×

ฉากชีวิตสุดท้าย ศุภชัย ศรีศุภอักษร เผยสาเหตุการเสียชึวิต และย้อนที่มามหากาพย์คดีสหกรณ์คลองจั่น

โดย THE STANDARD TEAM
12.07.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบข่าว ‘ศุภชัย ศรีศุภอักษร’ อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เสียชีวิตแล้วด้วยสภาวะหัวใจล้มเหลวจากหลอดเลือดหัวใจอุดตัน ณ สถาบันโรคทรวงอก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 06.17 น. ขณะรับโทษจำคุกในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

 

 
 

กรมราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวศุภชัยโดยมีกำหนดโทษจำคุก 23 ปี 6 เดือน 20 วัน วันพ้นโทษจำคุกคือวันที่ 19 ตุลาคม 2581 โดยถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวางตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2559

 

กรมราชทัณฑ์เผยสาเหตุ เสียชีวิตด้วยโรคตามธรรมชาติ

 

จากบันทึกข้อมูลทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง การตรวจคัดกรองสุขภาพร่างกายแรกเข้าพบว่าศุภชัยมีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคภูมิแพ้ แพทย์และพยาบาลประจำเรือนจำได้ดำเนินการดูแลรักษา ส่งตรวจอาการ ตรวจผลเลือดทางห้องปฏิบัติการ และส่งตรวจติดตามอาการที่โรงพยาบาลภายนอกมาอย่างต่อเนื่อง

 

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 อาการของศุภชัยทรุดลง จึงมีการนำส่งห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ต่อมาวันที่ 26 มิถุนายน 2569 แพทย์ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้ามีความเห็นให้ส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่สถาบันโรคทรวงอก ศุภชัยได้รับการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตจนกระทั่งเสียชีวิตในเวลาต่อมา

 

หลังการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่เรือนจำได้ประสานแจ้งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรรัตนาธิเบศร์ และเจ้าพนักงานชันสูตรพลิกศพเข้าตรวจสอบ เรือนจำกลางบางขวางได้แจ้งลำดับเหตุการณ์ให้ญาติของศุภชัยรับทราบ คณะกรรมการชันสูตรพลิกศพ ซึ่งประกอบด้วยพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง และแพทย์นิติเวชจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ได้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพเมื่อเวลา 09.21 น. ของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569

 

ผลการตรวจพิสูจน์เบื้องต้นระบุว่าสอดคล้องกับอาการป่วยวิกฤตและเป็นการเสียชีวิตจากโรคตามธรรมชาติ ทางญาติได้รับทราบข้อมูลทั้งหมดและไม่ติดใจสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต กรมราชทัณฑ์ระบุว่าหน่วยงานมีการดูแลสุขภาพของผู้ต้องขังตามมาตรฐานวิชาชีพทางการแพทย์ และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้

 

ย้อนที่มามหากาพย์คดีสหกรณ์คลองจั่น

 

สำหรับที่มาของคดีความ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษ 4 และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เป็นโจทก์ร่วมยื่นฟ้องศุภชัยกับพวกรวม 11 ราย ฐานฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสาร และลักทรัพย์นายจ้าง

 

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เนื่องจากเห็นว่าเป็นการฟ้องซ้ำกับคดีที่ศาลอาญาพิพากษาไปเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 ต่อมาวันที่ 17 มกราคม 2566

 

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าคดีไม่เป็นการฟ้องซ้ำ และลงโทษศุภชัยฐานร่วมกันใช้เอกสารสิทธิปลอม 22 กระทง เป็นจำคุก 44 ปี และความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง 721 กระทง เป็นจำคุก 721 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 20 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) และให้คืนเงินจำนวน 10,812,663,995.29 บาท แก่โจทก์ร่วม ส่วนจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 11 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและให้ลงโทษคงจำคุก 20 ปี

 

ในชั้นศาลฎีกาได้วินิจฉัยแก้เพิ่มว่า ศุภชัยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน รวมทั้งความผิดฐานร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายกระทง แม้โทษรวมตามจำนวนกระทงจะเป็นเวลาหลายร้อยปี แต่เมื่อรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้จำคุกสูงสุด 20 ปี

 

ศาลสั่งให้ศุภชัยคืนเงินแก่ผู้เสียหาย 2,455 ราย เป็นเงินกว่า 5,612 ล้านบาท และคืนเงินแก่โจทก์ร่วมอีกกว่า 10,726 ล้านบาท โดยจำเลยที่ 7 ต้องร่วมรับผิดบางส่วนกว่า 9,000 ล้านบาท

 

คดีนี้เป็นหนึ่งในสำนวนที่ซับซ้อนที่สุดของสำนักงานอัยการสูงสุด เนื่องจากมีธุรกรรมการเงินจำนวนมหาศาล เอกสารบัญชีนับหมื่นหน้า และต้องใช้พยานผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงินเพื่ออธิบายระบบการเงินของสหกรณ์ตั้งแต่ขั้นตอนการระดมทุน การสั่งจ่ายเช็ค และการผ่องถ่ายเงิน

 

สำนวนหลักของคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังเป็นจุดเริ่มต้นของคดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งมีชื่อของพระธรรมชโย และ ณฐพร โตประยูร ปรากฏในสำนวน จากการตรวจสอบพบว่าปลายทางผู้รับเงินตามเช็คคือวัดพระธรรมกายและนายณฐพร โดยมีศุภชัยเป็นผู้สั่งจ่ายเงิน

 

การที่ศาลฎีกาพิพากษาว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ทำให้คดีนี้มีความผิดมูลฐานเพื่อใช้ในการดำเนินคดีฐานฟอกเงินต่อไป รูปแบบการระดมเงินโดยอ้างผลประกอบการทั้งที่มีผลขาดทุนสะสม ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นต้นแบบให้คดีทุจริตในตลาดทุนหลายคดีในปัจจุบัน เช่น กรณีการหลอกลวงนักลงทุนของหุ้นสตาร์ค

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising