‘เชลล์’ เดินเกมบุกตลาดน้ำมันเครื่องพรีเมียม เปิดตัว Shell Helix Ultra สูตรใหม่ล่าสุดในไทยเป็นแห่งแรกในอาเซียน ย้ำเบอร์ 1 ตลาดน้ำมันหล่อลื่น รุกขยายฐานวงการมอเตอร์สปอร์ต สู่ B2B กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ AI-EV-Data center พร้อมวางฉากทัศน์ (scenario) ระดับ Global ตั้งรับภาษีทรัมป์-ภูมิรัฐศาสตร์
การเปิดตัวในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นของเชลล์ ซึ่งครองตำแหน่งแบรนด์น้ำมันหล่อลื่นอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 18 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 11.6% ในกลุ่มของน้ำมันที่ใช้กับรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ และในภาคอุตสาหกรรม ผ่านกลยุทธ์ ‘Keep the World Progressing Today for Tomorrow’
ชูแบรนด์น้ำมันพรีเมียม ต่อยอดพันธมิตร Ferrari-BMW-Hyundai
แมนซี ทรีพาธี กรรมการบริหารอาวุโส ฝ่ายธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์ เอเชียแปซิฟิก จำกัด กล่าวว่า เชลล์มุ่งลงทุนด้านนวัตกรรมและการวิจัยระดับโลก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ทันสมัย สอดคล้องเทรนด์ยั่งยืนให้แก่ลูกค้าในกว่า 175 ประเทศทั่วโลก
ดังนั้น จึงพัฒนา ‘Shell Helix Ultra’ สูตรใหม่ ต่อยอดจากความร่วมมือระยะยาว อย่างพันธมิตรระดับโลก Ferrari, BMW และ Hyundai โดยเฉพาะความร่วมมือกับ Ferrari ที่ยาวนานกว่า 75 ปีซึ่งนับเป็นหนึ่งในพันธมิตรที่แข็งแกร่งที่สุด ในวงการมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง มีการแข่งขันตลาดรถยนต์สูง
ซาร่า สมิทธิ์ กรรมการบริหาร ฝ่ายการตลาด ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์ อินเตอร์เนชั่นแนล ปิโตรเลียม จำกัด ระบุเสริมว่า Shell Helix Ultra พัฒนาด้วยเทคโนโลยี PurePlus เป็น ‘เอกสิทธิ์’ เฉพาะของเชลล์ เป็นการนำก๊าซธรรมชาติบริสุทธิ์มากลั่น เป็นน้ำมันพื้นฐานที่สะอาดถึง 99.5% และรองรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ที่ใช้ระบบเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จแบบฉีดตรง ในกระบอกสูบ (Turbocharged Gasoline Direct Injection: TGDI)
ดึงอินฟลูเอนเซอร์ รุกสร้างแคมเปญ เจาะผู้ใช้รถรุ่นใหม่
นอกจากนี้ เชลล์เดินหน้าขยายตลาดใหม่ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง ผ่านกลยุทธ์การสื่อสารทางการตลาดทั้งสื่อ Outdoor และสื่อดิจิทัล การสร้างแคมเปญร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อเข้าถึงผู้ใช้รถรุ่นใหม่และผู้ที่เริ่มใช้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์เป็นครั้งแรก
โดยน้ำมันหล่อลื่นที่ได้การรับรองมาตรฐานล่าสุดจาก 3 สถาบันชั้นนำระดับโลก ทั้งจาก API SQ, ACEA C6, ILSAC GF-7 และผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEMs) ทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่ง ด้านเทคโนโลยีและคุณภาพ ระดับพรีเมียม
ด้านกมลพัทธ์ พหลโยธิน กรรมการบริหาร ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า เชลล์เป็นผู้นำตลาดน้ำมันเครื่อง สำหรับรถยนต์นั่ง (Passenger Car Motor Oil: PCMO) ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า
“การเปิดตัว Shell Helix Ultra สูตรใหม่ ซึ่งไทยเป็นตลาดประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียน เพราะไทยมีการแข่งขันตลาดรถยนต์สูง ดังนั้นนี่คือสูตรเฉพาะ ที่มีจำหน่ายแค่ในไทยเท่านั้น”
ขยายฐานลูกค้ามอเตอร์สปอร์ต สู่อุตสาหกรรมใหม่ AI-EV-Data center
เนื่องจากเรามีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง มีผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่เป็นจุดแข็ง และตอบโจทย์ลูกค้า ด้วยประสบการณ์กว่า 133 ปี ทำให้เชลล์มีพันธมิตร Business-to-Business (B2B) กว่าล้านราย ครอบคลุม 175 ประเทศทั่วโลก
ประกอบกับมีเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายหลักราว 85 ราย และผู้จัดจำหน่าย 1,500 รายทั่วโลก ซึ่งไทยเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ เชลล์ยังคงเดินหน้าดำเนินธุรกิจและปักหมุดประเทศไทย เป็นตลาดหลักน้ำมันหล่อลื่น รวมถึงเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับภูมิภาค
ขณะเดียวกัน เชลล์ มีความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Intel, Microsoft, NVIDIA และขณะนี้อุตสาหกรรมใหม่ของไทยมีการลงทุนด้านนี้จำนวนมาก
ดังนั้น นอกจากจะเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มมอเตอร์สปอร์ต จึงเห็นโอกาสในการเติบโตของกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และกลุ่ม Data Center ความต้องการใช้ AI ซึ่งผลิตภัณฑ์ Shell E-Fluids (Shell EV-Plus) ออกแบบมาเฉพาะสำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า (EV) ที่ใช้ในอุตสาหกรรมนี้
“นี่จึงเป็นโอกาสของรถยนต์ EV ด้วย แม้จะไม่มีความจำเป็นต้องใช้น้ำมัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การใช้งานต้องพึ่งน้ำมันหล่อเย็น (Cooling Oil) น้ำมันเกียร์เป็นองค์ประกอบ หรือโรงงาน ที่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ ที่มีการลงทุนในไทย ทำให้เราต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ ความต้องการของลูกค้ากลุ่ม B2B ได้อีกมาก”
‘เชลล์’ พร้อมวาง scenario ระดับ Global ตั้งรับภาษีสหรัฐฯ-ภูมิรัฐศาสตร์
แมนซี ทิ้งท้ายว่า กรณีของ มาตรการกำแพงภาษี หรือภาษีตอบโต้ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นความท้าทาย แม้ไม่มีผลกระทบกับธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมรับมือระดับ Global มีการติดตามและมอนิเตอร์สถานการณ์ใกล้ชิด
“เราวางฉากทัศน์ (scenario) ครอบคลุมในกรณีที่มีกำแพงภาษีและไม่มีกำแพงภาษี รวมถึงประเมินผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เพื่อให้สามารถวิเคราะห์ผลกระทบต่อธุรกิจในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อเพลิง (Fuels), น้ำมันหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี หรือก๊าซ LNG “
“แม้คู่ค้าบางรายอาจได้รับผลกระทบ บริษัทสามารถสื่อสาร และชี้แจงกับคู่ค้าได้อย่างชัด ขณะเดียวกันพร้อมวิเคราะห์สถานการณ์ ในแต่ละประเทศตามบริบทที่แตกต่างกัน เชลล์พร้อมปรับตัวและเดินเกมอย่างว่องไว รักษาการเติบโตของธุรกิจได้ดี” แมนซี กล่าว