วันนี้ (19 มีนาคม) อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน ก่อนเข้าร่วมการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 6/2569 โดยระบุว่า วาระสำคัญในการประชุมวันนี้คือการสรุปสถานการณ์ปริมาณน้ำมันที่ลดลงในบางพื้นที่ รวมถึงปัญหาอุปสรรคที่ติดขัดเพื่อนำไปสู่แนวทางการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า ปริมาณน้ำมันสำรองในภาพรวมของประเทศยังมีเพียงพอ ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ได้ให้ความมั่นใจกับประชาชนไปก่อนหน้านี้
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้แจงถึงผลสัมฤทธิ์ของมาตรการผ่อนปรนเวลาวิ่งรถบรรทุกขนส่งน้ำมันเป็น 24 ชั่วโมงว่า มาตรการดังกล่าวส่งผลให้สถานการณ์ภาพรวมคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่รถขนส่งน้ำมันไม่สามารถวิ่งให้บริการในเขตเมืองช่วงเวลากลางวันได้ แต่เมื่อมีการผ่อนคลายกฎระเบียบและได้รับการอำนวยความสะดวกด้านการเดินทางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้รถขนส่งสามารถกระจายน้ำมันได้ตลอดทั้งวัน ส่งผลให้สถานีบริการน้ำมันต่างๆ มีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้นรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ ทางส่วนกลางได้รับสรุปตัวเลขสถิติปริมาณน้ำมันล่าสุดเมื่อวานนี้ (18 มีนาคม) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะนำข้อมูลดังกล่าว ตลอดจนสถิติปริมาณการใช้น้ำมันต่อวันของประชาชนในปัจจุบัน เสนอเข้าสู่ที่ประชุม ศบก. เพื่อชี้แจงและประเมินสถานการณ์ร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงในวันนี้
สำหรับการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ อรรษิษฐ์ กล่าวว่า ได้มีข้อสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอทั้ง 878 อำเภอทั่วประเทศ ให้เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบตัวเลขปริมาณน้ำมันคงเหลือในแต่ละสถานีบริการอย่างใกล้ชิด
การลงพื้นที่ตรวจสอบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อดูว่าแต่ละปั๊มมีปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้นจากเดิมหรือไม่ หรือมีปั๊มใดที่มียอดจำหน่ายสูงขึ้นกว่าปกติ เพื่อนำข้อมูลมาบริหารจัดการและปันส่วนน้ำมันเข้าไปเสริมในจุดที่มีความต้องการสูงได้อย่างทั่วถึง ล่าสุด ทางจังหวัดและอำเภอได้ทยอยส่งรายงานข้อมูลเข้ามาแล้วกว่า 95% โดยยังเหลืออีกเพียง 5% ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลเพื่อชี้แจงกลับมายังส่วนกลาง


