สำนักงานตำรวจแห่งชาติเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายจราจรฉบับใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยประกาศสิ้นสุดระยะเวลาของมาตรการเชิงรณรงค์เตือนก่อนปรับ ที่ได้ดำเนินการให้ความรู้แก่ประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 27-31 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าหน้าที่จะไม่ออกใบตักเตือนอีก แต่จะดำเนินการจับกุมและเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษใหม่ขั้นเด็ดขาด
วันนี้ (1 เมษายน) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณจุดตรวจกวดขันวินัยจราจร ในพื้นที่รับผิดชอบของสถานีตำรวจนครบาลบางมด (สน.บางมด) พบว่าในวันแรกยังคงมีประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนฝ่าฝืนกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการไม่สวมหมวกกันน็อก ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดในข้อหาไม่สวมหมวกนิรภัยได้แล้วกว่า 10 ราย
การยกระดับการบังคับใช้กฎหมายในครั้งนี้ มุ่งเป้าไปที่กลุ่มความผิด 10 ข้อหาหลัก ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงและนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน โดยมีการปรับเพิ่มอัตราโทษให้สูงขึ้น
- ขับรถเร็วเกินกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 1,000 บาท)
- ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 1,000 บาท)
- ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
- ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
- ขับรถย้อนศร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เพิ่มจากเดิม 500 บาท)
- ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับขี่และคนซ้อนท้าย): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
- ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
- ไม่พกใบอนุญาตขับขี่: มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรืออาจต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน
- ขับขี่ขณะเมาสุรา: ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท และมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
- ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: ปรับตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาท และมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เน้นย้ำให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อร่วมกันสร้างมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน











