วันนี้ (31 มีนาคม) โสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ได้บรรยายพิเศษเรื่อง ‘เรื่องเล่าของรัฐสภาไทย’ โดยเน้นย้ำความตั้งใจที่อยากเห็นสถาบันนิติบัญญัติเป็นที่พึ่งที่ศรัทธาของประชาชนอย่างแท้จริง
โสภณยอมรับว่า เป็นโจทย์ที่ยากและต้องอาศัยความร่วมมือจากสมาชิกทั้ง 500 ท่าน ตนอยากให้ทุกคนไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับชาวบ้าน ไม่ว่าใครจะปราศรัยเก่งหรือมีบุคลิกอย่างไร ขอให้นำประสบการณ์เหล่านั้นมาหลอมรวมกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อพาประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้
จากประสบการณ์การเมืองกว่า 25 ปี โสภณกล่าวว่า ฝ่ายนิติบัญญัติมักจะขับเคลื่อนได้ช้ากว่าฝ่ายบริหารและตุลาการเสมอ จนทำให้เกิดเสียงตำหนิจากสังคม
“คำวิพากษ์วิจารณ์ผมพร้อมรับหมดเพื่อนำมาปรับปรุง เรามีอาคารรัฐสภาที่โอ่อ่าสมเกียรติแล้ว แต่ตัวสมาชิกเองจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านเห็นว่าเราปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่” โสภณกล่าว
ทั้งนี้ โสภณยังยืนยันว่า จะทำงานร่วมกับรองประธานทั้งสองอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อเป็นต้นแบบของความไว้เนื้อเชื่อใจ และก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านในการสร้างเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาระดับโลก
ส่วนของแนวทางการทำงานยุคใหม่ โสภณมีแนวคิดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการอภิปรายโดยใช้แบบฟอร์มเพื่อประหยัดเวลาในช่วงหารือ รวมถึงการจัดการญัตติต่างๆ ที่ควรนำข้อมูลเก่าที่มีอยู่มาต่อยอดกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่เริ่มต้นใหม่ทุกครั้ง ตนอยากขอความร่วมมือทุกพรรคการเมืองให้ช่วยกันว่ายทวนกระแสการตรวจสอบที่กดดัน เพื่อพิสูจน์เนื้อแท้ของการทำงานและสร้างศรัทธาให้สถาบันของเราอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ทำตามกระแสสังคมไปวันๆ
นอกจากนี้ โสภณยังได้เตรียมปรับปรุงการใช้งบประมาณส่วนที่เหลือจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 ไปในทิศทางใหม่ที่เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งหวังให้สมาชิกใหม่เข้ามาสร้างสีสันและความเข้มแข็ง พร้อมส่งต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์จากภายในสภาไปสู่เยาวชนรุ่นหลัง หมดยุคของอัศวินม้าขาวหรือฮีโร่เพียงคนเดียวแล้ว วันนี้เราต้องสร้างสังคมแห่งความรักและการให้อภัย เพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศต่อไป


