ยูเครนยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงการเข้าถึงแร่แรร์เอิร์ธของสหรัฐอเมริกาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้บริษัทสัญชาติอเมริกันสามารถโกยเงินหลายพันล้านดอลลาร์จากการใช้ประโยชน์จากแหล่งแร่หายากนี้ ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็คาดหวังว่าจะได้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อปกป้องประเทศของตนจากการรุกรานของรัสเซียที่เวลาล่วงเลยเข้าสู่ปีที่ 3 และยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
และนี่คือสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับซูเปอร์ดีลระหว่างสองชาติ
-
แร่แรร์เอิร์ธสำคัญอย่างไร
THE STANDARD ขอปูพื้นความรู้เกี่ยวกับแร่แรร์เอิร์ธ เพื่อให้เข้าใจภาพรวมว่าแร่นี้สำคัญอย่างไร ทำไมสหรัฐฯ จึงเรียกร้องให้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนจากการให้ความช่วยเหลือด้านสงคราม
แร่แรร์เอิร์ธเป็นกลุ่มของโลหะหนัก 17 ชนิด ซึ่งเป็นธาตุในกลุ่มแลนธานอยด์ (Lanthanides) 15 ธาตุ และอีก 2 ธาตุในหมู่โลหะทรานซิชัน ได้แก่ สแกนเดียม (Scandium) และอิตเทรียม (Yttrium) ซึ่งพบได้ในเปลือกโลก
แร่ธาตุเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการผลิตสินค้าด้านเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งเป็นข้าวของที่เราใช้กันในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ ในกิจกรรมการป้องกันประเทศ เช่น เลเซอร์และระบบโซนาร์
แม้อุปกรณ์ต่างๆ จะต้องการปริมาณของแร่แรร์เอิร์ธเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ขณะเดียวกันมันก็หมายความว่า หากขาดแร่แรร์เอิร์ธไปสักเพียงนิด อุปกรณ์เหล่านี้ก็จะไม่สามารถทำงานได้เลย
แม้แร่แรร์เอิร์ธจะฝังตัวอยู่ในเปลือกโลก ไม่ได้หายากเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคสำคัญคือการสกัดแร่ธาตุเหล่านี้ใช้ต้นทุนสูงมาก
-
ยูเครนครองแร่แรร์เอิร์ธชนิดใด
แม้สหรัฐฯ จะเรียกร้องแร่แรร์เอิร์ธจากยูเครน แต่นั่นไม่ได้แปลว่ายูเครนมีแร่ชนิดนี้สูงติดอันดับท็อปๆ ของโลก เพราะหากดูข้อมูลแล้วจะเห็นว่ายูเครนไม่ได้ติดอันดับ 15 ประเทศมีปริมาณสำรองแร่แรร์เอิร์ธมากที่สุดของโลกด้วยซ้ำ
แต่สิ่งที่ยูเครนมีคือแร่ธาตุประมาณ 2 ใน 3 ที่สหภาพยุโรปจัดประเภทให้เป็น ‘แร่ธาตุสำคัญ’ ซึ่งรวมถึงแร่แรร์เอิร์ธ แกรไฟต์ ลิเธียม ไทเทเนียม และโลหะมีค่าอื่นๆ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพเช่น ยูเครนมีซัพพลายแกรไฟต์ 20% ของโลก ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตดินสอ ไปจนถึงเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
นอกจากนี้ยูเครนมีปริมาณแร่ลิเธียมสำรองอยู่ราว 450,000 ตัน ซึ่งเป็นธาตุที่สำคัญในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วย
-
ทำไมทรัมป์ถึงสนใจแหล่งแร่ยูเครน
หากเทียบกันทั้งโลกแล้ว ชาติที่ถือครองแร่แรร์เอิร์ธมากที่สุดคือจีน อีกทั้งยังเป็นชาติที่มีการสกัดแร่ชนิดนี้ได้มากที่สุดด้วย ฉะนั้นแล้วในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ และจีนขับเคี่ยวกันเพื่อชิงตำแหน่งมหาอำนาจโลก แหล่งแร่ของยูเครนจึงถือเป็นทรัพยากรสำคัญที่จะช่วยหนุนให้สหรัฐฯ สามารถยกระดับการผลิตได้ทั้งในแง่ของสินค้าและเทคโนโลยีการป้องกันประเทศ
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังมองว่าข้อตกลงนี้เป็นหนทางที่สหรัฐฯ จะได้ผลประโยชน์คืนจากยูเครนบ้าง หลังรัฐบาลชุดก่อนใช้จ่ายเงินในการช่วยเหลือทั้งทางทหารและทางเศรษฐกิจแก่ยูเครนเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเงื่อนไขแลกเปลี่ยนใดๆ
-
ข้อตกลงมีรายละเอียดใดที่น่าสนใจ
รายงานจากสื่อต่างๆ ระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้ไม่ได้ให้การรับประกันความปลอดภัยที่ชัดเจนแก่ยูเครน และไม่ได้บังคับให้สหรัฐฯ ต้องให้ความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมด้วย
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าการรับประกันดังกล่าวเป็นแบบ ‘โดยนัย’ ไม่ใช่แบบ ‘เจาะจง’
ถามว่าการรับประกัน ‘โดยนัย’ คืออะไรนั้น อาจสามารถตีความได้ว่า เมื่อธุรกิจสัญชาติอเมริกันได้เงินมหาศาลจากการสกัดแร่ของยูเครน ก็จะทำให้สหรัฐฯ มีแรงจูงใจที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่มั่นคง ปลอดภัย รวมถึงมีสภาพเศรษฐกิจที่เจริญรุ่งเรืองแก่ยูเครนนั่นเอง
-
ดีลนี้จะทำให้สัมพันธ์สหรัฐฯ-ยูเครนเปลี่ยนไปในทางใด
ข้อตกลงครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีเงื่อนไขที่ไม่ได้ผูกมัดกับทั้งสองฝ่ายมากนัก แต่ก็ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าเงื่อนไขที่จะออกมาในภายหลังจะเปลี่ยนทิศทางจากเดิมหรือไม่
และหลังจากนี้ยูเครนอาจไม่สามารถพึ่งพาคำมั่นสัญญาของสหรัฐฯ ว่าจะให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทางทหารใหม่ๆ หรือการรับประกันความปลอดภัยใดๆ ได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์บางส่วนยังตั้งข้อสงสัยว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจอเมริกันอยากเข้าไปเริ่มกระบวนการตั้งกิจการในยูเครนได้จริงหรือไม่ ซึ่งคาดว่ากระบวนการดังกล่าวอาจต้องใช้เวลานานหลายปี
แต่ที่ชัดเจนคือข้อตกลงนี้จะทำให้ทรัมป์ได้คะแนนนิยมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น และอาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของแนวทางของสหรัฐฯ ที่มีต่อยูเครน ซึ่งหลังจากนี้จะเปลี่ยนจากการยึดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ มาสู่การยึดตามหลัก ‘เศรษฐกิจ’ ที่เข้มงวดมากขึ้น
แฟ้มภาพ: TETIANA DZHAFAROVA/Pool via REUTERS และ REUTERS/Elizabeth Frantz
อ้างอิง: