การเจรจาสันติภาพครั้งประวัติศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ปิดฉากลงภายหลังกระบวนการเจรจามาราธอน ตลอดทั้งวันกว่า 21 ชั่วโมง
ประเด็นสำคัญ
ผลการเจรจาที่ออกมา ทั้งสองฝ่ายยังคง ‘ล้มเหลว’ ที่จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งทั่วโลกตั้งความหวังว่าจะเป็นหนทางเพื่อยุติสงครามที่กำลังก่อผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิกฤตด้านพลังงาน
อะไรทำให้การเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ และโอกาสในการยุติสงครามยังมีอยู่หรือไม่ นี่คือรายละเอียดทั้งหมดที่เราทราบจนถึงตอนนี้
เกิดอะไรขึ้นในช่วง 21 ชั่วโมง?
- การเจรจาในกรุงอิสลามาบัดครั้งนี้ เป็นการพบปะโดยตรงระหว่างผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่านครั้งแรกในรอบกว่าทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี 1979
- ผลลัพธ์ของการเจรจาอาจกำหนดชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่มีอายุ 2 สัปดาห์ และโอกาสในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมันประมาณ 20% ของโลก หลังจากที่ถูกอิหร่านปิดกั้นมาตั้งแต่เริ่มสงคราม จนทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและก่อผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงไทย
- คณะผู้แทนฝ่ายอิหร่านจำนวน 71 คน เรียกตนเองว่า ‘มินาบ 168 (Minab 168)’ ที่สื่อถึงกลุ่มเด็กนักเรียนหญิงและครู 168 คน ที่เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ใส่โรงเรียนประถมในเมืองมินาบ ในวันแรกของสงคราม
- ในจำนวนคณะผู้แทนอิหร่าน มี 14 คน ที่ได้เข้าร่วมการเจรจา นำโดยโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน พร้อมด้วย อับบาส อะรอกชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน นอกจากนี้ยังมีเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำปากีสถาน, สมาชิกสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด, ผู้ว่าการธนาคารกลาง, และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน
- ผู้แทนอิหร่านยืนยันว่าการเข้าร่วมเจรจาครั้งนี้ จะเป็นไปด้วย “ความไม่ไว้วางใจอย่างสิ้นเชิง” ต่อสหรัฐฯ และเตือนว่าอิสราเอล ซึ่งยังคงโจมตีเลบานอน อาจเป็นฝ่ายที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว
- ทางด้านผู้แทนเจรจาฝ่ายสหรัฐฯ นำโดย เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ, พร้อมด้วย จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษเพื่อภารกิจสันติภาพ
- ก่อนการเจรจาโดยตรงระหว่างทั้งสองฝ่ายจะเริ่มต้นขึ้นวานนี้ (11 เมษายน) ทางคณะผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เข้าหารือกับเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน ที่บ้านพัก แต่ไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาในการพูดคุย
- จากนั้น ในช่วงเวลาเกือบ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 20.00 น. ตามเวลาไทย Al Jazeera รายงานว่า การเจรจาโดยตรงระหว่างผู้แทนอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
- สำหรับประเด็นหลักในการเจรจา ไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าครอบคลุมถึงเรื่องการคว่ำบาตร การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ และการหยุดยิงในเลบานอน
- ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐฯ เรียกร้องให้อิหร่านเปิดช่องแคบอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยอมรับอำนาจเหนือช่องแคบ
- ส่วนประเด็นโครงการนิวเคลียร์ อิหร่านต้องการให้สหรัฐฯ ยอมรับสิทธิ์ในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งที่ผ่านมาสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเรียกร้องนี้ และทรัมป์ยืนยันว่า “จะไม่มีการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม”
- นอกจากนี้ อิหร่านยังต้องการให้สหรัฐฯ ถอนกำลังรบออกจากภูมิภาค ยุติสงครามในทุกแนวรบ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่มีการรุกรานอีก
- การเจรจารอบแรกดำเนินไปราว 2 ชั่วโมงก่อนจะมีการพักทานอาหารค่ำ หลังจากนั้นจึงมีการเจรจาต่อ ซึ่งกินเวลายาวนาน
- เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน โพสต์บน X ระหว่างเจรจาว่า “การเจรจาอย่างเข้มข้นที่เริ่มต้นตั้งแต่เช้าวันเสาร์ด้วยความพยายามและการไกล่เกลี่ยอย่างเอื้อเฟื้อของปากีสถานได้ดำเนินต่อไปโดยไม่หยุดชะงักจนถึงขณะนี้ และมีการแลกเปลี่ยนข้อความและจดหมายจำนวนมากระหว่างทั้งสองฝ่าย”
- เขาชี้ว่า ความสำเร็จในการเจรจานั้น “ขึ้นอยู่กับความสุจริตใจของฝ่ายตรงข้าม” ตลอดจน “การงดเว้นจากข้อเรียกร้องที่มากเกินไป และคำขอที่ผิดกฎหมาย และการยอมรับสิทธิและผลประโยชน์ที่ชอบด้วยกฎหมายของอิหร่าน”
- ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวถึงการเจรจาที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปอย่าง “ลึกซึ้งมาก” แต่มั่นใจว่า “สหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในสงครามแล้ว ไม่ว่าผลการเจรจาจะเป็นอย่างไรก็ตาม”
- กระทั่งในเวลา 04.37 น. ของวันนี้ (12 เมษายน) ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 06.37 น. ของวันนี้ตามเวลาไทย ทางสำนักข่าว Fars ของทางการอิหร่านได้รายงานว่า การเจรจาซึ่งหน้าระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้สิ้นสุดแล้ว โดย “ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อความเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งมีทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมด้วย”
การเจรจาล้มเหลว เพราะอะไร?
- หลังสิ้นสุดการเจรจา Fars รายงานโดยอ้างว่า “การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน จะขยายเวลาออกไปอีกเป็นวันที่สอง โดยจะดำเนินต่อในวันนี้” แต่ทางผู้แทนฝ่ายสหรัฐฯ ไม่มีการยืนยัน ว่าจะมีการเจรจาวันที่สองเกิดขึ้นหรือไม่
- ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนหลังเจรจา โดยขอบคุณนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน และชื่นชมว่าเป็น “เจ้าภาพที่ยอดเยี่ยม” พร้อมเผยว่า ตลอดระยะเวลา 21 ชั่วโมง ของความพยายามในการเจรจา สหรัฐฯ ได้มีการหารืออย่างเป็นสาระสำคัญกับอิหร่านหลายครั้ง
- อย่างไรก็ตาม เขาชี้ว่า “ข่าวร้ายก็คือ สหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้” และเผยว่าจะเดินทางกลับโดยไร้ความคืบหน้าเรื่องข้อตกลงหยุดยิง
- “ผมคิดว่านั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าข่าวร้ายสำหรับสหรัฐอเมริกาเสียอีก ดังนั้น เราจึงต้องกลับไปที่สหรัฐอเมริกาโดยที่ยังไม่ได้บรรลุข้อตกลง เราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนแล้วว่าขอบเขตที่เรายอมรับได้คืออะไร อะไรที่เรายินดีจะประนีประนอม และอะไรที่เราไม่ยอมประนีประนอม และเราได้ชี้แจงอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่พวกเขากลับเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของเรา” แวนซ์ กล่าว
- เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่อิหร่านปฏิเสธ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่าเขาจะไม่ลงรายละเอียด แต่สหรัฐฯ กำลังต้องการการยืนยันว่าอิหร่านจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ในระยะยาว
- “ข้อเท็จจริงง่ายๆ ก็คือ เราต้องการเห็นคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่าพวกเขาจะไม่แสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ และพวกเขาจะไม่แสวงหาเครื่องมือที่จะทำให้พวกเขาสามารถสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือเป้าหมายหลักของประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนั่นคือสิ่งที่เราพยายามบรรลุผ่านการเจรจาเหล่านี้” เขากล่าว
- แวนซ์ ยังยืนยันว่า สหรัฐฯ ค่อนข้างยืดหยุ่น และประนีประนอม และยืนยันว่าได้เจรจาด้วยความสุจริตใจและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ข้อตกลง
- ขณะที่แวนซ์ เผยว่าระหว่างเจรจา ทางคณะผู้แทนของสหรัฐฯ ยังได้ติดต่อพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างต่อเนื่อง โดยอาจจะมากถึง 6-12 ครั้ง ในช่วง 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- เขายังเผยว่า คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะเดินทางออกจากปากีสถานพร้อมกับยื่นข้อเสนอสุดท้ายและดีที่สุดแก่อิหร่าน และจะรอดูว่าอิหร่านจะยอมรับหรือไม่
- โดยล่าสุด แวนซ์ได้เดินทางออกจากปากีสถานด้วยเครื่องบิน Air Force Two และมุ่งหน้ากลับสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่าจะไม่มีการเจรจากับอิหร่านต่อในวันนี้
- ทางด้านบาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านได้ให้สัมภาษณ์กับสื่ออิหร่านหลังจากที่แวนซ์ แถลง โดยกล่าวว่าอิหร่านและสหรัฐฯ “ได้บรรลุข้อตกลงในหลายประเด็น” และมี “ความเห็นที่แตกต่างกันในประเด็นสำคัญสองถึงสามประเด็น”
- “การเจรจาเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากสงครามที่ถูกบังคับดำเนินมา 40 วัน และเกิดขึ้นในบรรยากาศของความไม่ไว้วางใจและความสงสัย เป็นเรื่องปกติที่เราไม่ควรคาดหวังตั้งแต่แรกว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ภายในครั้งเดียว” เขากล่าวและชี้ว่า “ไม่มีใครคาดหวังเช่นนั้นเช่นกัน”
- ขณะที่ Fars รายงานข้อมูลจากแหล่งข่าวใกล้ชิดกับคณะผู้แทนอิหร่านว่า “สหรัฐฯ เรียกร้องทุกอย่างที่พวกเขาไม่สามารถได้รับในระหว่างสงครามผ่านการเจรจา”
- แหล่งข่าวเผยว่า “อิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ทะเยอทะยานของอเมริกาเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติภาพ และประเด็นอื่นๆ อีกหลายประเด็น”
- Fars ยังรายงานว่า เส้นทางสู่ข้อตกลงหยุดยิงนั้น ขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ เปลี่ยนแปลง “ข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผล” และช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในหลายประเด็นขัดแย้งที่ต้องได้รับการแก้ไข
- นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญจากทั้งสองฝ่ายกำลังทำงานเพื่อหาจุดร่วม และ “ผู้ไกล่เกลี่ยอย่างปากีสถานกำลังพยายามแก้ไขความแตกต่างและทำให้ความคิดเห็นใกล้เคียงกันมากขึ้น”
- ซึ่งทีมเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้ถอยกลับไปปรึกษาหารือกับทีมผู้เชี่ยวชาญของตนเกี่ยวกับร่างข้อความเจรจา โดย Fars รายงานว่า การเจรจาจะกลับมาดำเนินต่อเมื่อร่างข้อความเหล่านั้นเสร็จสมบูรณ์แล้ว
- ด้าน อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีปากีสถาน ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน โดยกล่าวว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่ “ทั้งสองฝ่ายจะต้องรักษาคำมั่นสัญญาเรื่องการหยุดยิงต่อไป”
- “เราหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะยังคงมีจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อบรรลุสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองที่ยั่งยืนสำหรับภูมิภาคทั้งหมดและที่อื่นๆ” เขากล่าว และยืนยันว่าปากีสถานจะยังคง “มีบทบาทในการอำนวยความสะดวกในการมีส่วนร่วมและการเจรจาระหว่าง อิหร่านและสหรัฐฯ ในอนาคต”
ภาพ : REUTERS/Asim Hafeez
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/4/12/iran-war-live-historic-face-to-face-talks-with-us-continue-in-islamabad
- https://www.bbc.com/news/live/cn4v0xm9y0kt
- https://www.reuters.com/world/asia-pacific/us-iran-talks-pause-now-disagreements-remain-2026-04-11/


