เดี๋ยวนี้ Wan Chai เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายยอดนิยมของคนมาเที่ยวฮ่องกง เพราะเป็นย่านที่เป็นส่วนผสมของตึกเก่า และความเป็นเมืองสมัยใหม่ ที่สำคัญย่านนี้คนไม่แออัดและพลุกพล่านเท่า Central แต่มีร้านอาหารอร่อยๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกซอยเต็มไปหมด สำหรับพิกัดลิสต์นี้เราได้คำแนะนำร้านอาหารบางส่วนมาจาก ‘พี่แป๋ว – Eat Like 852’ กูรูท้องถิ่นสายกินจากฮ่องกง ที่แม้ว่าตอนนี้จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่นแล้ว แต่ก็ยังบินกลับมาอัปเดตร้านใหม่อยู่เรื่อยๆ นำมาบวกกับสถานที่เราไปลองมาแล้วว่าดีและน่าสนใจ เอาล่ะ เราจะไม่สาธยายเยอะอีกต่อไปแล้ว ไปดูเลยว่า มีที่ไหนที่ควรปักหมุดกันบ้าง

Seventh Son Restaurant
มาว่านไจ๋ ต้องมาลองหมูหันของ Seventh Son หมูหันระดับมิชลิน 1 ดาว ที่จองยากมาก และคิวแน่นตลอดปี! ก่อตั้งโดย Chui Tak Hing เชฟกวางตุ้งระดับตำนาน อดีต Executive Chef แห่ง Fook Lam Moon ผู้มีประสบการณ์ในครัวอาหารจีนระดับโรงแรมหรูยาวนานหลายทศวรรษ สำหรับเมนูเด็ดที่นี่คือ Roasted Suckling Pig หรือหมูหันทั้งตัว หนังบางกรอบ สีแดงเงาสวย กัดแล้วแตกกรุบเบาๆ แต่เนื้อด้านในยังชุ่มฉ่ำ ไม่แห้ง ไม่มันเกินไป เสิร์ฟมาเป็นชิ้นพอดีคำแบบเรียบง่าย เน้นรสชาติจริงๆ ของการย่างไฟที่แม่นยำ ถ้ามาหลายคนเราแนะนำให้สั่งทั้งตัว หรือจะสั่งเป็นจานก็ได้ถ้ามากันไม่เยอะ นอกจากหมูหัน เมนูอาหารกวางตุ้งสไตล์คลาสสิกอื่นๆ ก็ทำได้เนี้ยบและอร่อยมาก เป็นหนึ่งร้านที่เราอยากให้ไป ถ้ามีโอกาส
Located: 3F, Wharney Hotel
Open: ทุกวัน เวลา 11.30 – 15.00 น. และ 18.00 – 22.00 น.
Map: https://maps.app.goo.gl/ALihkqg4paiT1qt2A

FAT J Char Siu
ร้านมาแรงประจำย่าน ที่มัดใจนักชิมได้แบบอยู่หมัดกับ FAT J Char Siu ร้านลูกของ Flower Drum ที่เน้นของย่างสไตล์กวางตุ้ง หลายคนบอกว่านี่คือร้าน Flower Drum ในเวอร์ชั่นที่ Casual กว่า สบายใจกว่ารวมถึงเงินในกระเป๋าด้วย เมนูหลักที่คนนิยมสั่งกันคือ Char Siu หมูแดงย่างหั่นชิ้นหนา ได้ทั้งความฉ่ำและเนื้อสัมผัสที่ดี เสิร์ฟพร้อมข้าวหรือบะหมี่แบบเรียบง่าย นอกจากหมูแดงแล้ว เมนูเด็ดอีกอย่าง คือ ไก่ซีอิ๊วสูตรพิเศษผสมเหล้าเหมาไถ (Maotai soy sauce chicken) และห่านย่างที่หลายคนบอกว่าอร่อยไม่แพ้หมูแดงเลย
Location: Landale Street
Open: ทุกวัน เวลา 12.00 – 16.00 และ 17.00 – 21.00
Map: https://maps.app.goo.gl/RBU5bNU85rW8QGXN7

Bakehouse
ทาร์ตไข่เจ้าดังขวัญใจคนไทยที่มีสาขา 7 แห่ง ในฮ่องกง ทว่าสาขาออริจินัลอยู่ที่ Wan Chai ร้านนี้ก่อตั้งโดย Grégoire Michaud เชฟชาวสวิสผู้หลงใหลในการทำขนมอบ ตัวเชฟผ่านงานในโรงแรมและร้านอาหารดังมากมาย ก่อนตัดสินใจปักหลักยังฮ่องกงเพื่อยกระดับวงการเบเกอรีของเมืองนี้ เมนูยอดนิยมแน่นอนว่าต้องเป็น Egg Tart โดยทาร์ตไข่ของที่นี่ทำฐานด้วยแป้งซาวโดว์ (Sourdough) แป้งกรอบเป็นชั้น มีโครงสร้างแน่น ตัดกับคัสตาร์ดเนียนนุ่ม หอมเนย กินตอนอุ่นๆ จะได้สัมผัสดีที่สุด
Location: Tai Wong Street East
Open: ทุกวัน เวลา 12.00 – 16.00 และ 17.00 – 21.00
Map: https://maps.app.goo.gl/2nh4Zh93Z2JDqjQE8

Wan Chai Pak Tai Temple
พักเบรกของกินมาไหว้พระกันบ้าง วัดเก่าแก่ในย่านว่านไจ๋ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1863 เพื่อบูชา ‘ปักไท่’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘เทพเจ้าแห่งท้องทะเล’ ที่ช่วยปัดเปาสิ่งชั่วร้าย ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม หลังคากระเบื้องสีเขียว ด้านในมีงานไม้ปิดทองสมัยราชวงศ์ชิง และมีดาบเหล็กรัชสมัยราชวงศ์ซ่ง ภายในประดิษฐานองค์ปักไท่ทำจากทองแดงขนาดใหญ่ ซึ่งเชื่อว่ามีอายุมากกว่าตัววัด ชาวฮ่องกงนิยมมาวัดนี้เพื่อแก้ดวง แก้ชงประจำปี เพราะมี ‘เทพเจ้าเปลี่ยนใจ’ สามารถเปลี่ยนร้ายกลายเป็นดี เปลี่ยนศัตรูมาเป็นมิตร
Location: Lung On St
Open: ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
Map: https://share.google/JxAjxCbowkJrk1B5G

Blue House
หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของ Wan Chai ที่ใครมาก็ต้องแวะมาถ่ายรูป อาคารสีฟ้าสดที่สร้างขึ้นช่วงทศวรรษ 1920 และเป็นตัวอย่างของตึกแบบ Tong Lau หรืออาคารพาณิชย์จีนยุคต้นศตวรรษที่ 20 ที่ยังคงโครงสร้างดั้งเดิมไว้ได้ครบถ้วน ทั้งระเบียงเหล็ก หน้าต่างไม้ และบันไดเก่า ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์ ‘Viva Blue House’ ที่รักษาอาคารพร้อมชุมชนดั้งเดิมเอาไว้โดยไม่ได้รีโนเวตให้กลายเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมด ปัจจุบันบางส่วนเปิดเป็นพื้นที่จัดแสดงเล็กๆ เล่าเรื่องประวัติชุมชน Wan Chai และการอยู่อาศัยแบบเก่าในฮ่องกง
Location: Stone Nullah Ln
Open: ทุกวัน เวลา 10.00 – 18.00 น. (ปิดวันพุธ)
Map: https://maps.app.goo.gl/bFi9QapUZE9M9Az76

Ho Wah Coffee & Tea Room
ร้านน้ำชาสไตล์ฮ่องกงดั้งเดิมประจำย่านที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1952 ตั้งอยู่บนถนน Johnston ห่างจากสถานี Wan Chai ไปไม่ไกลนัก ที่นี่เน้นขายน้ำชา และอาหารจานเดียวง่ายๆ เช่น สปาเก็ตตี แซนด์วิช เฟรนช์โทสต์ จุดเด่นของร้านอยู่ที่ชานมแบบฮ่องกง ที่เจ้าของร้านยังคงใช้สูตรลับผสมใบชาด้วยตัวเอง ต่างจากร้านส่วนใหญ่ที่ซื้อแบบสำเร็จรูป ทำให้ได้รสชาที่หอม อร่อย นัว ไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งร้านที่คนท้องถิ่นแวะมากินกันเป็นปกติ โดยเฉพาะช่วงเช้าและกลางวัน
Location: 216 Johnston Road
Open: ทุกวัน 05.00 – 19.00 น.
Map: https://maps.app.goo.gl/WirThERrxvRYLmBF9

Kee Wah Tearoom
อีกหนึ่งร้านเบเกอรีท้องถิ่นที่อยู่คู่ฮ่องกงมานานกว่า 80 ปี แบรนด์ขนมโลคัลที่นักเดินทางทั้งชาวไทยและฮ่องกงมักซื้อกลับเป็นของฝาก ไม่ว่าจะเป็นคุกกี้อัลมอนด์ ขนมไหว้พระจันทร์ หรือพายท้องถิ่น สำหรับสาขาว่านไจ๋ เป็น Flagship Store ที่ใช้พื้นที่อาคารโบราณที่ได้รับขึ้นการขึ้นทะเบียนเป็นอาคารประวัติศาสตร์เป็นสถานที่ตั้ง ชั้น 1 เปิดเป็นช็อปสำหรับขายของฝาก หรือเลือกขนมซื้อกลับบ้าน, ส่วนชั้น 2 เปิดเป็นคาเฟ่ เสิร์ฟของหวาน เครื่องดื่ม และสุดท้ายชั้น 3 ทำหน้าที่เป็น สตูดิโอสำหรับจัดเวิร์กช็อป สอนทำขนมท้องถิ่นยอดนิยมอย่าง Wife Cake, ทาร์ตไข่, ขนมปังสับปะรด และขนมไหว้พระจันทร์
Location: Queen’s Road East
Open: ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
Map: https://maps.app.goo.gl/xUmjRDCcX2eu1qqT8

Soft Thunder Bakery and Coffee
ร้านเบเกอรีขนาดเล็กใน Kenedy Town ที่มาเปิดสาขา Flagship ในว่านไจ๋ ที่นี่เน้นงานเพสตรีสไตล์ฝรั่งเศส โดยมีเมนูเด่นของร้านคือครัวซองต์ และล่าสุดกับเมนูทาร์ตไข่ ‘รสโมจิกาแฟ’ จุดเด่นของขนมอบที่นี่คือเทคนิคการรีดแป้งและควบคุมอุณหภูมิ ทำให้ครัวซองต์ออกมาเป็นชั้นบางสม่ำเสมอ ด้านนอกกรอบเบา ด้านในยังมีความชุ่ม ไม่แห้งแตกเป็นผง ตัวร้านมีพื้นที่ไม่มาก บรรยากาศเรียบง่าย สาขานี้คนชอบมานั่งเล่นเพราะมองเห็นถนนวิวกว้าง ช่วงสายถึงบ่ายของหมดค่อนข้างเร็ว โดยเฉพาะครัวซองต์บางรส อ้อ ลืมบอกว่าทาร์ตไข่ร้านนี้หวานมันมาก เพราะฉะนั้นใครที่กลัวหวาน แนะนำให้ซื้อมาลองกินสักชิ้นก่อน
Location: Queen’s Road East
Open: ทุกวัน เวลา 07.30 – 19.30 น.
Map: https://maps.app.goo.gl/mikNjb5X3Rom32g5A

Photo: Tuynvolkmm H
Sun King Yuen Curry
ถ้าเดินไปตามถนน Spring Garden Lane ในช่วงสายๆ แล้วเจอคนต่อแถวคิวยาวเหยียด ขอให้รู้ว่านี่คือแถวของร้าน Sun King Yuen Curry ร้านโลคัลแบบฮ่องกงที่เด่นเรื่องหมูทอด โดยเฉพาะเมนูข้าวแกงกะหรี่พอร์คช็อป (Pork Chop Curry Rice) หมูทอดชิ้นใหญ่ กรอบนอกนุ่มใน จุ่มซอสแกงกะหรี่รสเข้ม หอมเครื่องเทศแบบครีมมี่ กินง่ายแต่รสชัด อีกหนึ่งจานที่หลายคนสั่งคือ ผัดหมี่เนื้อหอฟ่าน (Dry Fried Beef Ho Fun) ที่ผัดด้วยไฟแรงตามแบบฉบับจีนกวางตุ้ง เนื้อวัวนุ่ม เส้นหอมกะทะมาก
Location: G/F, 20 Spring Garden Lane
Open: จันทร์-เสาร์ เวลา 11.30-14.30 และ 18.30-20.30 (หยุดวันอาทิตย์)
Map: https://maps.app.goo.gl/FK4AmRpUsn7AwXKS8

Bowrington Hotpot
ขอปิดท้ายด้วยร้านฮอตพอตในละแวก Wan Chai-Causeway Bay ตัวร้านตั้งอยู่บนถนน Jaffe Road ไม่ไกลจาก Bowrington Road Market ร้านนี้ขึ้นชื่อทั้งบรรยากาศและรสชาติ (ที่สำคัญคนไทยยังไม่ไปกินมากนัก) ด้านในร้านตกแต่งสไตล์ย้อนยุคแบบฮ่องกงดั้งเดิม ใช้โคมไฟแดง โต๊ะเก้าอี้ไม้ และลวดลายอักษรจีนแบบที่เห็นในงานแต่งงาน ทำให้เวลากินรู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปช่วงฮ่องกงยุคก่อน นอกจากบรรยากาศ จุดเด่นของร้านอยู่ที่น้ำซุปซิกเนเจอร์หลากหลายสูตร และดีต่อสุขภาพ เช่น ซุปไก่มะพร้าว ซุปหมาล่า ซุปสะเต๊ะ ฯลฯ ส่วนเครื่องต่างๆ ก็มีให้เลือกเยอะ เนื้อวัวคุณภาพ ซีฟู้ดสดใหม่ และผักหลากชนิดที่เข้ากับหม้อไฟทุกแบบ
ใครอยากหาร้านหม้อไฟกินในฮ่องกง ถ้าเบื่อ Big JJ Seafood หรือ Lau Haa ก็แวะมากินได้ รับรองว่าอร่อยจริง!
Location: Queen’s Road East
Open: ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.
Map: https://maps.app.goo.gl/CPP3qVQqk7FrhbtX9
ภาพ: พลอยจันทร์ สุขคง, Shutterstock, Courtesy of Brand
#TheStandardLife #TheUrbanGuidetoWellbeing
#WanChai #DiscoverHongKong

