วันนี้ (16 มีนาคม) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ช่างภาพข่าว THE STANDARD ได้ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศสถานีบริการน้ำมันในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี พบภาพสะท้อนวิกฤตความเชื่อมั่นด้านพลังงานอย่างรุนแรง โดยสถานีบริการน้ำมันหลายแห่งต้องนำป้ายประกาศมาติดบริเวณหน้าหัวจ่ายด้วยข้อความระบุชัดเจนว่า “หมดทุกอย่าง”, “ดีเซลหมด” และ “งดเติมน้ำมันใส่แกลลอน” ในขณะที่ยังคงมีประชาชนขับรถยนต์เข้ามาต่อคิวรอรับบริการอย่างต่อเนื่อง
จากการสำรวจและประเมินสถานการณ์ภาพรวม พบว่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในขณะนี้คือ น้ำมันกลุ่มดีเซล ซึ่งวิกฤตการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลพวงจากหลายสถานการณ์ที่เข้ามาซ้อนทับกันในเวลาเดียวกัน
สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงและขยายวงกว้าง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และดันต้นทุนการนำเข้าน้ำมันของประเทศไทยให้สูงขึ้นตามไปด้วย
กระแสข่าวสงครามและความกังวลเรื่องน้ำมันขาดแคลน ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนกและแห่พากันนำรถยนต์รวมถึงภาชนะสำรองออกไปเติมน้ำมันกักตุนไว้เกินความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันสำรองในคลังของสถานีบริการแต่ละแห่งหมดลงอย่างรวดเร็วกว่ารอบการจัดส่งปกติ
สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมัน โดยเฉพาะกลุ่มปั๊มอิสระรายย่อย ที่ต้องเผชิญกับปัญหาราคาน้ำมันขายส่งหน้าคลังที่ปรับตัวสูงขึ้นจนทะลุเพดานราคาขายปลีกที่รัฐบาลควบคุมไว้ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับสภาวะขาดทุนจากการขายน้ำมันได้ จึงจำใจต้องงดให้บริการชั่วคราวเพื่อรอดูสถานการณ์
นอกจากปัจจัยข้างต้นแล้ว ยังมีกระแสข่าวลือเกี่ยวกับการพิจารณาปรับราคาน้ำมันดีเซลภายหลังวันที่ 16 มีนาคม 2569 ปัจจัยทางจิตวิทยานี้ทำให้ทั้งฝั่งผู้บริโภคเร่งกักตุนน้ำมันราคาเดิม ในขณะที่สถานีบริการบางแห่งอาจชะลอการจำหน่ายหรือจำกัดปริมาณการเติม เพื่อบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้



















