไซเคิลคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม” วราวุธกล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
| สงครามสะเทือนซัพพลาย ‘เม็ดพลาสติก’ ขาด แพงขึ้น 50-70% ถุงขยะ ซองขนม เครื่องปรุง 30 มี.ค. 2569 | 18:25 |
| เจาะลึกวิกฤต ‘ปิโตรเคมีช็อก’ ทำไมพลาสติกแพง เสี่ยงขาดแคลน น่ากลัวกว่าน้ำมัน 60 บาท/ลิตร 3 เม.ย. 2569 | 17:06 |
| อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET อันดับ 1 ของโลก ปรับตัวอย่างไรกับเทรนด์สิ่งแวดล้อม 7 ม.ค. 2564 | 20:50 |
โดยหากสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบให้เพียงพอและมีต้นทุนเหมาะสม จะช่วยลดแรงกดดันต่อผู้ประกอบการในการปรับขึ้นราคาสินค้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน
ทั้งนี้ คณะทำงานจะเร่งหารือกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่าย เพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ทั้งด้านการผลิต การนำเข้า การกระจายสินค้า และการกำกับดูแลราคาอย่างเป็นระบบ
“ผมได้ย้ำข้าราชการให้เร่งทำงานเพื่อช่วยประเทศไทยฝ่าวิกฤต การทำงานต้องเร็วตามนโยบาย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่ากระทรวงนี้ จะเป็นอีกกระทรวงที่ทำให้คนไทยรอดวิกฤต ดังนั้น เราต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ภูมิรัฐศาสตร์” วราวุธ กล่าว
พร้อมนำความรู้ทั้งหมด ตั้งแต่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ที่นี่ ทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และอุตสาหกรรมสีเขียว
วราวุธ กล่าวต่อว่า แผนงานที่เตรียมไว้จะขอแถลงในวันที่ 20 เม.ย.นี้ เบื้องต้นจะสนับสนุนโรงงานทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีให้หันมาใช้พลังงานสะอาดในกระบวนการผลิต รวมทั้งมีการติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดใช้ไฟฟ้า ลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ
ศุภจีย้ำ ‘เม็ดพลาสติก’ เป็นสินค้าควบคุม ถกรายใหญ่ปิโตรเคมี ตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) กู้วิกฤติ
ด้านศุภจี สุธรรมพันธ์ุ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวหลังเป็นประธานการประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการเม็ดพลาสติก ว่า หลังจากกระทรวงพาณิชย์ประกาศให้ “เม็ดพลาสติก” เป็นสินค้าควบคุม ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา
เม็ดพลาสติกถือเป็นสินค้าต้นทางสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภท หลังจากนี้จะมีแนวทางบริหารจัดการจะเน้น 3 ด้านหลัก ได้แก่
- การกำหนดสินค้าเป้าหมาย (Focus Items) เช่น บรรจุภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ และถุงพลาสติก เพื่อดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับค่าครองชีพของประชาชนอย่างตรงจุด
- การใช้วัสดุทดแทน รวมถึงหารือผู้ประกอบการในการ Simplify SKU (Stock Keeping Unit) ทำให้รายการสินค้าเรียบง่ายขึ้นลดความซับซ้อน และการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ (Redesign) ในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาพลาสติกและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
- ด้านความยั่งยืน (Sustainability) มองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม
โดยปัจจุบันประเทศไทยมีขยะพลาสติกประมาณ 2.7 ล้านตันต่อปี แต่สามารถรีไซเคิลได้เพียง 20-25% เท่านั้น จึงจำเป็นต้องเร่งส่งเสริมการคัดแยกขยะและการนำกลับมาใช้ใหม่อย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังควรปรับพฤติกรรมผู้บริโภคลดการใช้พลาสติก และจะจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงสาธารณสุข
ศุภจี ยังกล่าวถึงกรณี ที่สหรัฐอเมริกาประกาศหยุดยิงอิหร่านชั่วคราว 2 สัปดาห์ว่า เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยให้สถานการณ์ด้านการขนส่งและต้นทุนวัตถุดิบมีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะเอื้อต่อการบริหารจัดการสินค้าควบคุมของไทย
โดยขณะนี้ยังต้องติดตามสต็อกและต้นทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สินค้าจำเป็นมีเพียงพอและราคาเหมาะสม
“กระทรวงพาณิชย์จะเร่งหารือกับภาคเอกชน โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี เพื่อจัดตั้งกลไกเฉพาะกิจ (Task Force) ในการรับมือวิกฤตเม็ดพลาสติกอย่างเป็นระบบต่อไป” ศุภจี กล่าว
‘เม็ดพลาสติก’ ทำมาจากอะไร ? อยู่ในอุตสาหกรรมไหนบ้าง
เนื่องจากวิกฤตตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ รายใหญ่ของโลก เมื่อเกิดสงครามรุนแรง ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้การผลิตและการส่งออกปิโตรเคมีที่เป็นสารตั้งต้นของเม็ดพลาสติกหยุดชะงัก หรือมีความเสี่ยงสูงในการจัดส่ง
ข้อมูลจาก Molderenterprise ระบุว่า เม็ดพลาสติก คือ วัสดุตั้งต้นในรูปแบบเม็ดเล็ก ซึ่งเป็นสารพอลิเมอร์ (Polymer) ที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี โดยมีวัตถุดิบหลักมาจาก แหล่งสำคัญ 2 ประเภท ได้แก่
- กลุ่มปิโตรเคมี (Petrochemical-based)
ผลิตจากน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ โดยนำมาผ่านกระบวนการกลั่น และแตกโมเลกุลเพื่อให้ได้สารตั้งต้น เช่น เอทิลีนและโพรพิลีน จากนั้นจึงนำไปผ่านกระบวนการพอลิเมอไรเซชันเพื่อเชื่อมต่อโมเลกุลให้เป็นสายโซ่ยาว จนกลายเป็นพอลิเมอร์ที่แข็งแรง เช่น พอลิเอทิลีนและพอลิโพรพิลีน
- กลุ่มชีวภาพ (Bio-based)
ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ปลูกขึ้นใหม่ได้ เช่น อ้อย ข้าวโพด มันสำปะหลัง โดยผ่านกระบวนการทางเคมี จนได้สารตั้งต้นที่นำไปสังเคราะห์เป็นพอลิเมอร์ พลาสติกชีวภาพส่วนใหญ่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนและช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ดี
6 อุตสาหกรรมที่อาจได้รับผลกระทบ
โดยเม็ดพลาสติกแต่ละประเภทมีคุณสมบัติเฉพาะตัว (เช่น ความเหนียว การทนความร้อน หรือความใส) ซึ่งทั้งหมดสามารถนำไป ‘แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์’ ที่แตกต่างกัน และอาจได้รับผลกระทบหากวัตถุดิบขาดแคลน มีการปรับขึ้นราคา
1. อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์
- ใช้ผลิตถุงพลาสติกหูหิ้ว, ถุงขยะ, ฟิล์มยืดถนอมอาหาร, รวมถึงขวดนม และขวดน้ำยาทำความสะอาดที่มีความขุ่นและเหนียว
- ใช้ผลิตขวดน้ำดื่มใส, ขวดน้ำอัดลม ซึ่งเน้นความใสและป้องกันก๊าซรั่วซึมได้ดี
- ใช้ทำกล่องถนอมอาหาร, ฝาขวดน้ำ และซองขนมขบเคี้ยว
2. อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์
- ส่วนประกอบสำคัญของคอนโซลหน้ารถ, กันชน, แผงประตู และชิ้นส่วนภายในที่ต้องทนแรงกระแทกและความร้อนได้ดี ช่วยให้น้ำหนักรถเบาลงและประหยัดน้ำมัน
3. อุตสาหกรรมก่อสร้าง
- ใช้ผลิตท่อน้ำประปา (ท่อฟ้า), รางน้ำฝน, สายไฟ, ขอบหน้าต่าง และกระเบื้องยางปูพื้นเนื่องจากมีความทนทานต่อสภาพอากาศและสารเคมี
4. อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
- ใช้ทำตัวเรือน (Casing) ของตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เคสคอมพิวเตอร์ และรีโมตคอนโทรล ซึ่งต้องการความแข็งแรงและผิวสัมผัสที่สวยงาม
5. อุตสาหกรรมการแพทย์
- เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษใช้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ต้องสะอาดและปลอดภัยสูง เช่น กระบอกฉีดยา (Syringe), สายน้ำเกลือ, ถุงเลือด และหน้ากากอนามัย
6. อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค
- ใช้ผลิตของเล่นเด็ก, เครื่องเขียน, แปรงสีฟัน, กะละมัง, ถังน้ำ และเฟอร์นิเจอร์พลาสติกต่างๆ
ทั้งนี้ ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ระดับโลกที่มีฐานอยู่ในไทยคือ Indorama Ventures (IVL) ซึ่งเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติก PET อันดับ 1 ของโลก
นอกจากนี้ ยังมี SCGC (เอสซีจี เคมิคอลส์) ที่ติดอันดับผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก และ HMC Polymers ผู้นำผลิตเม็ดพลาสติก PP ที่ใหญ่ที่สุดในไทย

