The Wall Street Journal รายงานท่าทีของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หลังระบุผ่านที่ปรึกษาใกล้ชิดว่า อเมริกายินดียุติสงครามอิหร่าน โดยไม่ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมผลักดันให้ชาติยุโรปและกลุ่มประเทศอ่าวทำหน้าที่นี้แทน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญวิจารณ์ว่า เป็นการแสดงความไม่รับผิดชอบในฐานะผู้ก่อสงครามร่วมกับอิสราเอล
วันนี้ (31 มีนาคม) The Wall Street Journal เผยรายงานพิเศษว่า ทรัมป์ระบุกับที่ปรึกษาใกล้ชิดว่า สหรัฐฯ ยินดียุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน แม้ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิด โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้นำสหรัฐฯ และทีมงานได้ประเมินว่า ภารกิจการเปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้สงครามยืดเยื้อเกินกรอบเวลาที่ตั้งเวลา คือ 4-6 สัปดาห์
ขณะเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ ที่ต้องบรรลุให้สำเร็จคือ การลดทอนศักยภาพกองทัพเรือและคลังขีปนาวุธอิหร่าน ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับความขัดแย้ง และใช้แรงกดดันทางการทูตให้อิหร่านกลับมาเปิดการค้าเสรีอีกครั้ง
รายงานระบุว่า หากสหรัฐฯ ทำไม่สำเร็จ ทรัมป์จะผลักดันให้พันธมิตรชาติยุโรปและประเทศอ่าวทำหน้าที่เปิดช่องแคบฮอร์มุซแทน โดยแหล่งข่าวระบุว่า สหรัฐฯ ยังมีทางเลือกทางทหารอื่นๆ ที่ประธานาธิบดีอาจพิจารณา แต่ไม่ใช่สิ่งที่ให้ความสำคัญในทันที
ทั้งนี้ ซูซาน มาโลนีย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอิหร่านจาก Brookings Institution ระบุว่า การที่สหรัฐฯ จะยุติปฏิบัติการทางทหารก่อนเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นท่าทีที่ไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง เพราะสหรัฐฯ และอิสราเอลเป็นผู้ก่อสงครามร่วมกัน จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมาได้
“ตลาดพลังงานเป็นระบบโลก ไม่มีทางที่สหรัฐฯ จะหลีกเลี่ยงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้ว และจะยิ่งรุนแรงขึ้น หากช่องแคบยังคงถูกปิด”
มาโลนีย์ย้ำว่า หากการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซไม่กลับสู่ภาวะปกติอย่างรวดเร็ว อิหร่านจะยังคงใช้สถานการณ์นี้เป็นเครื่องมือกดดันการค้าโลก จนกว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรจะสามารถบรรลุข้อตกลง หรือยุติวิกฤตด้วยกำลัง
ก่อนหน้านี้ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ หรือกลุ่มประเทศจะจัดเรือคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน แต่ไม่ได้สะท้อนถึงความเร่งด่วนในการเปิดช่องแคบทันที
ขณะที่เกือบ 40 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และแคนาดา ได้ประกาศความพร้อมในการสนับสนุนความพยายามเพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบปลอดภัย
ภาพ: Elizabeth Frantz / Reuters
อ้างอิง:


