วันนี้ (9 มกราคม) ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค กล่าวถึงการหาเสียงช่วงนี้ที่พรรคประชาชนถูกโจมตีและวิพากษ์วิจารณ์ โดยระบุว่า เป็นธรรมดาสำหรับพรรคที่เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง ถ้าไม่มุ่งโจมตีแล้วจะทำอะไร แต่ยังมีอีกหลายวิธี ในการนำเสนอนโยบายแข่งกัน โดยควรหันมาแข่งกันนำเสนอนโยบายอย่างสร้างสรรค์ มากกว่าการโจมตีฝ่ายตรงข้าม
“อยากให้ทุกพรรคเปลี่ยนกลยุทธ์จากรุมกินโต๊ะ มาขายนโยบาย เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก” ศิริกัญญากล่าว
ชี้ ‘ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน’ ไม่ใช่คนนอก เคยทำงานร่วมกับพรรค
ส่วนการเปิดตัวทีมบริหารปฏิรูปภาครัฐและระบบราชการวันนี้ ศิริกัญญายืนยันว่า พรรคประชาชนรอบนี้ เรามีรัฐมนตรี 1 คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ที่จะเปิดตัวคือทีมบริหาร ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นคณะรัฐมนตรีได้ เนื่องจากติดเรื่องข้อกฎหมาย แต่เราต้องการมืออาชีพที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ บวกกับความมุ่งมั่นทางการเมือง เพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปให้เกิดผลดีขึ้น ไม่ใช่แค่เฉพาะสะดวกกับประชาชน แต่ข้าราชการเองก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้ด้วย ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ ขอให้เราติดตามดู
ศิริกัญญาย้ำว่า เหมือนกับทุกครั้งที่เราทำ ไม่ว่าจะเป็นแคนดิเดตหรือผู้สมัคร สส. เราต้องเปิดเผย เพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนว่า ไว้วางใจหรือไม่ มีข้อกังวล ข้อข้องใจอะไร จะได้ถามไถ่ให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ก่อนจะแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรี เราคิดว่าเป็นข้อดี ไม่อย่างนั้นต้องไปลุ้นเอาวันที่มีการทูลเกล้าฯ ว่าจะเป็นใครที่มานั่งเป็นรัฐมนตรีในตำแหน่งอะไรบ้าง เราเปิดเผยและยินดีที่จะรับฟัง อยากให้มีการปรับปรุงอะไรตรงไหนบ้าง
“หนึ่งในเรื่องที่ประชาชนพูดอยู่บ่อยๆ คือไม่รู้ว่า พรรคนี้มีแต่นักการเมืองหน้าใหม่ จะสามารถบริหารได้จริงหรือไม่ จึงเป็นความมุ่งมั่นอย่างหนึ่งว่าเราอยากที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจว่าเรามีมืออาชีพที่อยู่ในพรรค แต่จะแปลงเป็นคะแนนเสียงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนว่าอยากเลือกพรรคที่นำเสนอทีมบริหารตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งหรือไม่” ศิริกัญญากล่าว
ศิริกัญญาเน้นย้ำว่า ไม่ใช่เรื่องของคนนอกหรือคนใน เพราะแต่ละคนทำงานร่วมกับพรรคมาแล้ว เรียกว่าคนนอกคงไม่ใช่ แต่บางคนอาจไม่ถนัดทำงานในฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ถนัดงานบริหารมากกว่า จึงไม่จำเป็นต้องเป็น สส. ก็ได้ ส่วนความยึดโยงกับประชาชนนั้นก็ได้เปิดเผยชื่อให้ประชาชนรับทราบ ถือเป็นการผ่านการพิจารณาโดยประชาชนในระดับหนึ่ง
นอกจากนี้ ยังยืนยันด้วยว่า พรรคประชาชนวางแผนมาก่อนว่าจะมีการเปิดตัวต่อสาธารณะ ส่วนที่พรรคการเมืองอื่นๆ หันมาใช้วิธีการนี้ก็เป็นข้อดีที่ทำให้ประชาชนมีตัวเลือก แต่ระบบของเราแตกต่าง ไม่ใช่มุ้งการเมืองที่มีจำนวน สส. มาแลกกับเก้าอี้รัฐมนตรี เป็นการคัดเลือกจากความรู้ความสามารถ เป็นความต่างที่ไม่มีพรรคไหนสามารถทำได้
ไม่ปิดทางภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล หากยินดีทำตามเงื่อนไข
สำหรับจุดยืนที่พรรคประชาชนเคยบอกว่าจะไม่โหวตให้ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีอีก แต่หากพรรคประชาชนได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 จะสามารถให้พรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ศิริกัญญายืนยันคำเดิมว่า ถึงวันนั้นจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน จะเป็นรัฐบาลพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทย
“ถ้าพรรคประชาชนเราเป็นพรรคอันดับ 1 อย่างไรเราก็คงจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล คงจะไม่ได้โหวตให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีนอกจาก ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ศิริกัญญากล่าว
ส่วนมีโอกาสที่จะให้พรรคภูมิใจไทยมาโหวตให้พรรคประชาชนหรือไม่นั้น ศิริกัญญากล่าวว่า ต้องขึ้นอยู่กับวันนั้นว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และยินดีที่จะทำตามเงื่อนไข วิธีการทำงานต่างๆ และนโยบายของพรรคประชาชนหรือไม่
ขณะที่จะต้องมี MOA อีกฉบับหรือไม่นั้น ศิริกัญญากล่าวติดตลกว่า พูดแล้วก็สะท้อนใจ แต่เราก็ยังยืนยันว่าคงต้องมีการจัดทำอย่างโปร่งใส เปิดเผยต่อประชาชนอยู่แล้ว
“เราเจ็บแล้วจำ คงไม่มีไปเจรจาลับๆ ล่อๆ หรือไปคุยกันบนโต๊ะจีนแน่นอน จะมีการเปิดเผยให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าไม่อยากให้เราต้องถูกหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เลือกพรรคประชาชนให้เป็นรัฐบาลพรรคเดียว” ศิริกัญญากล่าว


