×

นักวิชาการ มธ. เตือนคนไทยเตรียมรับมือวิกฤตค่าไฟ หลังสงครามดันราคา LNG พุ่ง ชง 4 มาตรการรับมือ

โดย THE STANDARD TEAM
25.03.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบนักวิชาการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยืนอยู่ตรงกลาง มีมิเตอร์ไฟฟ้าและแผนที่ภูมิภาคตะวันออกกลางที่เน้นอิหร่านอยู่ด้านหลัง สื่อถึงวิกฤตค่าไฟและผลกระทบจากสงคราม

สถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น กำลังส่งแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และกำลังจะพุ่งเป้ามาที่กระเป๋าเงินของคนไทยในเร็วๆ นี้ คือ ‘วิกฤตราคาพลังงาน’ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและไม่อาจคาดเดาจุดสิ้นสุดได้

 

สำหรับประเทศไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้เป็นเส้นเลือดใหญ่ในการผลิตกระแสไฟฟ้าของประเทศ กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบางอย่างยิ่ง เมื่อห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุดลงจากภัยสงคราม

 

คำถามสำคัญคือ รัฐบาลและคนไทยจะรับมือกับคลื่นกระแทกครั้งนี้อย่างไร ในยุคที่นักวิชาการออกมาย้ำชัดเจนว่า “หลังจากนี้จะไม่มีค่าไฟที่ไม่แพงอีกต่อไป”

 

สงครามลุกลาม ห่วงโซ่พลังงานโลกสะดุด

 

รศ. ดร.ภูรี สิรสุนทร อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ได้ลุกลามจนสร้างความเปราะบางต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานโลก การขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานทำให้เกิดความไม่มั่นคง และส่งผลให้ราคาพลังงานทั้งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติพุ่งสูงขึ้น

 

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่อิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล โดยพุ่งเป้าไปที่โรงงานผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ซึ่งเป็นแหล่งส่งออก LNG รายใหญ่ของโลก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 เหตุการณ์นี้คาดว่าจะทำให้ปริมาณ LNG ของโลกลดลงไปเท่ากับระดับปี 2564 และต้องใช้เวลาซ่อมแซมถึง 1-5 ปี

 

นี่คือสัญญาณอันตรายสำหรับประเทศไทยที่ต้องนำเข้าก๊าซ LNG มากกว่า 72% เพื่อนำมาผลิตไฟฟ้า และกว่าครึ่งหนึ่งนั้นนำเข้ามาจากกาตาร์

 

LNG พุ่ง จับตาบิลค่าไฟ พฤษภาคม-สิงหาคม 69

 

วิกฤตนี้สะท้อนผ่านตัวเลขราคา LNG ในตลาดโลกที่พุ่งทะยานอย่างน่าตกใจ

 

  • ราคาก่อนเกิดสงคราม: 11 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู
  • ราคาปัจจุบัน: 25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อล้านบีทียู (พุ่งขึ้นกว่า 120%)
  • คาดการณ์ในอนาคต: อาจพุ่งสูงถึง 170%

 

ภายใต้สูตรการคำนวณค่าไฟของไทย รศ. ดร.ภูรี คาดว่า ค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม 2569) จะปรับเพิ่มขึ้นถึง 0.58 บาทต่อหน่วย แม้รัฐบาลจะมีท่าทีต้องการตรึงราคาไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย แต่การตรึงราคาค่าไฟนั้นไม่ง่ายเหมือนราคาน้ำมัน เนื่องจากไทยไม่มีกองทุนไฟฟ้ามารองรับ

 

ทั้งนี้ การตรึงราคาไฟฟ้าจะไม่เหมือนการตรึงราคาน้ำมัน เพราะไทยไม่มีกองทุนไฟฟ้าเหมือนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ผ่านมา รัฐใช้วิธีให้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ช่วยแบกรับต้นทุน ซึ่งปัจจุบันรัฐยังมีภาระหนี้เดิมที่ต้องจ่ายคืน กฟผ. ราว 4 หมื่นล้านบาท และ ปตท. อีกราว 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท หากใช้วิธีผลักภาระหนี้ไปเรื่อยๆ ในระยะยาวค่าไฟก็จะยิ่งแพงขึ้นทวีคูณ อีกทั้งวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซยังทำให้การหาซื้อ LNG จากแหล่งอื่นทดแทนทำได้ยากลำบาก

 

เสนอ 4 มาตรการด่วน ไฟฟ้าไม่ดับ-ราคาพอรับได้

 

รศ. ดร.ภูรี ได้เสนอ 4 แนวทางเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบดำเนินการ เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ดังนี้

 

  • รีดก๊าซอ่าวไทย: เพิ่มสัดส่วนการใช้ก๊าซธรรมชาติที่ผลิตได้ในประเทศ เพื่อทดแทนปริมาณการนำเข้าที่ลดลง
  • ปัดฝุ่นโรงไฟฟ้าเก่า: ฟื้นการผลิตโรงไฟฟ้าเก่าที่ยังใช้งานได้ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน หรือโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โดยใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin) ของไทยที่ยังมีอยู่สูงมาก
  • มาตรการประหยัดพลังงานขั้นเด็ดขาด: รณรงค์และบังคับใช้มาตรการลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น เช่น ลดเวลาเปิดป้ายไฟโฆษณา หรือพิจารณาให้ร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมงปิดบริการหลังเที่ยงคืน
  • รื้อแผน PDP ด่วน: นำความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มาเป็นโจทย์หลักในการปรับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียนเต็มรูปแบบ และลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ เพราะนอกจากก๊าซจะแพงแล้ว ห่วงโซ่อุปทานของอะไหล่สำคัญอย่าง Gas Turbine ก็กำลังขาดแคลนและมีต้นทุนพุ่งสูงเช่นกัน

 

“การบริหารจัดการเรื่องไฟฟ้าจะไม่เหมือนน้ำมัน เพราะไฟฟ้ากักตุนไม่ได้ เป้าหมายหลักคือต้องทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ไฟดับ ซึ่งจาก Reserve Margin ที่สูงขนาดนี้ หากบริหารดีๆ ไฟไม่ควรดับ ส่วนราคาต้องทำให้อยู่ในระดับที่พอรับได้” รศ. ดร.ภูรี กล่าว

 

รศ. ดร.ภูรี กล่าวย้ำว่า เราคงต้องยอมรับความจริงที่ว่า ยุคของ ‘ค่าไฟถูก’ ได้จบลงแล้ว และผลกระทบครั้งนี้จะลุกลามไปทุกภาคส่วน ตั้งแต่กลุ่มเปราะบาง ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่อย่าง Data Center ที่ต้องการใช้พลังงานมหาศาล

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising