×

ศาลสูงสุดสหรัฐฯ สั่งล้มภาษีต่างตอบแทนทรัมป์ ไทยอานิสงส์ลดเหลือ 10% ชั่วคราว ปชป. เตือนรัฐบาล-ผู้ส่งออกเร่งรับมือสงครามการค้าระลอกใหม่

โดย THE STANDARD TEAM
22.02.2026
  • LOADING...
วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวเตือนรัฐบาลรับมือสงครามการค้า

วงการเศรษฐกิจโลกต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกา (The US Supreme Court) มีมติ 6 ต่อ 3 พิพากษาให้การจัดเก็บภาษีต่างตอบแทน (Reciprocal Tariff) ภายใต้กฎหมาย IEEPA ที่รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ บังคับใช้กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย (ซึ่งเผชิญอัตราภาษีที่ร้อยละ 19) ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการค้าในทันที

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา วีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการไทยให้ระมัดระวังและอย่าเพิ่งชะล่าใจ เนื่องจากรัฐบาลทรัมป์ได้เตรียมแผนสำรองเพื่อตอบโต้กลับทันที โดยประเมินผลกระทบและข้อควรระวังสำหรับประเทศไทยออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้

 

1. ภาษีลดเหลือ 10% เป็นเพียงมาตรการชั่วคราว แม้ศาลจะสั่งยกเลิกภาษีร้อยละ 19 แต่รัฐบาลทรัมป์ได้อาศัยช่องโหว่ตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (The Trade Act 1974) ประกาศเก็บภาษีร้อยละ 10 กับทุกประเทศทั่วโลกทันที โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569

 

ผลดี: สินค้าไทยมีภาระภาษีลดลงจากร้อยละ 19 เหลือร้อยละ 10 ในระยะสั้น

 

ความเสี่ยง: กฎหมายดังกล่าวมีผลบังคับใช้เพียง 150 วัน (ถึงเดือนกรกฎาคม 2569) หลังจากนั้นสหรัฐฯ อาจนำมาตรา 301 มาใช้ไล่บี้ประเทศที่ถูกมองว่าทำการค้าไม่เป็นธรรม ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือบิดเบือนค่าเงิน

 

2. เงินคืนภาษีมหาศาลตกเป็นของผู้นำเข้าสหรัฐฯ ประเด็นที่ผู้ส่งออกไทยต้องทำความเข้าใจคือ เงินภาษีที่ศาลสั่งให้คืนนั้น จะถูกจ่ายคืนให้กับผู้นำเข้าในฝั่งสหรัฐฯ ไม่ใช่ผู้ส่งออกไทย ทางออกของผู้ประกอบการไทยคือต้องรวมกลุ่มเจรจากับคู่ค้าเพื่อขอส่วนแบ่งหรือสิทธิประโยชน์คืน ซึ่งคาดว่าจะเป็นกระบวนการที่ยากและยืดเยื้อ เนื่องจากทางการสหรัฐฯ มีท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ยอมจ่ายคืนโดยง่าย

 

3. แนะปรับกลยุทธ์เจรจารายสินค้า เมื่อกติกาโลกเปลี่ยน รัฐบาลไทยจำเป็นต้องปรับแผน โดยนายวีระพงษ์เสนอ 2 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ

 

เจรจารายตัว ดำเนินรอยตามประเทศอังกฤษ โดยเจรจาขอยกเว้นภาษีเป็นรายสินค้า ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเพื่อสร้างแต้มต่อ

 

เตรียมเกราะป้องกันจัดเตรียมข้อมูลให้รัดกุมเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาการค้าไม่เป็นธรรม ที่สหรัฐฯ อาจนำมาใช้อ้างอิงในการขึ้นภาษีรอบใหม่

 

นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มทองแดง อะลูมิเนียม และรถยนต์ ยังคงต้องเผชิญกับกำแพงภาษีต่อไป เนื่องจากอ้างอิงฐานกฎหมายคนละฉบับ (มาตรา 232) และมีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลทรัมป์จะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ ทั้งการขึ้นอัตราภาษีหรือขยายขอบเขตรายการสินค้าเพิ่มเติม

 

โดยสรุป แม้ประเทศไทยจะได้รับผลดีระยะสั้นจากการปรับลดอัตราภาษีเหลือร้อยละ 10 แต่สถานการณ์นี้เปรียบเสมือนสงครามตัวแทนทางการค้าที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดรายวัน ซึ่งการเจรจาเชิงรุกเท่านั้นที่จะเป็นทางรอดของเศรษฐกิจไทย

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising