×

สีหศักดิ์ให้สัมภาษณ์ France24 โต้ข้อกล่าวหากัมพูชาอะไรบ้าง?

24.02.2026
  • LOADING...
สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว France24 ชี้แจงประเด็นข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา

สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ในรายการ Tête à tête ของสำนักข่าว France24 ของฝรั่งเศส โดยตอบคำถามในหลายประเด็นร้อนที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาไทยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการยึดดินแดน ตั้งตู้คอนเทนเนอร์ ไปจนถึงประเด็นโครงการสร้างกำแพงกั้นชายแดน

 

รัฐมนตรีต่างประเทศของไทยชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดภายหลังการหยุดยิง โดยรายละเอียดการสัมภาษณ์มีดังนี้

 

โต้ข้อกล่าวหายึดครองดินแดน

 

พิธีกรรายการถามประเด็นแรก เกี่ยวกับกรณีที่ฮุนมาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวหาว่า ประเทศไทยยึดครองพื้นที่บางส่วนของกัมพูชา ไม่เพียงแค่บริเวณชายแดน แต่ลึกเข้าไปในกัมพูชา เกินกว่าเส้นเขตแดนที่ประเทศไทยอ้างฝ่ายเดียว

 

โดยสีหศักดิ์ ตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า “ข้อเท็จจริงคือ ไทยและกัมพูชาได้ตกลงกันในกรอบของการหยุดยิงว่า กองกำลังของแต่ละฝ่ายจะคงอยู่ในตำแหน่งที่ตนอยู่ในปัจจุบัน และจากนั้นจะทำงานร่วมกันเพื่อไปสู่ข้อตกลงในอนาคตเกี่ยวกับเส้นเขตแดนระหว่างสองประเทศ”

 

พร้อมกันนี้ยังชี้ว่า “ฮุน มาเนต อาจลืมกล่าวถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ก่อนเกิดความขัดแย้งนั้น มีการรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของไทยอย่างชัดเจนจากฝ่ายกัมพูชา”

 

“ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องมองข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน” เขายืนยัน และเสริมว่า

 

“ข้อเท็จจริงในขณะนี้คือ เราต้องทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์ หลีกเลี่ยงการยั่วยุ หลีกเลี่ยงข้อมูลที่ผิดพลาดและการบิดเบือนข้อมูล และรักษาความสงบ เพื่อที่เราจะสามารถเดินหน้าความสัมพันธ์ต่อไปได้ ประเทศไทยเชื่อว่าในที่สุดแล้ว เราต้องอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหมดอย่างสันติ ต้องอยู่ร่วมกันด้วยความมั่งคั่งร่วมกัน และนี่คือเป้าหมายของเรา ผมขอยืนยันเช่นนั้น”

 

แจงไทยไม่ได้รุกล้ำเกินขอบเขต

 

ขณะที่พิธีกรรายการยังระบุถึงประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาพูดว่าทหารไทยได้นำตู้คอนเทนเนอร์และลวดหนามไปตั้งไว้ ในพื้นที่ที่ประเทศไทยเคยยอมรับว่าเป็นดินแดนของกัมพูชา และตั้งคำถามว่า “การที่สีหศักดิ์ กล่าวว่าไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกันข้อตกลงหยุดยิงว่าจะคงอยู่ในตำแหน่งที่เป็นอยู่ เป็นการยอมรับหรือไม่ว่าขณะนี้ทหารไทยอยู่ในดินแดนของกัมพูชา และในตอนนี้จะไม่ถอนทหารออกจากพื้นที่นั้น”

 

โดยสีหศักดิ์ให้คำตอบอย่างชัดเจนว่า “เขาไม่เห็นด้วย เพราะพื้นที่ที่ไทยวางลวดหนามหรือตู้คอนเทนเนอร์นั้น เป็นพื้นที่ที่อยู่ภายในอธิปไตยของไทย” ขณะที่ชี้แจงว่าจุดดังกล่าว “เป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในดินแดนไทยเป็นระยะเวลานาน ซึ่งย้อนกลับไปถึงช่วงความขัดแย้งในกัมพูชา เมื่อครั้งที่ไทยเปิดพรมแดนรับผู้ลี้ภัยจากกัมพูชาประมาณ 400,000 คน แต่หลังจากความขัดแย้งยุติลงและมีการฟื้นฟูสันติภาพแล้ว หมู่บ้านของชาวกัมพูชาจำนวนมากไม่ยอมย้ายกลับไปยังดินแดนของตนเอง”

 

“ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างที่ว่าเรารุกล้ำเกินขอบเขตดินแดนของเรา ผมคิดว่านั่นไม่ถูกต้องอย่างสิ้นเชิง” สีหศักดิ์ ย้ำ

 

สร้างกำแพงชายแดน เพื่อปกป้องอธิปไตย

 

นอกจากนี้ พิธีกรยังถามถึงประเด็นโครงการสร้างกำแพงกั้นแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ที่ อนุอิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้ให้คำมั่นไว้ ว่ายังมีอยู่หรือไม่

 

โดยสีหศักดิ์ ให้คำตอบว่า “ไทยต้องทำในสิ่งที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” ซึ่งรวมโครงการสร้างกำแพงกั้นชายแดนดังกล่าว ในกรณีที่ไทยจำเป็นต้องดำเนินการเชิงป้องกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการรุกล้ำจากฝ่ายกัมพูชา

 

“ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับท่าทีของฝ่ายกัมพูชาอย่างมาก ว่าพวกเขาต้องการแสวงหาสันติกับประเทศไทยจริงหรือไม่ หรือว่ายังคงเลือกเดินบนเส้นทางแห่งความขัดแย้ง”

 

นี่เป็นการตัดสินใจของฝ่ายกัมพูชา เป็นฝ่ายกัมพูชาที่ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศ เป็นฝ่ายกัมพูชาที่แม้หลังการหยุดยิงแล้วก็ยังคงกล่าวอ้างในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง และผมคิดว่าสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายควรทำในขณะนี้คือ การใช้ความอดกลั้น หลีกเลี่ยงการยั่วยุ และเดินหน้าความสัมพันธ์ แต่สิ่งที่ฝ่ายกัมพูชากำลังทำอยู่คือการกล่าวอ้างต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นการถอยหลังมากกว่าการก้าวไปข้างหน้าในความสัมพันธ์ของเรา” สีหศักดิ์ กล่าว

 

ยังมีการพูดคุยกับกัมพูชา

 

พิธีกรยังถามรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยว่าได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาหรือไม่ โดยสีหศักดิ์ ตอบว่า “ได้พูดคุยและติดต่อกับรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชาผ่าน WhatsApp” ซึ่งเขาคิดว่า “เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจจุดชนวนให้เกิดความขัดแย้ง”

 

“ผมพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานของผมอยู่เป็นระยะ ๆ และขณะนี้ประเทศไทยเพิ่งผ่านการเลือกตั้ง และอยู่ในกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชาอยากจะหารือ ผมคิดว่าเราคงต้องรอจนกว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะจัดตั้งเสร็จสิ้น ซึ่งผมก็ได้บอกฝ่ายกัมพูชาไปแล้ว

 

ในระหว่างนี้ เราควรพยายามรักษาความสงบ หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งเพิ่มเติม เพราะความขัดแย้งเพิ่มเติมย่อมหมายถึงความสูญเสียที่มากขึ้น ซึ่งผมไม่คิดว่านั่นจะเป็นผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศ” สีหศักดิ์ กล่าว

 

ส่วนประเด็นที่ฝ่ายกัมพูชากล่าวหาว่ากองทัพเรือไทยสกัดจับเรือประมงกัมพูชา พร้อมลูกเรือ 3 คน ในน่านน้ำของกัมพูชา ซึ่งกองทัพเรือไทยยืนยันว่าไม่ใช่ และเรืออยู่ในน่านน้ำไทยนั้น สีหศักดิ์ชี้แจงว่า “ไทยจำเป็นต้องดำเนินการ หากเรือประมงกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในน่านน้ำของไทย”

 

โดยเขาตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาว่า “เป็นยุทธวิธีที่ฝ่ายกัมพูชาใช้มาโดยตลอด เพื่อกดดันประเทศไทย และพยายามทำให้ประเทศไทยดูเป็นฝ่ายที่ก้าวร้าวกว่า ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย”

 

แจงปมหนุนเมียนมากลับอาเซียน

 

นอกจากนี้ พิธีกรยังถามถึงประเด็นที่สีหศักดิ์ได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา และแสดงความหวังที่จะนำเมียนมากลับเข้าสู่อาเซียน ทั้งที่ยังไม่มีการปฏิบัติตามเงื่อนไขหลายประการ รวมถึงการยุติการสู้รบและการเจรจาอย่างครอบคลุม

 

โดยสีหศักดิ์ ชี้ว่า “เมียนมาได้จัดการเลือกตั้งแล้ว ถึงแม้จะไม่ใช่การเลือกตั้งที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนผ่านทางการเมืองภายในประเทศ” โดยสิ่งที่เขายืนยันคือ ไทยไม่ได้รับรองการเลือกตั้งของเมียนมา แต่เรียกร้องให้เมียนมาเดินหน้าต่อหลังการเลือกตั้งด้วยการเจรจาและการปรองดอง และหวังว่าจะมีการเริ่มต้นกระบวนการสันติภาพ

 

“นี่คือสารที่เราต้องการส่ง ไม่ใช่ว่าเรากำลังกอดรับการเลือกตั้ง ไม่ใช่เลย แต่การเลือกตั้งได้เกิดขึ้นแล้ว นั่นคือความเป็นจริง

 

“ดังนั้นอย่างที่คุณทราบ สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือการเรียกร้องว่า หากพวกเขาต้องการกลับมามีส่วนร่วมอีกครั้ง ฝ่ายเมียนมาก็ต้องพยายามแสดงให้เห็นว่าพวกเขาต้องการกลับมามีส่วนร่วมเช่นกัน

 

มันไม่ใช่เรื่องที่ฝ่ายเดียวเป็นฝ่ายริเริ่ม แต่เป็นเรื่องที่ต้องร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย พวกเขาต้องสานต่อการเจรจา การปรองดอง และสร้างกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน เพราะอย่างที่คุณรู้ ประเทศไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้าน เราต้องการสันติภาพที่ยั่งยืนในเมียนมามันเป็นผลประโยชน์ของเรา และเราต้องทำงานอย่างหนัก คุณรู้ไหม เราไม่สามารถแค่พูดว่า เราหวังว่าจะมีสันติภาพแล้วมันจะเกิดขึ้น เรากำลังทำงานเพื่อสันติภาพและความมั่นคง”

 

อ้างอิง :

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising