วานนี้ (9 เมษายน) ณ กรุงเฮก, ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ชุดไทยพระราชนิยมในต่างประเทศ (Roadshow) ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการส่งเสริมและเผยแพร่ชุดไทย : มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้ชุดไทยพระราชนิยม พร้อมทั้งทรงบรรยายในหัวข้อ วิวัฒนาการของชุดไทยและผ้าไทย โดยภายในงานมีการจัดแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยมสำหรับสุภาพสตรีทั้ง 8 แบบ และเสื้อพระราชทานสำหรับบุรุษทั้ง 3 แบบ ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 รูปแบบ ได้แก่:
- ชุดไทยเรือนต้น
- ชุดไทยจิตรลดา
- ชุดไทยอมรินทร์
- ชุดไทยบรมพิมาน
- ชุดไทยดุสิต
- ชุดไทยจักรี
- ชุดไทยศิวาลัย
- ชุดไทยจักรพรรดิ
นอกจากนี้ กิจกรรมภายในงานยังครอบคลุมถึงการสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์เครื่องประดับไทยโบราณ เช่น งานจักสานย่านลิเภา และงานปักดิ้นเงินดิ้นทอง จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (SACIT) รวมถึงการจัดนิทรรศการชุดไทยพระราชนิยมร่วมกับพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เพื่อนำเสนอชุดไทยในฐานะงานออกแบบร่วมสมัยที่สะท้อนโครงสร้างเชิงศิลป์ ซึ่งเป็นมรดกที่ยังคงมีชีวิตและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
รากฐานสำคัญของการพัฒนาชุดไทยสู่เวทีโลก สืบเนื่องมาจากพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงมุ่งมั่นอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ พระองค์ทรงศึกษาค้นคว้ารูปแบบการแต่งกายไทยในราชสำนักและในแต่ละยุคสมัยอย่างเป็นระบบ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และการออกแบบร่วมกันพัฒนาชุดไทยพระราชนิยม ให้เป็นมาตรฐานการแต่งกายสำหรับสุภาพสตรีไทยที่มีความเหมาะสมทั้งในเชิงวัฒนธรรมและบริบทร่วมสมัย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงฉลองพระองค์ชุดไทยพระราชนิยมในหลากหลายโอกาส เสมือนการใช้เครื่องแต่งกายเป็นสื่อทางวัฒนธรรม ถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรป รวมถึงเนเธอร์แลนด์ อย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2503 ซึ่งชุดไทยพระราชนิยมได้สร้างความประทับใจและการยอมรับในระดับสากล ตลอดจนเกิดความร่วมมือกับ ปีแยร์ บัลแมง นักออกแบบชาวฝรั่งเศส ในการถ่ายทอดความงามของผ้าไหมไทยผ่านงานตัดเย็บระดับโอต์กูตูร์
จากความสำคัญและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2567 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้เสนอ ชุดไทย: ความรู้ งานช่างฝีมือ และแนวปฏิบัติการแต่งกายชุดไทยประจำชาติ ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
การพิจารณาดังกล่าวจะมีขึ้นในการประชุมคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ครั้งที่ 21 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2569 ณ เมืองเซียะเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
ชุดไทยพระราชนิยม จึงถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอัตลักษณ์ไทยในบริบทโลก การนำเสนอต่อเวทีนานาชาติในครั้งนี้จึงมิใช่เพียงการอนุรักษ์ หากแต่เป็นการตีความใหม่ในมิติร่วมสมัย เพื่อให้งานหัตถศิลป์และอัตลักษณ์ไทยได้รับการถ่ายทอดในฐานะคุณค่าที่มีชีวิต และพร้อมก้าวสู่การยอมรับในเวทีโลกอย่างยั่งยืน


















ภาพ: ไม่ใส่โลโก้ค่ะ


