วันนี้ (19 มกราคม) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม พานทองแท้ ชินวัตร พร้อมด้วย พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ บุตรชายและบุตรสาวของทักษิณ ชินวัตร พร้อมด้วย ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ และวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ เข้าเยี่ยมทักษิณ ภายหลังถูกคุมขังครบ 4 เดือน เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา
ภายหลังครอบครัวเข้าเยี่ยมทักษิณ ประมาณ 1 ชั่วโมง พินทองทาออกมาเปิดเผยว่า การพูดคุยกับคุณพ่อวันนี้เป็นไปด้วยดี คุณพ่อมีการปรับตัว เนื่องด้วยก็อยู่ด้านในมา 4 เดือนกว่าแล้ว
ส่วนกรณีที่ช่วงนี้ใกล้เวลาการเลือกตั้งใหญ่ 2569 เข้ามาแล้วนั้น ณัฐพงศ์ระบุว่า โดยรวมคุณพ่อก็ยังคงให้กำลังใจผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
สำหรับกรณีที่ในเดือนพฤษภาคมนี้ มีรายงานข่าวจากกรมราชทัณฑ์ว่าทักษิณอาจได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไป พินทองทาระบุว่า ตนได้คุยกับทักษิณในเรื่องนี้ ทักษิณก็บอกเพียงว่า ขอให้เป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ตามกติกาจะได้จบถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เนื่องด้วยทักษิณอายุเกิน 70 ปีแล้ว ท่านก็ควรได้สิทธิพิจารณาในส่วนนี้ตามระเบียบ
ด้านวิญญัติเปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่าทักษิณจะได้รับการพิจารณาพักโทษทั่วไปตรงกับช่วงเดือนพฤษภาคมนั้น เชื่อว่าเป็นกรอบระยะเวลาที่เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ต้องขัง ซึ่งการคุมขังของทักษิณจะครบ 8 เดือน ในวันที่ 8 พฤษภาคม 69 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ตามระเบียบและข้อกฎหมายของกรมราชทัณฑ์ที่หากคุมขังมาแล้ว 2 ใน 3 และเหลือโทษจำคุกเพียง 1 ใน 3
อย่างไรก็ตาม ทางกรมราชทัณฑ์ โดยเรือนจำก็จะมีการสำรวจผู้ต้องขัง ซึ่งทักษิณก็เป็น 1 ในจำนวนที่จะถูกสำรวจว่าเข้าเกณฑ์พักโทษ และเมื่อเป็นไปตามนี้ เรือนจำฯ ก็จะสอบถามผู้ต้องขังว่าอยากใช้สิทธิพักโทษหรือไม่ เมื่อเราแสดงความจำนงในการพักโทษ การปล่อยตัวคุมประพฤติก็ต้องมีเงื่อนไขการปล่อยตัว เช่น อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในความอุปการะของผู้อุปการะ หากจะออกนอกพื้นที่ก็ต้องมีการขออนุญาตเจ้าหน้าที่ เป็นต้น
“มันเป็นสิทธิของผู้ต้องขัง ท่านไม่ได้ใช้อภิสิทธิ์เหนือใคร หรือไปบีบราชการให้สิทธิท่าน ส่วนสถานที่คุมประพฤติ จะเป็นบ้านจันทร์ส่องหล้า ดังเดิมหรือไม่นั้น กระบวนการนี้จะต้องดูว่าบุคคลใดจะเป็นผู้อุปการะ ครั้งที่แล้วในช่วงที่ท่านทักษิณไปนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ สถานที่คุมความประพฤติก็เป็นบ้านของท่านในปัจจุบัน คาดว่าครั้งต่อไปคงจะเป็นเช่นนั้น เพราะว่ามีความสะดวก” วิญญัติกล่าว
ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงยังคงรอคอยการกลับมาของทักษิณ หลังทราบว่าจะได้พักโทษทั่วไปในเดือนพฤษภาคมนี้ วิญญัติกล่าวว่า เรื่องนี้ทักษิณทราบและทักษิณก็ดีใจ ก็เหมือนผู้ต้องขังทุกคนที่นั่งนับวันนับคืน แต่อย่างที่บอกว่ากำลังใจของทักษิณดี และยังมีกำลังใจจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนที่เป็นห่วงเป็นใยท่าน ไม่ใช่เพียงคนเสื้อแดง แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ได้ติดตามข่าวสาร ก็เป็นกำลังใจสำคัญให้ทักษิณอย่างมาก ท่านก็อยู่ได้และปรับตัวได้
วิญญัติกล่าวถึงความคืบหน้าคดีมาตรา 112 ที่ทักษิณถูกอัยการสูงสุดคนปัจจุบันมีคำสั่งอุทธรณ์ให้ฟ้อง ว่า ช่วงก่อนปีใหม่ 2569 ตนได้ยื่นหนังสือไปยังอัยการสูงสุด และเชื่อว่าคงมีการมอบหมายอัยการที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักงานอัยการสูงสุดจะต้องเป็นคนตอบหนังสือของตน ซึ่งถ้าไม่มีการตอบ ก็คงยื่นทวงถามอีกครั้ง ซึ่งการยื่นที่ผ่านมานี้เรายื่นเพื่อขอความเป็นธรรม และเป็นการใช้อำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราพยายามทำให้อยู่ในกรอบเวลา
ส่วนเรื่องที่ตนได้ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุดคนปัจจุบัน อยากให้ท่านได้พิจารณาว่าการใช้อำนาจของท่านชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพราะตอนนั้นท่านก็เป็นรองอัยการสูงสุดและยังนั่งเป็นประธานคณะทำงานพิจารณาคดีมาตรา 112 แม้ท่านจะอ้างว่าไม่ได้ร่วมลงมติก็ตาม แต่ความเห็นของแต่ละคนที่ลงมติไว้ ตนจะขอคัดมาเพื่อนำเสนอต่อศาลให้ได้พิจารณาด้วย และจะขอใช้สิทธิทุกประการในการขอคัดเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ส่วนการอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ของอัยการสูงสุดต่อคดีของทักษิณในการพักโทษทั่วไปในเดือนพฤษภาคมนี้หรือไม่ เพราะมีข้อกังวลว่าอาจมีการขออายัดตัวต่อเนื่องนั้น วิญญัติเปิดเผยว่า ทุกคนต้องเข้าใจตรงกันว่าทักษิณต่อสู้คดีนี้ตามข้อกล่าวหาและศาลก็ได้ยกฟ้องว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่มีความผิด แม้มีการอุทธรณ์โดยอัยการสูงสุดก็เป็นแค่กระบวนการอุทธรณ์ และทักษิณก็ไม่ต้องถูกอายัดตัวหรือไปยื่นขอประกันตัวอีกแล้ว ตนเชื่อว่ากระบวนการนี้เป็นหมายของศาล ส่วนตัวมองว่าไม่น่ามีผลกระทบต่อการพักโทษของทักษิณ






