×

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จี้รัฐหยุดทริปดูงานแฝงเที่ยว เผย 10 ปี ผลาญงบกว่า 2.5 พันล้าน เทียบเท่าอาหารกลางวันเด็ก 10 ล้านมื้อ

โดย THE STANDARD TEAM
27.03.2026
  • LOADING...
มานะ นิมิตรมงคล เลขาฯ องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน แถลงข่าวกรณีงบดูงานแฝงเที่ยว

วันนี้ (27 มีนาคม) มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ได้เขียนบทความเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Mana Nimitmongkol) ในหัวข้อหยุด ทริปศึกษาดูงานต่างประเทศที่แฝงท่องเที่ยว โดยเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งบประมาณของหน่วยงานรัฐในการจัดโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศ ซึ่งพบว่ามีมูลค่ามหาศาลและเบียดบังโอกาสในการนำงบประมาณไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นที่จำเป็นกว่า

 

มานะ ระบุว่า จากการสืบค้นข้อมูลผ่านระบบ ACT Ai โดยใช้คำค้นหาศึกษาดูงานต่างประเทศ พบว่าตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2568 หน่วยงานของรัฐทุกประเภท ทั้งรัฐสภา ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีการจัดทริปดูงานต่างประเทศรวมกันมากถึง 928 โครงการ ใช้งบประมาณไปไม่น้อยกว่า 2,500 ล้านบาท หรือเฉลี่ยตกปีละ 250 ล้านบาท (ยกเว้นช่วงปี 2563-2565 ที่งดเดินทางเนื่องจากการระบาดของโควิด-19)

 

โดยจุดหมายปลายทางยอดนิยมยังคงเป็นประเทศในโซนยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ออสเตรีย ตามด้วยประเทศในเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบยังพบข้อจำกัด เนื่องจากหลายหน่วยงานมีการเลี่ยงไปใช้ชื่อโครงการอื่น ๆ เช่น การฝึกอบรมและดูงานนอกสถานที่, การพัฒนาศักยภาพ, หรือโครงการแลกเปลี่ยน ทำให้ไม่สามารถตรวจจับจำนวนโครงการและงบประมาณที่แท้จริงได้ทั้งหมด โดยพบว่าเคยมีบางโครงการใช้งบประมาณสูงสุดถึง 20.8 ล้านบาทในการเดินทางเพียงคณะเดียว

 

มานะ ได้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพอย่างชัดเจนว่า หากนำงบประมาณดูงานเฉลี่ยปีละ 250 ล้านบาท ไปเทียบกับงบอาหารกลางวันของเด็กนักเรียนระดับอนุบาลถึง ป.6 ในสังกัด สพฐ. (เฉลี่ย 22-27 บาท/คน/มื้อ) จะสามารถจัดสรรอาหารกลางวันได้ถึง 10 ล้านมื้อ หรือดูแลเด็กนักเรียนได้ประมาณ 50,000 คนตลอด 1 ปีการศึกษา

 

“เราได้ยินข่าวทุจริตอาหารกลางวันเด็กมาอย่างต่อเนื่องบ้าง งบฯ ไม่พอบ้าง จึงเป็นเรื่องเสียโอกาสอย่างยิ่งหากรัฐจัดทริปดูงานโดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์” มานะ กล่าว

 

กรณีที่ผู้บริหารสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม ได้ประกาศยกเลิกทริปเดินทางไปดูงานแถบยุโรปของคณะผู้พิพากษาศาลฎีกา หลังจากถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น มานะได้แสดงความชื่นชมในความกล้าหาญที่ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และขอสนับสนุนให้ศาลยุติธรรมต่อยอดการตัดสินใจครั้งนี้ ด้วยการทบทวนนโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการเดินทางดูงานให้รัดกุม เคร่งครัด เพื่อเป็นต้นแบบให้กับหน่วยงานรัฐอื่น ๆ

 

พร้อมระบุว่า ข้อมูลทริปของศาลฎีกาที่หลุดรอดสู่สาธารณะครั้งนี้ ไม่ใช่เอกสารที่หน่วยงานเผยแพร่ออกมาเอง แต่เป็นผลงานของ Active Citizen หรือพลเมืองตื่นรู้ที่ไม่เปิดเผยตัวตน ซึ่งทนไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงนำมาสู่การเรียกร้องให้เสาหลักของประเทศสร้างบรรทัดฐานที่ดีในการใช้เงินแผ่นดิน

 

นอกจากนี้ มานะ ได้ตั้งข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่สำคัญ 4 ประการ ได้แก่:

 

  • เนื้อหาสำคัญกว่าช่วงเวลา: ประเด็นที่ประชาชนคัดค้านไม่ได้อยู่ที่เวลาในการเดินทาง แต่คัดค้านเนื้อหา ของการดูงานที่ไปศึกษาสภาพภูมิศาสตร์ สังคม และศิลปวัฒนธรรมของเมืองท่องเที่ยว ซึ่งแสดงเจตนาแอบแฝงชัดเจน หากหน่วยงานจัดทริปที่มีเนื้อหาสาระเป็นประโยชน์จริงๆ และมีเวลาพักผ่อนบ้าง สังคมย่อมรับได้
  • ต้องมีผู้รับผิดชอบ: เสียงทักท้วงเรื่องทริปดูงานมีมาหลายปี ทำอย่างไรจึงจะมั่นใจได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ดูงานแฝงเที่ยวคือคอร์รัปชัน: การใช้เงินและเวลาของหลวงเพื่อประโยชน์ส่วนตน เป็นการเอาเปรียบคนส่วนใหญ่และละเมิดมาตรฐานจริยธรรม การมองทริปเหล่านี้เป็นสวัสดิการ หรือ รางวัล เป็นสำนึกเก่าที่เห็นแก่ตัว และจะถูกสังคมต่อต้าน
  • มีทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า: รัฐสามารถเลือกใช้วิธีอื่นที่ประหยัดงบประมาณได้ เช่น การเชิญผู้เชี่ยวชาญบินมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์, การจัดประชุมออนไลน์, หรือการส่งผู้เกี่ยวข้องโดยตรงเพียงจำนวนหนึ่งไปศึกษาแล้วนำความรู้กลับมาถ่ายทอดอย่างครบถ้วน
  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising