จากจุดเริ่มต้นที่ไม่ได้วางแผนทำโปรเจกต์ขนาดใหญ่ แต่วันนี้ชื่อของ ‘ตัน ภาสกรนที’ ถูกพูดถึงอีกครั้งในฐานะผู้ปลุกปั้นแลนด์มาร์กอีเวนต์แห่งใหม่ใกล้พัทยา ภายใต้ชื่อ One Chichan (วันชีจรรย์) ด้วยโปรเจกต์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ที่วางเป้าหมายพัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยว ผสานโรงแรม เวลเนส และสถานที่จัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียวกัน
THE STANDARD WEALTH มีโอกาสร่วมวงสัมภาษณ์แบบใกล้ชิด ถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ดังกล่าว ตลอดจนวิสัยทัศน์ระยะยาวที่เจ้าตัวมองเห็นศักยภาพของพื้นที่ พร้อมวางหมุดหมายให้ วันชีจรรย์ ก้าวขึ้นเป็นเดสติเนชันใหม่ของภาคตะวันออกในอนาคต
ตัน เริ่มเล่าถึงจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ยักษ์ด้วยความเรียบง่ายว่า การตัดสินใจซื้อที่ดิน 160 ไร่ผืนนี้ไม่ได้เกิดจากแผนธุรกิจ แต่เริ่มมาจากความเกรงใจที่อยากจะช่วยพี่สาวให้ได้ค่านายหน้าจากการขายที่ดิน แม้ลึกๆ ในตอนนั้นจะมีนโยบายส่วนตัวว่าจะไม่ซื้อที่ดินเพิ่มอีกแล้ว
แต่เมื่อได้ลงพื้นที่สำรวจกลับพบว่าศักยภาพของที่ดินแปลงนี้โดดเด่นกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งการตั้งอยู่ติดอ่างเก็บน้ำ โอบล้อมด้วยภูเขา และความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่หาได้ยาก จากนั้นจึงตัดสินใจทยอยซื้อที่ดินข้างเคียงเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผืนที่ดินขนาดใหญ่
ยอมรับว่าช่วงนั้นยังไม่มีแผนว่าจะลงทุนสร้างอะไร แต่ในจังหวะเดียวกันนั้น ได้เห็นว่าประเทศไทยกำลังผลักดันโครงการเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) อย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงและการพัฒนาสนามบินอู่เทเภาพอดี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ทำให้มองเห็นภาพในอีก 5-10 ปีข้างหน้าชัดเจนขึ้นว่า พื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นทำเลศักยภาพสูงที่รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในช่วงเวลาเดียวกัน ‘ตัน’ เปรียบเปรยทำเล One Chichan ว่าเป็นเสมือน ‘ทองหล่อแห่งพัทยา’ เพราะแม้จะมีบ้านพักอาศัยอยู่ไม่กี่หลัง แต่เกือบทั้งหมดเป็นบ้านระดับราคา 50-100 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่ามีกลุ่มคนที่มีกำลังซื้อสูงอาศัยอยู่ในพื้นที่จำนวนมาก แต่กลับยังไม่มีการพัฒนาเชิงพาณิชย์มารองรับ
ยิ่งทำให้มองเห็นโอกาสสำคัญจากความว่างเปล่านี้ เพราะเชื่อว่าเมืองที่เจริญแล้วมักจะสร้างอะไรใหม่ๆ ได้ยากเนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่และต้นทุน แต่พื้นที่ว่างคือโอกาสในการออกแบบอนาคตได้ตั้งแต่ต้น
โดยเขาวางหมากให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป แต่ตั้งเป้าหมายใหญ่ให้เป็น ‘Music Festival Destination’ ของประเทศ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของอุตสาหกรรมบันเทิงที่ปัจจุบันกว่า 90% ยังกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และมีสถานที่รองรับผู้ชมระดับหมื่นคนจำกัดเพียงไม่กี่แห่ง
ยกตัวอย่าง อิมแพ็ค อารีน่า และ ราชมังคลากีฬาสถาน หากสถานที่เหล่านี้เต็ม ศิลปินระดับโลกจำนวนมากก็อาจตัดสินใจมองข้ามไทยไปจัดแสดงในประเทศอื่นทันที นั่นหมายถึงการสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจทั้งระบบ
‘ตัน ’ ฉายภาพต่อไปว่า ความตั้งใจสร้าง One Chichan คือการยกระดับมาตรฐานงาน Music Festival ในต่างจังหวัดที่มักประสบปัญหาเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกไม่พร้อม ทั้งห้องน้ำ ที่จอดรถ และการจราจร โดยเขาหยิบยกตัวเลขการเติบโตของธุรกิจนี้มาแสดงให้เห็นว่าหลังโควิด ผู้คนโหยหาประสบการณ์ร่วมมากขึ้น จนทำให้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาด Music Festival เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 65%
ดังนั้นโครงการนี้จึงถูกออกแบบมาให้รองรับงานได้ตั้งแต่ระดับ 2,500 คน ไปจนถึงเมกะอีเวนต์ขนาด 30,000 คน และหากพัฒนาเต็มศักยภาพในอนาคตจะรองรับได้ถึงระดับหลักแสนคน
“เราอยากทำ One Chichan ให้เป็นที่จัดคอนเสิร์ต หรือจัดอีเว้นต์ระดับประเทศ หรือระดับโลก ให้สามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยว Man-Made Destination อีกแห่งหนึ่งของพัทยาที่จะดึงนักท่องเที่ยวมาเยอะๆ ไม่ใช่เพื่อกำไรทางธุรกิจอย่างเดียว จากนี้ไป 5 ปีจะเห็นเมือง อีกเมืองหนึ่งที่ดึงดูดทั้งอีเว้นต์และดึงดูดคนมาเที่ยวได้” ตัน ย้ำ
ส่วนงบลงทุนของโปรเจ็กต์นี้วางไว้ที่ 5,000 ล้านบาท ใช้สร้างทุกอย่างภายในระยะเวลา 5 ปี ซึ่งปัจจุบันใช้ไปแล้วราว 2,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการสร้างโรงแรมใหม่อีก 2 แห่ง และไฮไลต์สำคัญคือการพัฒนาลานกางเต็นท์และพื้นที่รถบ้าน ที่จะขยายเป็น 1,500 หลังในอนาคต เพื่อให้ผู้ร่วมงานสามารถพักค้างคืนได้อย่างสะดวกและปลอดภัยภายใต้ระบบสาธารณูปโภคที่ครบครัน
ส่วนในกระบวนการพัฒนานั้นมุ่งให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่การติดตั้งโซลาร์เซลล์กว่า 300 ต้นเพื่อส่องสว่างในพื้นที่ที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไปจนถึงการเสียสละที่ดินส่วนตัวเพื่อขยายถนนทางเข้าให้กว้างถึง 10 เมตรเพื่อลดปัญหารถติด โดยปัจจุบันงานก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า 70%
อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนสไตล์การทำธุรกิจของ ‘ตัน ภาสกรนที’ ได้ชัดเจนที่สุดคือ แหล่งเงินทุนของโครงการนี้ที่เขามักจะพูดติดตลกว่ามาจากเงินภรรยา ซึ่งหมายถึงการไม่ได้กู้ยืมจากธนาคาร ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยหรือแรงกดดันระยะสั้นแบบบริษัทจดทะเบียน จึงสามารถค่อยๆ ปั้นโครงการให้เติบโตอย่างมั่นคงและรอผลตอบแทนในระยะยาวได้
ยิ่งเห็นภาพชัดว่าโมเดลธุรกิจของ One Chichan ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อผูกขาดกำไรไว้ที่ตัวเขาเพียงคนเดียว แต่ต้องการสวมบทบาทเป็นผู้จุดประกาย ให้เศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียนไปพร้อมกัน พร้อมสนับสนุนให้ชาวบ้านรอบพื้นที่เปิดบ้านเป็น Airbnb ทำที่จอดรถ หรือขายอาหาร เพื่อให้เม็ดเงินกระจายสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ ยังแย้มถึงโปรเจกต์ใหม่ที่กำลังพัฒนาในพื้นที่บางพระ ซึ่งเป็นที่ดินติดทะเล โดยตั้งใจสร้างหมุดหมายใหม่ที่ผสานเสน่ห์ของทำเลชายฝั่งเข้ากับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆนี้


