36 ล้านเอนเกจเมนต์! โซเชียลตั้งคำถาม 5 ปมร้อน ‘ประกันสังคม’ จากระบบ 850 ล้าน สู่งบดูงาน-ชุดสูท

31.01.2026
  • LOADING...
ภาพประกอบแสดงสัญลักษณ์สำนักงานประกันสังคมกับประเด็นคำถามเรื่องการบริหารงานและงบประมาณที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่บีบคั้น ‘สิทธิประโยชน์ประกันสังคม’ ได้กลายเป็นฟางเส้นสำคัญที่ผู้คนใช้ยึดเหนี่ยวเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิต แต่ในเดือนแรกของปี 2569 กลับพบแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่เมื่อโลกออนไลน์ตั้งคำถามต่อการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม (สปส.) อย่างดุเดือด จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่ลุกลามไปทั่วทุกแพลตฟอร์ม

 

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลผ่านเครื่องมือ ‘Zocial Eye’ ระหว่างวันที่ 1-29 มกราคม 2569 พบว่ามีข้อความพูดถึงประกันสังคมรวมกว่า 418,614 ข้อความ และมียอดเอนเกจเมนต์สูงถึง 36,504,629 ครั้ง

 

ข้อมูลชี้ชัดว่า Facebook ยังคงเป็นพื้นที่หลักของการพูดถึงประเด็นนี้ (61.93%) ในขณะที่ TikTok (27.93%) กลายเป็นช่องทางกระจายข่าวที่รวดเร็วที่สุด และนี่คือ 5 ประเด็นร้อนที่สะท้อนว่าผู้ประกันตนไม่ได้ต้องการแค่สิทธิ์ในการรักษาฟรี แต่ต้องการความโปร่งใสในการบริหารเงินกองทุน

 

ประเด็นแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนหนักที่สุดคือ วิกฤตระบบล่มมูลค่า 850 ล้านบาท ซึ่งกวาดเอนเกจเมนต์ไปกว่า 8 ล้านครั้ง ความล้มเหลวของระบบสารสนเทศ (Web App) ที่มีมูลค่าการลงทุนมหาศาล แต่กลับเกิดปัญหาขัดข้องและล่าช้า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ที่เดือดร้อนซึ่งไม่สามารถเบิกเงินเยียวยาได้ทันท่วงที

 

จนเกิดเสียงสะท้อนว่า “หักเงินไว แต่พอจะเอาคืน บอกระบบพัง” ชาวเน็ตต่างตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสของโครงการระดับบิ๊กโปรเจกต์นี้ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างจริงจัง

 

ประเด็นที่สองคือ ‘แนวคิดการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร’ ที่ได้รับความสนใจสูงถึง 4.5 ล้านเอนเกจเมนต์ โดยเฉพาะข้อเสนอในการแยก สปส. ออกจากระบบราชการ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินกองทุนที่มีมูลค่ากว่า 2.8 ล้านล้านบาท

 

ประเด็นนี้ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดหลังมีการจัดตั้งคณะกรรมการไตรภาคีเพื่อศึกษาโครงสร้างใหม่ อย่างไรก็ตาม สังคมยังคงถกเถียงและกังวลว่าการขาดกลไกกำกับดูแลที่รัดกุมอาจส่งผลเสียในระยะยาว รวมถึงประเด็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ที่ผู้ประกันตนคาดหวังความโปร่งใสและตรวจสอบได้

 

ประเด็นที่สามเกี่ยวข้องกับความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ ในกรณี ‘ชุดสูท 35 ล้าน – บินดูงานหรู’ ซึ่งมียอดเอนเกจเมนต์รวมกันกว่า 2.7 ล้านครั้ง การจัดซื้อชุดสูทสำหรับเจ้าหน้าที่มูลค่า 35 ล้านบาท และการเดินทางไปดูงานต่างประเทศของผู้บริหาร ถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึงความคุ้มค่าและการจัดลำดับความสำคัญ

 

ในขณะที่สถานะทางการเงินของกองทุนและคุณภาพการบริการผู้ประกันตนยังคงมีปัญหา สิ่งเหล่านี้กลายเป็นกำแพงที่สร้างความไม่เชื่อมั่นและตอกย้ำภาพลักษณ์การใช้จ่ายที่อาจไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน

 

ประเด็นที่สี่คือวิกฤตศรัทธาต่อ ‘ธรรมาภิบาลเงินกองทุน’ จากกรณีการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และหุ้นที่มีปัญหา ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนบนโลกออนไลน์จนกวาดเอนเกจเมนต์ไปถึง 1.6 ล้านครั้ง ความกังวลว่าเงินสมทบจากหยาดเหงื่อแรงงานถูกนำไปบริหารจัดการอย่างไม่โปร่งใส

 

นำไปสู่การเรียกร้องให้มีระบบตรวจสอบที่เข้มงวดและบทลงโทษที่ชัดเจน เพื่อพิสูจน์ว่าเงินทุกบาทจะถูกบริหารเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

ประเด็นสุดท้ายคือ ‘การปรับเพิ่มเงินสมทบ’ ที่มียอดเอนเกจเมนต์กว่า 1.2 ล้านครั้ง เมื่อผู้ประกันตนต้องเผชิญกับการขยายเพดานค่าจ้างสูงสุดเป็น 17,500 บาท ส่งผลให้เงินสมทบรายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 875 บาท

 

แม้ สปส. จะชี้แจงว่าเป็นไปเพื่อเพิ่มฐานเงินบำนาญในอนาคตและเสริมความมั่นคงให้กองทุน แต่ความไม่เชื่อมั่นที่สะสมจากประเด็นอื่นๆ ทำให้เกิดคำถามว่าเงินที่จ่ายเพิ่มไปจะคุ้มค่าหรือไม่ และจะถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใสเพียงใด

 

บทสรุปของปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินสมทบที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเชื่อมั่นและความคาดหวังของผู้ประกันตนที่ต้องการเห็นคุณภาพการบริการและสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้จริง สอดคล้องกับเม็ดเงินที่จ่ายไป

 

เสียงสะท้อนจากโลกออนไลน์คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า ถึงเวลาแล้วที่การบริหารงานของกองทุนประกันสังคมต้องยกระดับความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ เพื่อกู้คืนศรัทธาและเป็นที่พึ่งพิงให้กับแรงงานไทยได้อย่างแท้จริง

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising