×

ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ชี้ ‘นโยบายกำแพงภาษี’ ของทรัมป์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ระบุใช้อำนาจเกินขอบเขต เตรียมสู้กันต่อในศาลฎีกา

30.08.2025
  • LOADING...
us-appeals-court-trump-tariffs

ศาลอุทธรณ์รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยครั้งสำคัญเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ (29 ส.ค. ตามเวลาสหรัฐฯ)ที่ผ่านมา ด้วยมติ 7 ต่อ 4 ว่านโยบายกำแพงภาษีอันเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยชี้ว่าประธานาธิบดีได้ใช้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ในการปรับเปลี่ยนนโยบายการค้าของประเทศ

 

คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นความเสียหายครั้งสำคัญที่สั่นคลอนรากฐานวาระทางเศรษฐกิจของทรัมป์ และเป็นการยืนยันคำตัดสินของศาลการค้าระหว่างประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะนำไปสู่การต่อสู้ทางกฎหมายในชั้นศาลฎีกาต่อไป อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์ได้อนุญาตให้กำแพงภาษีดังกล่าวยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนถึงกลางเดือนตุลาคม เพื่อให้เวลาแก่คู่กรณีในการยื่นเรื่องอุทธรณ์ต่อศาลสูง

 

ทรัมป์ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินผ่านทาง Truth Social ทันที โดยระบุว่า “กำแพงภาษีทั้งหมดยังคงมีผลบังคับใช้ วันนี้ศาลอุทธรณ์ที่มีความเอนเอียงทางการเมืองอย่างสูงได้ตัดสินอย่างไม่ถูกต้องว่าภาษีของเราควรถูกยกเลิก แต่พวกเขารู้ดีว่าท้ายที่สุดแล้วสหรัฐอเมริกาก็จะชนะ”

 

ทรัมป์ได้ประกาศใช้ ‘ภาษีตอบโต้’ (reciprocal tariffs) กับคู่ค้าเกือบทุกรายเมื่อเดือนเมษายน ในวันที่เขาเรียกว่า ‘วันปลดปล่อย’ (Liberation Day) ซึ่งสร้างความวุ่นวายในตลาดและเสียงคัดค้านจากรัฐบาลต่างประเทศ ภาษีเหล่านี้คิดเป็นประมาณ 70% ของรายได้จากภาษีที่คาดการณ์ไว้ในปี 2026 ตามการประเมินของ Tax Foundation

 

ประเด็นทางกฎหมายที่เป็นหัวใจของคดีนี้คือ การที่ศาลเสียงข้างมากมีความเห็นว่า ประธานาธิบดีได้ใช้อำนาจเกินขอบเขตภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ซึ่งตราขึ้นในปี 1977 โดยศาลระบุว่ากฎหมาย IEEPA นั้นให้อำนาจประธานาธิบดีในการดำเนินการหลายอย่างเพื่อตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินระดับชาติ แต่ไม่มีส่วนใดที่ระบุถึงอำนาจในการขึ้นภาษีอากรอย่างชัดเจน

 

ศาลได้ตั้งข้อสังเกตว่า ภายในตัวบทกฎหมายดังกล่าวไม่มีการปรากฏของคำว่า ‘ภาษี’ หรือคำที่มีความหมายเดียวกันเลย และเมื่อใดก็ตามที่ “สภาคองเกรสตั้งใจจะมอบอำนาจให้ประธานาธิบดีในการขึ้นภาษี ก็จะระบุไว้อย่างชัดแจ้ง” ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่มอบอำนาจหลักในการเก็บภาษีไว้ที่ฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น

 

นอกจากนี้ ศาลยังได้อ้างถึงหลักคำถามสำคัญ (major questions doctrine) ซึ่งเป็นหลักกฎหมายที่ศาลฎีกาเคยใช้ในการยกเลิกนโยบายของรัฐบาลชุดก่อนหน้าที่ถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจฝ่ายบริหารเกินกว่าที่สภาคองเกรสมอบให้

 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้พิพากษาเสียงข้างน้อยมีความเห็นต่างออกไป โดยผู้พิพากษา ริชาร์ด ทารันโต ระบุว่ากฎหมาย IEEPA นั้นเป็นการให้อำนาจในสถานการณ์ฉุกเฉินที่กว้างขวางในขอบเขตของกิจการต่างประเทศ ซึ่งย่อมขยายไปไกลกว่าอำนาจที่มีในสถานการณ์ปกติ


ก่อนหน้าที่จะมีคำตัดสิน ทีมกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงศาลอุทธรณ์ชี้แจงว่า การตัดสินคัดค้านประธานาธิบดีจะนำมาซึ่ง ‘ผลกระทบที่ร้ายแรง’ และอาจนำไปสู่ ‘ผลลัพธ์แบบเดียวกับวิกฤตเศรษฐกิจปี 1929’ 

 

โฮเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีพาณิชย์ ยังได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมถึงศาลเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนคำตัดสิน ระบุว่าการตัดสินดังกล่าวจะเป็นภัยต่อนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหรัฐฯ

 

คำตัดสินนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำแพงภาษี ซึ่งก็คือ ‘ภาษีตอบโต้’ (Reciprocal Tariffs) รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้องกับยาเฟนทานิลที่ใช้กับแคนาดา จีน และเม็กซิโก แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาษีเฉพาะภาคส่วน เช่น รถยนต์ เหล็ก และอลูมิเนียม ซึ่งอ้างอิงอำนาจจากกฎหมายความมั่นคงฉบับอื่น

 

เอสวาร์ ปราสาด ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล กล่าวว่า “คำตัดสินของศาลครั้งนี้ได้สร้างอุปสรรคครั้งใหญ่ให้กับนโยบายภาษีของทรัมป์ และจะยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนอย่างมหาศาลให้กับภูมิทัศน์การค้าโลก” หากคำตัดสินนี้ได้รับการยืนยันจากศาลฎีกา ก็อาจทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้จากภาษีหลายแสนล้านดอลลาร์

 

คดีนี้เริ่มต้นจากกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่นำโดยผู้นำเข้าไวน์ VOS Selections และได้รับการสนับสนุนจาก 12 รัฐที่นำโดยรัฐออริกอน ซึ่งระบุว่าภาษีเหล่านี้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจและเพิ่มต้นทุนให้กับหน่วยงานภาครัฐในการจัดซื้ออุปกรณ์จำเป็น

 

เจฟฟรีย์ ชวาบ ผู้อำนวยการฝ่ายคดีความของ Liberty Justice Center กล่าวว่า “คำวินิจฉัยนี้ช่วยปกป้องธุรกิจและผู้บริโภคชาวอเมริกันจากความไม่แน่นอนและความเสียหายที่เกิดจากภาษีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเหล่านี้”

 

ขณะที่ รอน ไวเดน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต กล่าวว่า “ศาลรัฐบาลกลางได้ทำในสิ่งที่วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันไม่ยอมทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นคือการระบุอย่างชัดเจนว่าการขึ้นภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์นั้นผิดกฎหมายและไม่สามารถดำเนินต่อไปได้”

 

ภาพ: Somodevilla/Getty Images

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising