บรรยากาศที่อาคารรัฐสภาวันนี้ (19 มีนาคม) เป็นไปอย่างคึกคัก มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นการเสนอชื่อระหว่าง 2 แคนดิเดตสำคัญ คือ อนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทย และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน โดยก่อนเริ่มการประชุมบรรดาแกนนำและตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ ได้ออกมาแถลงจุดยืนและมติของพรรคอย่างต่อเนื่อง
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่https://election2569.thestandard.co/
▶️ เพื่อไทย-รทสช. ยืนยันหนุน ‘อนุทิน’
เริ่มที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยืนยันมติพรรคที่เป็นเอกภาพในการสนับสนุนอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่าเป็นการตัดสินใจตามเจตจำนงของประชาชนที่เลือกเสียงข้างมากมาอย่างชัดเจน และไม่มีปัญหาเรื่องเสียงแตกอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้เตรียมหารือกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ถึงการจัดสรรกระทรวงและรายละเอียดนโยบายรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมในการแถลงนโยบายต่อสภาในลำดับถัดไป
ทางด้านพรรครวมไทยสร้างชาติ นำโดย อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมแถลงข่าวพร้อม แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าพร้อมนำ 2 เสียงของพรรคโหวตสนับสนุนให้อนุทินดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยที่ 2 เพื่อเดินหน้าทำงานร่วมกันต่อ โดยเน้นย้ำเรื่องการผลักดันกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือการเปิดเสรีพลังงานแสงอาทิตย์และการปฏิรูปเครดิตบูโร เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเป้าหมายกว่า 5 ล้านคนให้เข้าถึงระบบการเงินได้ พร้อมระบุชัดเจนว่าการสนับสนุนครั้งนี้เป็นการหารือในเชิงนโยบายโดยไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรีแต่อย่างใด
▶️ ปชป.–หมอวรงค์ งดออกเสียงเลือกนายกฯ
ชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค เปิดเผยว่า ขอให้รอคำชี้แจงจากหัวหน้าพรรคในวันนี้ ซึ่งจะตอบคำถามว่าทำไมมติพรรคถึงออกมาเป็นงดออกเสียง ซึ่งทางพรรคประชาธิปัตย์มีมติว่าหากมีการอภิปรายคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีจะมอบเวลาให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค เป็นผู้อภิปรายเพียงผู้เดียว
ส่วนหากฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องการให้มีการอภิปรายคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี ชัยชนะระบุว่า ตามธรรมเนียมปฏิบัติในการเลือกนายกรัฐมนตรี ในสภาฯ ครั้งที่แล้ว มีการเปิดให้อภิปรายทุกครั้ง ทุกรอบ และให้แต่ละพรรคส่งตัวแทนอภิปรายพรรคละ 1 ถึง 2 คน เพื่อบอกเหตุผล และฝากเรื่องในการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาลใหม่ ส่วนการทำงานร่วมกับพรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชน จะเริ่มต้นภายหลังจากการเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการประชุมและขับเคลื่อนมากขึ้น
ส่วนที่สื่อมวลชนระบุว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีเอกภาพ ตนเองคิดว่าการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ มีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล หาข้อมูลมานำเสนอในสภาฯ และตอบคำถามกับประชาชนอย่างชัดเจน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงไม่ชัดเจนเท่ากับการตรวจสอบรัฐบาล
ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เปิดเผยถึงจุดยืนส่วนตัวว่า มีความตั้งใจที่จะงดออกเสียงในการโหวตครั้งนี้ อย่างไรก็ตามยังทิ้งท้ายว่า หากมีสถานการณ์หรือข้อเสนอใดที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองอย่างมีนัยสำคัญก็อาจพิจารณาเปลี่ยนใจได้ โดยในวันนี้ตนได้รับจัดสรรเวลาอภิปรายในฐานะฝ่ายค้านจำนวน 5 นาที เพื่อแสดงทัศนะก่อนการลงมติ
▶️ ปชน. พร้อมเสนอชื่อ ‘ณัฐพงษ์’ ชิงตำแหน่งนายกฯ
จากนั้น ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ก่อนการลงมติ ยืนยันมติพรรคในการเสนอชื่อตนเองชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า ไม่ได้คาดหวังผลแพ้ชนะหรือการพลิกขั้วจัดตั้งรัฐบาล แต่ต้องการใช้เวทีสภาสื่อสารปัญหาของประชาชน โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันที่รัฐบาลยังตอบคำถามไม่ชัดเจนว่าน้ำมันหายไปไหน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อกู้คืนศรัทธา
ทั้งนี้ พรรคได้ส่งทีมลงพื้นที่สำรวจปัญหาปั๊มน้ำมันขาดแคลนและราคาสินค้าแพงเพื่อนำมาเสนอแนะต่อที่ประชุม
ณัฐพงษ์ยังปฏิเสธข้อครหาเรื่องการออมมือ ให้กับขั้วอำนาจเดิม โดยยืนยันว่าจะมีการอภิปรายท้วงติงเรื่องคุณสมบัติของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากฝั่งรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาตามกรอบข้อบังคับการประชุม
ส่วนกรณีเอกภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านหลังพรรคประชาธิปัตย์มีมติงดออกเสียงนั้น ณัฐพงษ์มองว่า เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละพรรคและไม่ได้คาดหวังความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการโหวตครั้งนี้ เพราะเป้าหมายหลักคือการใช้พื้นที่สภาแสดงวิสัยทัศน์
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ยังตอบคำถามสื่อถึงกระแสข่าวงูเห่าในพรรคประชาชนที่อาจถูกซื้อเสียงไปสนับสนุนฝั่งรัฐบาลว่า ตนยังคงเชื่อมั่นในตัวเพื่อนสมาชิกพรรค และมองว่าฝั่งรัฐบาลเองก็มีเสียงข้างมากที่เสถียรภาพเพียงพออยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้น แต่หากเกิดขึ้นจริงสังคมควรตั้งคำถามถึงจริยธรรมทางการเมืองในภาพรวม พร้อมทิ้งท้ายว่าอยากให้สังคมตั้งความหวังและตรวจสอบมาตรฐานการคัดสรรบุคลากรของทุกพรรคการเมืองให้เท่าเทียมกับที่ตั้งความหวังไว้กับพรรคประชาชน
▶️ ธรรมนัส ย้ำ สส. พรรคกล้าธรรม ห้ามแตกแถว
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะ สส. บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม กล่าวในที่ประชุม สส.พรรคกล้าธรรม ว่า พรรคเราอยู่กันแบบพี่แบบน้องแบบคนในครอบครัว เวลาจะโหวตใดๆ ก็ตาม เราขอให้เป็นเอกฉันท์ว่ามาจากมติ สส. ของพรรค ทั้ง 58 ชีวิตตัดสินใจร่วมกันว่าจะเป็นในทิศทางใด
“ต้องไปทิศทางเดียวกันห้ามแตกแถวเด็ดขาด ถ้าจะแตกแถว ให้แตกแถวในห้องประชุมนี้ เถียงกันในห้องประชุม และเมื่อได้มติฟังเสียงคนส่วนใหญ่แล้ว ด้วยเหตุผล ก็จะต้องไปโหวตในทิศทางเดียวกัน นี่คือหลักการของพรรคเรา” ร.อ. ธรรมนัส
ร.อ. ธรรมนัสกล่าวอีกว่า เวลานี้ เราทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านในสภา ขอให้เป็นฝ่ายค้านที่สร้างสรรค์จริงๆ อย่าพยายามอย่าไปพูดเรื่องส่วนตัว เพราะไม่เกิดประโยชน์ ไม่อยากให้บรรยากาศทางการเมืองเป็นการเมืองน้ำเน่า เราต้องมีหลักการ และในแต่ละสัปดาห์ที่มีการประชุมสภาต้องมีสส.ของคนเราทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน ให้เพื่อพูดตามหลักการข้อมูล เพื่อข้อมูลที่สมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อมูลไม่ได้เด็ดขาด
และเมื่อผู้สื่อข่าวได้ถามว่า เป็นเพื่อนกันจะโหวตให้เพื่อนหรือไม่ ร.อ. ธรรมนัสระบุว่าขอประชุมก่อน และต้องฟังอีก 57 เสียง ทุกคนมีเสียงเท่ากันหมด
ด้าน อรรถกร ศิริลัทธยากร สส. ฉะเชิงเทรา นายทะเบียนพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงทิศทางการโหวตนายกรัฐมนตรีของพรรคกล้าธรรม ซึ่งก่อนหน้านี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พูดถึง ร.อ. ธรรมนัสว่าเพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ ส่วน ร.อ. ธรรมนัสระบุไม่ฆ่านายขายเพื่อนว่า “บางทีเพื่อนกันก็ไม่จำเป็นต้องไว้วางใจให้เสมอไปนะ เราต้องดูเรื่องความเหมาะสม เรื่องส่วนตัวเอาไว้ก่อน”
ทั้งนี้ ภายหลังการประชุมฯ ร.อ. ธรรมนัส เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมมีมติเอกฉันท์ งดออกเสียงโหวตนายกรัฐมนตรี
ขอบคุณการสนับสนุนอุปกรณ์การถ่ายภาพจาก @Canon Imaging Thailand
และ #Canon #teamCanonTH





















เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


