ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงวานนี้ (15 สิงหาคม) ว่ากองทัพยูเครนสามารถยึดครองเมืองซุดชา (Sudzha) ในภูมิภาคคุสค์ (Kursk) ทางตะวันตกของรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ หลังปฏิบัติการบุกข้ามพรมแดนล่วงเข้าสู่วันที่ 10 พร้อมจัดตั้งสำนักงานบัญชาการทางทหารในเมืองแห่งนี้ เพื่อรักษากฎระเบียบและความสงบเรียบร้อย และตอบสนองความต้องการเร่งด่วนของประชาชนในพื้นที่
การประกาศยึดครองเมืองซุดชาพร้อมตั้งสำนักงานทางทหารดังกล่าว ถูกจับตามองว่ามีความสำคัญต่อแผนบุกรัสเซีย
โดยก่อนหน้านี้ โอเล็กซานดร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการกองทัพบกยูเครน เผยว่า การตั้งสำนักงานทางทหารในเมืองดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในการดำเนินภารกิจต่างๆ ของกองกำลังทหารยูเครนในภูมิภาคคุสค์
เมืองซุดชาสำคัญอย่างไร?
สำหรับเมืองซุดชา เป็นเมืองเล็กๆ ใกล้ชายแดนในภูมิภาคคุสค์ มีประชากรราว 5,000 คน โดยเป็นจุดที่ยูเครนเลือกเปิดฉากโจมตีเป็นที่แรกหลังยกพลบุกข้ามพรมแดนตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา
เมืองแห่งนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ท่ามกลางการสู้รบระหว่างรัสเซียและโปแลนด์ และได้รับความเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จากการสู้รบระหว่างรัสเซียกับกองกำลังทหารนาซี
โดยปัจจุบันเมืองซุดชาถือเป็นที่ตั้งสถานีสูบก๊าซธรรมชาติแห่งเดียวของรัสเซียที่ส่งผ่านจากไซบีเรียตะวันตกผ่านยูเครนไปยังยุโรป
ขณะที่ซีร์สกีเผยว่า การเลือกตั้งสำนักงานกองทัพในเมืองแห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในการดำเนินภารกิจต่างๆ ของกองกำลังทหารยูเครนในภูมิภาคคุสค์
ยูเครนบุกไปถึงไหน?
จนถึงตอนนี้ซีร์สกีเผยว่า กองทัพยูเครนสามารถเคลื่อนพลผ่านแนวป้องกันของรัสเซียไปได้ไกลกว่า 35 กิโลเมตรจากแนวชายแดน และสามารถยึดครองพื้นที่ในภูมิภาคคุสค์ได้แล้ว 1,150 ตารางกิโลเมตร รวมที่ตั้งชุมชนและหมู่บ้านต่างๆ 82 แห่ง
อย่างไรก็ตาม กระทรวงกลาโหมรัสเซียโพสต์ข้อความทาง Telegram วานนี้ อ้างว่าทหารรัสเซียสามารถยึดคืนหมู่บ้านแห่งแรกคือชุมชนครูเพตส์ คืนจากกองทัพยูเครนได้แล้ว ขณะที่ยังคงเดินหน้าต่อต้านกองทัพยูเครน พร้อมอพยพประชาชนออกจากจุดเสี่ยงต่างๆ
ภาพ: MIC Izvestia / IZ.RU via Reuters
อ้างอิง: