วันนี้ (12 มีนาคม) เวลา 15.15 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการติดตามช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คน จากเรือบรรทุกสินค้า ‘มยุรีนารี’ สัญชาติไทย ที่ยังติดอยู่บนเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานของโลก ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า ขณะนี้รัฐบาลไทยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือลูกเรืออย่างเต็มที่ และหวังว่าลูกเรือทั้งหมดจะปลอดภัย
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลได้ประสานผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อเข้าดูแลลูกเรือให้ถึงตัว แม้จะมีข้อจำกัดด้านการเดินทางและความปลอดภัย ซึ่งทำให้การเข้าถึงพื้นที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะเดียวกันได้ประสานกับประเทศที่ให้การช่วยเหลือลูกเรือแล้ว
เมื่อถูกถามถึงข้อสงสัยว่า เหตุใดเรือสินค้าสัญชาติไทยจึงยังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่มีการประกาศเตือนภัยการโจมตีในพื้นที่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งเตือนยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากยังไม่ชัดเจนว่าเป็นการเตือนในระดับใด และการเดินเรือมีข้อกำหนดอย่างไร
“บางข่าวบอกว่าเตือนแล้ว ซึ่งก็ยังไม่ทราบรายละเอียดว่าการเดินเรือในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร และผู้ควบคุมเรือจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของฝ่ายใด อีกทั้งบริเวณที่เกิดเหตุอาจเป็นน่านน้ำสากล เนื่องจากเรืออยู่ในช่วงร่องน้ำของอ่าวที่เชื่อมออกสู่ทะเล จึงต้องรอข้อมูลที่ชัดเจนก่อน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีระบุว่า ลูกเรือส่วนใหญ่ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ยังมีด้านบวกเกิดขึ้นในสถานการณ์นี้ และรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อค้นหาและช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คนที่ยังติดอยู่บนเรือ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทางการไทยจะดำเนินการทางการทูต เช่น การทำหนังสือถึงรัฐบาลอิหร่านเพื่อขอคำชี้แจงหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริง โดยในส่วนของการเชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าหารือ ได้มอบหมายให้ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ต้องรับฟังเหตุผลและคำชี้แจงจากฝ่ายที่เกี่ยวข้องก่อน ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากสาเหตุใด แต่ย้ำว่าการโจมตีหรือทำร้ายเรือพาณิชย์ของไทยไม่ใช่สิ่งที่ประเทศไทยต้องการเห็น
“ต้องดูเหตุผลก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่การเข้ามาทำร้ายเรือของไทยไม่ใช่สิ่งที่ชอบ” นายกรัฐมนตรีกล่าว
เมื่อถามเพิ่มเติมว่า บริษัทเอกชนเจ้าของเรือสินค้าได้ติดต่อหรือชี้แจงกับรัฐบาลเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม หรือกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการประสานข้อมูลกับบริษัทเจ้าของเรือและหน่วยงานต่างประเทศ
เหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าไทยในช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา โดยช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก และเป็นพื้นที่ที่หลายประเทศจับตาอย่างใกล้ชิดด้านความปลอดภัยทางทะเล


