วานนี้ (18 กุมภาพันธ์) ที่ ศาลจังหวัดมหาสารคาม ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขดำที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา โดยมี ธีระวัฒน์ พรรณะ อดีตผู้สมัคร สส. พรรคประชาชน (ปชน.) เขต 1 จ.มหาสารคาม เป็นจำเลยในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคามเป็นโจทก์ฟ้อง
ตามคำฟ้องระบุว่า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2563 จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมิใช่ภริยา ณ นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยอาศัยจังหวะที่ผู้เสียหายอยู่ในอาการสะลืมสะลือและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เนื่องจากฤทธิ์ยาที่จำเลยจัดหามาให้รับประทานจนสำเร็จความใคร่
ต่อมาในวันที่ 19 มกราคม 2563 ผู้เสียหายได้นำหลักฐานเป็นยาจำนวน 8 เม็ด และยาแคปซูลไม่ทราบชนิด มอบให้เจ้าพนักงานเพื่อใช้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเหตุเกิดนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดจึงได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.เขวาใหญ่ เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี
คดีนี้มีการต่อสู้ในชั้นศาลอย่างยาวนาน โดยมีลำดับคำพิพากษาดังนี้:
- ศาลชั้นต้น: พิพากษา ยกฟ้อง และยกคำร้องขอชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
- ศาลอุทธรณ์ภาค 4: พิพากษา ยืน ตามศาลชั้นต้น
- ศาลฎีกา: โจทก์ร่วมยื่นฎีกา นำไปสู่การพิจารณาใหม่โดยศาลสูงสุด
ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานอย่างละเอียด เห็นว่าแม้การตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลมหาสารคามจะไม่พบสารคัดหลั่งเนื่องจากตรวจหลังเกิดเหตุหลายชั่วโมง แต่สอดคล้องกับใบตรวจสุขภาพที่ระบุพบรอยฟกช้ำและรอยถลอกบริเวณอวัยวะเพศ ประกอบกับพยานหลักฐานยาของกลางและการยืนยันจากผู้เสียหายว่าไม่ได้ยินยอม แต่ทำไปเพราะภาวะหมดสติจากฤทธิ์ยา ศาลจึงเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดจริง
ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษากลับให้จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา โดยลงโทษดังนี้:
1. โทษจำคุก: พิพากษาจำคุก 4 ปี แต่เนื่องจากทางนำสืบเป็นประโยชน์ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจริง 2 ปี 8 เดือน (ไม่รอลงอาญา)
2. ค่าสินไหมทดแทน: ให้จำเลยชดใช้แก่โจทก์ร่วมเป็นเงิน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี นับตั้งแต่วันเกิดเหตุ (18 ม.ค. 63)
3. ของกลาง: ให้ริบยาของกลางทั้งหมด
คำพิพากษานี้ถือเป็นที่สิ้นสุด โดยศาลระบุถึงผลกระทบที่ผู้เสียหายได้รับว่าเป็นความทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นตราบาปที่ทำลายความหวังและความฝันของผู้เสียหายและครอบครัว จึงสมควรกำหนดค่าสินไหมตามความร้ายแรงแห่งการละเมิด


