×

ศบก.แถลงย้ำไทยประท้วงขั้นสูงสุดจี้อิหร่านแจงยิงเรือสินค้า จับตา กต.ถกอาเซียนบ่ายนี้

โดย THE STANDARD TEAM
13.03.2026
  • LOADING...
ภาพเรือบรรทุกสินค้าไทยถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ หลังไทยยื่นประท้วง อิหร่านขั้นสูงสุด

วันนี้ (13 มีนาคม) เวลา 10.30 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวประจำวัน โดย ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความคืบหน้าในการให้ความช่วยเหลือคนไทยจากเหตุการณ์เรือบรรทุกสินค้าไทยถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

 

ปาณิดล กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้าไทยที่ประสบเหตุบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อวันที่ 12 มีนาคมกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าพบ โดยฝ่ายไทยได้ ยื่นประท้วงอย่างสูงสุด ต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นกับเรือสัญชาติไทยและลูกเรือไทย พร้อมเรียกร้องให้ทางการอิหร่านออกแถลงการณ์ขอโทษ และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อเหตุการณ์ดังกล่าว รวมทั้งแสดงความหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต

 

ทั้งนี้ เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับว่าจะรายงานการประท้วงอย่างสูงสุดของฝ่ายไทยไปยังรัฐบาลอิหร่านต่อไป

 

ปาณิดล กล่าวต่อว่า ในโอกาสเดียวกัน ฝ่ายไทยยังได้ย้ำความกังวลอย่างยิ่งต่อการลุกลามบานปลายของสถานการณ์ในภูมิภาค และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งใช้ความยับยั้งชั่งใจ หันกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาทางการทูต พร้อมทั้งคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นสำคัญ

 

นอกจากนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 มีนาคม สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้หารือทางโทรศัพท์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโอมาน โดยมีนายกรัฐมนตรีร่วมรับฟังการหารือดังกล่าวด้วย โดยฝ่ายไทยได้ขอบคุณรัฐบาลโอมานที่ให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที และขอให้ช่วยเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือไทยอีก 3 คนที่ยังสูญหาย

 

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศโอมานยืนยันว่า ทางการโอมานพร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และหวังว่าจะสามารถพบลูกเรือทั้ง 3 คนได้โดยเร็ว

 

ปาณิดล กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับทางการโอมานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของปฏิบัติการค้นหาและให้ความช่วยเหลือ พร้อมย้ำว่า ความปลอดภัยของคนไทยเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุด

 

สำหรับสถานะของลูกเรือไทย 20 คน ได้รับรายงานว่า บริษัทเจ้าของเรือเตรียมนำลูกเรือเดินทางโดยรถยนต์ออกจากเมืองคาซาบ ประเทศโอมาน ไปยังสนามบินมัสกัต เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ได้ออกหนังสือเดินทางฉุกเฉินให้ลูกเรือทั้ง 20 คนแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการเดินทางจำเป็นต้องผ่านพื้นที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ก่อนกลับเข้ามายังโอมานอีกครั้ง ทำให้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ต้องประสานงานกับหน่วยงานของประเทศเจ้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง จนกว่าลูกเรือจะสามารถขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทยได้

 

ปาณิดล กล่าวด้วยว่า ภาพรวมสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรงและตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง แม้จะเริ่มมีสัญญาณจากบางฝ่ายถึงความต้องการยุติความขัดแย้ง แต่ยังคงมีเงื่อนไขทางการเมืองและความมั่นคงที่แตกต่างกัน

 

ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ออกแถลงการณ์ครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ย้ำว่า หากไม่มีการปิดฐานทัพของสหรัฐอเมริกา อิหร่านจะเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาคต่อไป พร้อมทั้งจะคงการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อกดดันฝ่ายตรงข้าม

 

ล่าสุดมีรายงานว่า อิหร่านได้วางทุ่นระเบิดในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ และยังคงมีการโจมตีเรือบริเวณนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่งผลให้การขนส่งน้ำมันในเส้นทางยุทธศาสตร์ของโลกเริ่มหยุดชะงักบางส่วน และทำให้หลายประเทศเริ่มหารือถึงมาตรการควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ดังกล่าว

 

ปาณิดล กล่าวว่า ในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ จะมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษว่าด้วยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นข้อริเริ่มของไทย เพื่อหารือถึงสถานการณ์และผลกระทบต่อภูมิภาค รวมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางรับมือและการเตรียมความพร้อมของอาเซียนในระยะยาว โดยหลังการประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะแถลงข่าวสรุปผลการประชุมในเวลาประมาณ 14.30 น.

 

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่อิหร่าน ล่าสุดคนไทยที่อพยพออกจากอิหร่านชุดที่ 2 ได้เดินทางถึงประเทศไทยโดยสวัสดิภาพแล้ว โดยกลุ่มแรก 34 คน เดินทางถึงไทยเมื่อวันที่ 12 มี.ค. และกลุ่มที่สองจำนวน 30 คน ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้วเช่นกัน

 

ทั้งนี้ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงดูแล อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำแก่คนไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ต้องการเดินทางกลับประเทศ ผ่านเส้นทางประเทศที่ยังเปิดน่านฟ้าอยู่ หรือเดินทางไปยังประเทศที่สามเพื่อกลับประเทศไทยทางอากาศต่อไป

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising