วันนี้ (17 กุมภาพันธ์) ที่ทำเนียบรัฐบาล สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงแนวทางการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) 44 ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่า ตามหลักการแล้วจะต้องรอเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของรัฐบาลชุดใหม่ โดยจะต้องหารือร่วมกับนายกรัฐมนตรีและสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อีกครั้งเพื่อหาข้อสรุป
สีหศักดิ์ระบุอีกว่า หากมีการยกเลิก MOU 44 ต้องมีกติกา ซึ่งมีกฎหมายระหว่างประเทศรองรับอยู่แล้ว เหมือนกับกรณีเจรจาพื้นที่พิพาทกับมาเลเซียที่เราไม่ได้ทำ MOU ทั้งนี้ กระบวนการยกเลิกต้องมีทางเลือกที่ชัดเจน หากกัมพูชาเห็นพ้องด้วยก็จบ แต่หากไม่เห็นด้วยก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเจรจาตามกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้กระทรวงฯ รวบรวมข้อมูลเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
ส่วนกรณีที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อพบกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และร่วมประชุมสภาสันติภาพ (Peace Council) นั้น รัฐบาลไทยไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากไม่อยากสร้างพันธะผูกพันถึงรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และพร้อมชี้แจงโต้กลับทันทีหากพบว่ามีการนำเสนอข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในเวทีโลก
สำหรับการที่กัมพูชาประสานไปยังประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส เพื่อขอเอกสารประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับพรมแดนนั้น สีหศักดิ์ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้สอบถามไปยังฝรั่งเศสเช่นกันว่าเอกสารดังกล่าวคืออะไร ซึ่งไทยก็มีสิทธิ์ที่จะขอสำเนาเอกสารชุดเดียวกันมาตรวจสอบ โดยยืนยันว่ากระทรวงฯ ติดตามเรื่องนี้อยู่
สีหศักดิ์ยังกล่าวถึงเหตุไฟไหม้หลายจุดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาด้วยว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงแล้ว หากมีความจำเป็นกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมที่จะเข้าไปดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีเตรียมนัดประชุม สมช. ในเร็วๆ นี้นั้น สีหศักดิ์ระบุว่า จะเป็นการหารือที่ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อเตรียมความพร้อมด้านข้อมูลในช่วงก่อนส่งมอบงานให้รัฐบาลชุดใหม่


