×

ทำไมแผน ‘ฮุบน้ำมันเวเนซุเอลา’ ของสหรัฐฯ จึงไม่ง่ายอย่างที่คิด?

07.01.2026
  • LOADING...

สื่อนอกวิเคราะห์ หมดยุครุ่งเรืองน้ำมันเวเนซุเอลา และฟื้นตัวยาก สหรัฐฯอาจต้องใช้เงินเดิมพันมหาศาลมากกว่าแสนล้านดอลลาร์ และใช้เวลานานถึง 10 ปี ขณะที่ รัฐบาลไทยเกาะติดใกล้ชิด ย้ำยังไม่กระทบราคาในประเทศ

 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานบทวิเคราะห์ อนาคตอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลา ว่า หนึ่งในแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะเข้าไปฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลาให้เป็นความจริงนั้น ‘อาจไม่ใช่เรื่องง่าย’ เพราะต้องใช้เวลาผ่านกระบวนการนานหลายปี และจะเต็มไปด้วยความยากลำบาก โดยมีการประเมินว่า สหรัฐฯ อาจต้องใช้งบลงทุนสูงกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์

 

ทั้งนี้ แม้เวเนซุเอลา เป็นประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก แต่กลับเป็นเพียงความมั่งคั่งที่ไม่สามารถเอามาใช้ได้จริง

 

ปัจจัยหลักๆ มาจากตลอดช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตน้ำมันดิบถูกทำลายอย่างหนัก ทั้งจากการทุจริต การขาดการลงทุน เกิดเหตุไฟไหม้ ทุจริตคอร์รัปชัน ปัญหาการลักลอบขโมยที่สะสมมานานหลายปี

 

ฟรานซิสโก โมแนลดี ผู้อำนวยการด้านนโยบายพลังงานลาตินอเมริกา ประจำ Baker Institute for Public Policy, Rice University ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองระดับโลก วิเคราะห์ว่า การจะฟื้นฟูระบบภายในที่อ่อนแอของ เวเนซุเอลาให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองเช่นในทศวรรษ 1970 นั้น จะต้องอาศัยการลงทุนจากบริษัทต่างๆ ราว 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี และต้องลงทุนต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 10 ปี

 

“แต่หากใจร้อนต้องการให้การฟื้นตัวเกิดขึ้นได้เร็วกว่านี้ ก็จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมากกว่านั้นอีกด้วยซ้ำ” ฟรานซิสโก กล่าว

 

หมดยุครุ่งเรือง ‘น้ำมัน’ ซัพพลายล้นตลาดโลก

 

อีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุนในเวเนซุเอลา คือ ปัจจุบันตลาดโลกเผชิญภาวะซัพพลายน้ำมันล้น โดยราคาน้ำมันเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี

 

ขณะเดียวกัน บริษัทน้ำมันหลายแห่งยังคงมีเงินกู้ และค่าชดเชยที่ไม่ได้รับการชำระมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ จากกรณีที่เคยถูกยึดสินทรัพย์ในยุครัฐบาลชาเวซ

 

นอกจากนี้ หากย้อนดูราคาน้ำมันดิบเบรนท์ และเวสต์เท็กซัส ต่างลดลงเกือบ 20% ในปีที่ผ่านมา 2025 ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 และ ราคาน้ำมันเบรนท์ลดลงติดต่อกันนับเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์อีกด้วย

 


ข่าวที่เกี่ยวข้อง:


 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก JPMorgan คาดการณ์ว่า เวเนซุเอลาอาจเพิ่มผลผลิตเป็น 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีก 10 ปีข้างหน้า จากระดับปัจจุบันที่ 0.8 ล้านบาร์เรล ทว่าในระยะสั้น ยังไม่ชัดเจนว่าเวเนซุเอลาจะสามารถส่งออกน้ำมันได้มากแค่ไหน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และการส่งออกไปยังจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่อย่างไร

 

อย่างไรก็ดี ทรัมป์ ย้ำล่าสุด ว่า บริษัทของสหรัฐฯ จะใช้เงินหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว ท่ามกลางข้อกังขา บรรดาบริษัทน้ำมันรายใหญ่ ยังต้องการลงทุนในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนเช่นนี้หรือไม่

 

ทั้งนี้ ทรัมป์ ก็ยังยืนยันว่าบริษัทน้ำมันของอเมริกาจะเป็นผู้นำในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมไฮโดรคาร์บอนของประเทศในละตินอเมริกาแห่งนี้ให้ได้

 

หวั่นวิกฤตเวเนซุเอลาลามกระทบเศรษฐกิจเอเชีย ‘อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้’

 

ด้านสำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา หากเกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ก็มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเอเชียเช่นกัน

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘จีน’ ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดจากประเทศนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ สหรัฐฯ เคยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลามากที่สุด และสหรัฐฯ มีโรงกลั่นที่สามารถรองรับน้ำมันดิบชนิดนี้ได้ แต่หลังจากที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการคว่ำบาตร จีนก็ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด

 

โดยปีที่แล้ว จีนนำเข้าน้ำมันประมาณ 395,000 บาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 273,000 บาร์เรลในปี 2024 ตามข้อมูลของ Kpler บริษัทข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ ระบุว่า การนำเข้าจากเวเนซุเอลาคิดเป็นประมาณ 4% ของการนำเข้าน้ำมันดิบทั้งหมดของจีนในปีที่แล้ว

 

อีกทั้ง อินเดีย ก็เป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แม้ว่าการนำเข้าจะลดลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ตาม วิกฤตครั้งนี้จึงส่งผลต่อตลาดเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

‘อนุทิน’ สั่งเกาะติดวิกฤตเวเนซุเอลา ย้ำไม่ทุบราคาน้ำมันไทย

 

ด้านอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ต้องจับตาสถานการณ์ใกล้ชิดเพราะมีหลายเหตุการณ์ที่จะส่งผลกระทบ ในส่วนของเวเนซุเอลา ขณะนี้ยังไม่ถึงกับทําให้ราคาน้ํามันมีราคาสูง และสหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการเรื่องน้ํามันสํารองของเวเนซุเอลาได้ดี

 

ส่วนกรณีท่าทีของสหรัฐฯ อาจขยายขยับบทบาทอีก คงต้องจับตา เนื่องจากเกี่ยวโยงกับภูมิรัฐศาสตร์การเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ท่านอนุทิน นายกรัฐมนตรี กําชับให้ติดตามราคาน้ํามันอย่างใกล้ชิด ขอให้สบายใจ ไทยยังไม่มีการปรับขึ้นราคาน้ํามัน”

 

เมื่อถามว่า อนาคตประเมินไทยจะได้รับผลกระทบอย่างไร อรรถพล กล่าวว่า “มีผลทั้งทางบวกและทางลบ ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากสหรัฐฯ เข้าไปบริหารจัดการน้ํามันเวเนซุเอลาได้ดี ก็จะสามารถผลิตน้ํามันสํารองมายังตลาดโลกได้”

 

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดต้องติดตามประเด็นความขัดแย้งของแต่ละประเทศด้วย เพราะล้วนมีผลต่อราคาน้ํามัน

 

ภาพ: Tomas Ragina, Joe Raedle /Getty image

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising