จะเป็นอย่างไร? หากการเลือกตั้ง 69 พบว่า นโยบายสิทธิมนุษยชนคือ ‘ตัวแปรที่หายไป’ จากสมการการเมืองไทย ท่ามกลางฝุ่นตลบของสมรภูมิการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พรรคการเมืองต่างงัด ‘นโยบายประชานิยม’ มาประชันการขันแข่ง เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงจากประชาชนให้เลือก ‘คนที่ชอบ พรรคที่ใช่’ และอีกใบคือ ‘เห็นด้วย’ หรือ ‘ไม่เห็นด้วย’ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แต่ในมุมของโครงสร้างสังคมไทยก่อนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ยังพบว่า มีวาระสำคัญทางการเมืองที่อาจจะกำลังเลือนหายไปในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ นั่นคือ ‘วาระสิทธิมนุษยชน’ ซึ่งถือว่า เป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญที่สุดของ ‘ระบอบประชาธิปไตย’
เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา วงคุยออนไลน์ Human Rights Agenda ที่หารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในประเด็นนี้ ได้ถูกจัดขึ้น เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้สังคมกลับมา ‘ตั้งคำถาม’ สู่โจทย์และประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในนโยบายของพรรคการเมืองอีกครั้ง
ในช่วงใกล้โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง งานนี้เป็นการรวมตัวขององค์กรสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการชั้นนำ ที่มาร่วมกันชำแหละปรากฏการณ์เกี่ยวกับนโยบายสิทธิมนุษยชนถูกกลบด้วยกระแสการเมืองรายวันหรือกระแสข่าวอื่นๆ ที่สังคมสนใจ และนี่คือประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในวงคุยครั้งนี้ หากเรากาบัตรเลือกตั้ง โดยทิ้งสิทธิมนุษยชนไว้ข้างหลัง ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับทางตันที่ซับซ้อนกว่าเดิม
ภาพลวงตาแห่งความก้าวหน้า: เมื่อ ‘กฎหมายใหม่’ บังหน้า ‘คดีเก่า’ และคุณค่าที่ถูกละเลย
ดร.ปุรวิชญ์ วัฒนสุข คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดประเด็นชวนคิดด้วยการถอดรหัสสถานการณ์บ้านเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเปรียบเสมือน ‘เหรียญสองด้าน’ ที่ขัดแย้งกันในด้านหนึ่ง ซึ่งฉากหน้าของประเทศไทยดูเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความเจริญงอกงามทางสิทธิมนุษยชน เราเห็นความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมอย่างการผ่าน ‘กฎหมายสมรสเท่าเทียม’ ที่ทั่วโลกต่างชื่นชมยินดี หรือความพยายามทำให้เกิด ‘กฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์’ ที่บังคับใช้ไปแล้ว และการผลักดันให้เกิด ‘กฎหมายอากาศสะอาด’ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึง ‘การยกระดับ’ สิทธิขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิต
แต่หากเรากระเทาะสิ่งเหล่านี้ออกไป เราจะพบ ‘ความย้อนแย้ง’ ที่น่ากังวลหลายประเด็นเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะในขณะที่รัฐมอบสิทธิบางอย่างให้ เช่น สิทธิในการแต่งงานหรือสิทธิในการหายใจ รัฐไทยกลับยังคงพรากสิทธิที่เป็นหัวใจสำคัญที่สุดของระบอบประชาธิปไตยไป นั่นคือ ‘สิทธิในเสรีภาพการแสดงออก’ ของประชาชนทุกคนในประเทศ
“สนามการเมืองที่ลงสมัครเลือกตั้งกัน ไม่ใช่แค่บอกว่าจะทำอะไร จะ ลด แลก แจก แถม แต่ต้องบอกว่านโยบายเหล่านี้ยึดถือคุณค่าแบบไหน ฉะนั้นในวันที่ 28 มกราคม ในงานดีเบตพรรคการเมือง และวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เป็นโอกาสดีที่เราจะมีทั้งการพูดคุย ทบทวน เพื่อมาทำให้เรื่องสิทธิมนุษยชนมาอยู่ในกระแสการรับรู้ของสังคมมากยิ่งขึ้น”
หลุมดำชายแดนไทย: เมื่อความมั่นคงทับซ้อนความตาย และนโยบายที่พรรคการเมือง ‘ไม่กล้าแตะ’
สุณัย ผาสุข จาก Human Rights Watch ได้เปรียบเทียบปัญหาชายแดนไทยว่าเป็นเหมือนหลุมดำ 3 แห่งตามแนวชายแดนไทย พื้นที่เหล่านี้กลายเป็นแดนสนธยาที่กฎหมายและความยุติธรรมมักไปไม่ถึง และยิ่งเป็นเรื่องน่าเศร้าที่กลายเป็นจุดอับสายตาที่พรรคการเมืองอาจทำเป็นมองไม่เห็นในฤดูกาลเลือกตั้งนี้ โดยสุณัยพาเราสำรวจวิกฤตสิทธิมนุษยชนผ่านสามสมรภูมิชายแดนที่พบกับคำว่า ‘ความมั่นคงของรัฐ’ มักมีค่ามากกว่า ‘ชีวิตของประชาชน’ ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด เมื่อรัฐอ้างสถานะสงครามหรือความมั่นคงเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน, ความล้มเหลวซ้ำซ้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และสงครามทุนสีเทาทางชายแดนฝั่งเมียนมา
สถิติแห่งความเงียบ: คุกขังคนเห็นต่างและกับดักนิรโทษกรรม
พูนสุข พูนสุขเจริญ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยตัวเลขที่สะท้อนเรื่องกระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ปี 2563 โดยเผยข้อมูลปัจจุบันว่ามีคนถูกดำเนินคดีทางการเมืองกว่า 2,000 คน และปัจจุบันยังมีผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างน้อย 55 คน ที่สำคัญคือปัญหานิรโทษกรรมที่ยังคงเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าพูดถึงหรือแตะต้องเท่าไหร่นัก
“เศรษฐกิจต้องไม่แยกขาดจากสิทธิ”: เมื่อเวทีโลกเปลี่ยนกติกา แต่การเมืองไทยยังสอบตกวิชา ‘ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน’
สัณหวรรณ ศรีสด คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (ICJ) ได้ฉายภาพความท้าทายครั้งใหญ่ที่พรรคการเมืองไทยกำลังมองข้าม นั่นคือประเด็น “ธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน” (Business and Human Rights) ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่เรื่องศีลธรรมแต่กำลังกลายเป็นกำแพงภาษีและ กติกาการค้าโลก ที่หากไทยปรับตัวไม่ทัน เราอาจตกขบวนรถไฟสายเศรษฐกิจข้ามชาติอย่างถาวร
แม้ไทยมีแผนปฏิบัติการระดับชาติและบทบาทในเวทีนานาชาติ แต่พรรคการเมืองกลับแทบไม่พูดถึงการคุ้มครองแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม “เศรษฐกิจต้องพัฒนาไปพร้อมสิทธิและสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แยกปากท้องออกจากความปลอดภัยของคนทำงาน”
สัณหวรรณเตือนว่า การเข้าเป็นสมาชิก OECD และกติกาการค้าโลกยุคใหม่ ล้วนกำหนดให้ธุรกิจต้องเคารพสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อม หากรัฐไม่เตรียมความพร้อม โดยเฉพาะการช่วยเหลือ SME ให้ปรับตัวต่อมาตรฐานห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบสิทธิแรงงาน และการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไทยอาจสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว “ถ้าเราไม่ช่วยให้ธุรกิจรายย่อยพร้อมรับกติกาใหม่ นี่อาจกลายเป็นหายนะของภาคการส่งออกไทย”
เมื่อ ‘ชาตินิยม’ กลบเสียงคนชายขอบและที่ยืนของ ‘ผู้ลี้ภัย’ ในฤดูกาลเลือกตั้ง
พุทธณี กางกั้น จาก Fortify Rights ชี้ว่า บริบทการยุบสภาที่เกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ได้กลายเป็นตัวกำหนดทิศทางลมให้พัดไปทางชาตินิยมมากกว่าเพื่อให้ได้คะแนนเสียงในครั้งนี้
พุทธณีตั้งคำถามถึง ‘ฟันเฟืองสำคัญ’ ที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่กลับไม่มีใครเหลียวแล โดยระบุว่าในประเทศไทยมีแรงงานข้ามชาติกว่า 3 ล้านคน แต่การเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีเรื่องแรงงานข้ามชาติในพรรคการเมืองเกี่ยวกับนโยบายนี้ ซึ่งการละเลยกลุ่มคนเหล่านี้ ไม่เพียงสะท้อนแนวคิดของพรรคการเมือง แต่ยังอาจสะท้อนความบกพร่องในการมองโครงสร้างเศรษฐกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานเพื่อนบ้าน และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่พวกเขาควรได้รับ
พุทธณียังหยิบยกความย้อนแย้งของประเทศไทยที่นั่งเก้าอี้ “คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (HRC) แต่กลับมีนโยบายสวนทาง โดยเฉพาะการผลักดันชาวอุยกูร์กว่า 40 ชีวิตกลับไปจีน รวมถึงกรณีส่งตัวนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวชาติพันธุ์มองตานญาดกลับเวียดนามก็ยังเป็นอีกประเด็นที่น่าคิดในเรื่องนี้
จาก ‘บ้าน’ สู่ ‘สิทธิในชีวิต’: เมื่อรัฐมองความมั่นคงของทุนสำคัญกว่าความมั่นคงของมนุษย์
เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล จากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ขยายพรมแดนความคิดเรื่องสิทธิในการเลือกตั้งครั้งนี้ ให้กว้างกว่าแค่นโยบายแจกเงิน แต่เป็นการทวงคืนอำนาจในการกำหนดอนาคตของประชาชน ผ่านนิยามใหม่ของคำว่าบ้าน เมื่อทรัพยากรคือชีวิตไม่ใช่สินค้า เพชรรัตน์ชวนเราตั้งคำถามใหม่ว่า เวลาเราพูดถึงสิทธิในที่อยู่อาศัย เรากำลังพูดถึงอะไร
การที่รัฐไทยเซ็น MOU เรื่องเหมืองแร่ Rare Earth หรือการอนุญาตให้ทุนจีนเข้ามาทำเหมืองฟลูออไรด์ที่แม่ฮ่องสอน รวมถึงโครงการขนาดใหญ่อย่าง EEC และ SEC โครงการเหล่านี้ถูกขับเคลื่อนโดยอ้างว่าเป็นความมั่นคงของรัฐและกลไกทางเศรษฐกิจและการตลาด แต่กลับพบว่าโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการกลับ ‘ละเลย’ ความมั่นคงของมนุษย์เรื่องสิทธิในที่อยู่อาศัย ผลกระทบจึงตกอยู่ที่ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นที่ผืนนาเค็มจนปลูกข้าวไม่ได้ ปัญหา PM 2.5 หรือแม่น้ำที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม
Mainstreaming Human Rights: สิทธิมนุษยชนต้องอยู่ในทุกอณู
รศ.ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอแนวคิดว่า สิทธิมนุษยชนไม่ควรเป็นเพียงหัวข้อหนึ่ง แต่ต้องถูกทำให้เป็นกระแสหลัก (Mainstreaming) ในทุกนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจหรือความมั่นคง เพราะทุกเรื่องมันเกี่ยวกันหมด แม้แต่คำถามว่า ‘ทหารมีไว้ทำไม’ หรือการจัดสรรงบประมาณความมั่นคง เรื่องเหล่านี้ก็โยงกับสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น
ขณะที่ ผศ.ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สิทธิเสรีภาพของประชาชนไทย ‘ตกต่ำลง’ อย่างเห็นได้ชัดแทบทุกด้าน ตั้งแต่เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การตรวจสอบรัฐและผู้มีอำนาจ ไปจนถึงการถูกฟ้องปิดปากและการใช้นิติสงคราม กลุ่มเปราะบางถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น สะท้อนผ่านจำนวนเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา รวมถึงปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้นจากความสิ้นหวังทางการเมือง ขณะเดียวกัน เสรีภาพทางวิชาการก็ถดถอยอย่างรุนแรง รวมถึงกระบวนการยุติธรรมยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามจากความล่าช้าและการเลือกปฏิบัติในคดีสำคัญหลายกรณี
บัตรใบที่ 3 คือการสร้าง ‘รากฐานบ้าน’ หลังใหม่
8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่การเลือก สส. เข้าไปอยู่ในรัฐสภา แต่ยังรวมถึงการทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเปรียบเสมือนบัตรใบที่ 3 ที่จะกำหนดอนาคตโครงสร้างประเทศ สัณหวรรณ ศรีสด ชี้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ‘ต้นตอของปัญหาสิทธิ’
ด้าน พุทธณี กางกั้น เปรียบเทียบรัฐธรรมนูญกับการสร้างบ้านว่า “ถ้าเราเปรียบรัฐธรรมนูญเหมือนบ้าน เราก็ทราบว่ารากฐานเก่าของเราไม่แข็งแรงด้วยเหตุผลที่หลายคนก็ทราบว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันที่เราใช้อยู่เป็นฉบับที่อยู่ระหว่างผู้ปกครองจากการทำรัฐประหาร นี่คือความสำคัญของโอกาสที่เราจะร่วมกันสร้างเสา สร้างคาน ปูคอนกรีตให้มันแข็งแรง โดยการทำรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน”
สุดท้าย เพชรรัตน์ ศักดิ์ศิริเวทย์กุล ได้ฝากความหวังไว้ที่ปลายนิ้วของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนว่า “อำนาจประชาชนในประเทศนี้ เราควรมีสิทธิมีเสียงในการพูดถึงอนาคต เราไม่อยากให้การเมืองเป็นเรื่องน่าเบื่อ การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน สิ่งที่เราคุยกันวันนี้เหมือนการมอนิเตอร์การทำงานของพรรคการเมือง หวังว่า 8 กุมภา อย่าลืมกา 3 ใบ และกาเพื่อสิทธิมนุษยชน”
แฟ้มภาพ: Black Salmon / Shutterstock
อ้างอิง:
เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


