วันนี้ (13 มีนาคม) พลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีเรือบรรทุกสินค้ามยุรีนารี ซึ่งมีลูกเรือเป็นชาวไทย ประสบเหตุอันตรายในน่านน้ำสากล เขตติดต่อระหว่างประเทศบาห์เรนและโอมาน ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ความขัดแย้งและมีการใช้อาวุธจากทางฝั่งอิหร่าน โดยระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือและอพยพลูกเรือออกมาอยู่ในเขตปลอดภัยได้แล้วจำนวน 20 คน
ส่วนอีก 3 คน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างเครื่อง ยังคงติดค้างอยู่บนเรือ เบื้องต้นได้รับการยืนยันแล้วว่าทั้ง 3 คนยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญในการปฏิบัติการกู้ภัยคือ สถานการณ์ในพื้นที่ทางทะเลที่ยังคงตึงเครียดและมีการยิงอาวุธออกมาเป็นระยะ ทำให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถบุกขึ้นไปบนตัวเรือเพื่อนำตัวผู้ที่ติดค้างออกมาได้ในทันที เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย
สำหรับการดำเนินการเข้าช่วยเหลือในขณะนี้ กองทัพเรือได้ส่งนายทหารประสานงานเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับกองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces: CMF) พร้อมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน รวมถึงกองทัพเรือของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อประเมินสถานการณ์และหาช่องทางเข้าช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องและรัดกุมที่สุด ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามนโยบายขั้นเด็ดขาดของผู้บัญชาการทหารเรือ ที่เน้นย้ำให้ความปลอดภัยในชีวิตของคนไทยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลของกองทัพเรือพบว่า ปัจจุบันมีเรือสัญชาติไทยที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงดังกล่าวรวมทั้งสิ้น 4 ลำ (รวมเรือมยุรีนารี) โดยล่าสุดเรืออีก 3 ลำได้เดินทางเข้าเทียบท่าอย่างปลอดภัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ทางการได้ออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการไปยังผู้ประกอบการเดินเรือทุกแห่ง ให้ใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุดในการเดินเรือผ่านน่านน้ำดังกล่าว เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตรายที่อยู่นอกเขตอำนาจกฎหมายไทย แม้การเดินเรือจะเป็นไปตามกฎระเบียบสากลก็ตามทางด้านกรมเจ้าท่า ได้เรียกหารือกับบริษัทเอกชนเจ้าของเรือมยุรีนารี เพื่อกำหนดแนวทางการรับผิดชอบร่วมกันและประสานข้อมูลการกู้ภัยอย่างใกล้ชิด
โดยกองทัพเรือได้กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า พร้อมที่จะเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือชาวประมงตลอดจนลูกเรือชาวไทยในทุกมิติ โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นเรือสัญชาติไทยหรือเรือสัญชาติต่างประเทศ หากพบว่ามีคนไทยอยู่บนเรือและต้องการความช่วยเหลือ กองทัพเรือพร้อมจะสแกนพื้นที่และเข้าดูแลในทันที


