×

7 เรื่องน่าสนใจในซีรีส์ Senna ทาง Netflix

04.12.2024
  • LOADING...
Senna

SPOIL ALERT!! บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาในซีรีส์ Senna ทาง Netflix ทั้ง 6 ตอน

 

ในฐานะคนที่ตามกีฬา F1 มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่เป็นแค่แฟนจนมาเป็นสื่อมวลชน ชื่อของ ไอร์ตัน เซนนา ย่อมเป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ ที่ได้ยิน เทียบเคียงมากับชื่อนักขับระดับตำนานอย่าง มิชาเอล ชูมัคเกอร์, อาแล็ง พรอสต์ หรือ นิกิ เลาดา และการเคยอ่านประวัติของเขา (โดยสังเขป) ก็เป็นทั้งส่วนหนึ่งของความสนใจและเป็นส่วนหนึ่งในอาชีพของนักข่าวกีฬาอยู่แล้ว

 

ไม่แตกต่างกับภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือสารคดีมากมายเกี่ยวกับกีฬา หรือชีวประวัตินักกีฬาที่เคยผ่านตา ซีรีส์ Senna เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ให้ทั้งความสนุก บันเทิง และเล่าเรื่องราวของ ไอร์ตัน เซนนา (หรือที่ในซีรีส์เรียกตามภาษาโปรตุเกสว่า อาร์อีตง เซนนา) ได้อย่างลงตัว

 

ในบางตอน ซีรีส์ทำได้ดีในฐานะสื่อบันเทิง และในบางตอน ก็ทำได้ยอดเยี่ยมในการส่งสารเกี่ยวกับเรื่องราวของตัวเขาเองเช่นกัน

 

แน่นอนว่า Senna ยังไม่ใช่ซีรีส์ที่สมบูรณ์แบบ มันขาดความต่อเนื่องในการเล่าเรื่องบางช่วง และมันยังไม่ได้ตอบคำถามบางอย่างที่ตัวซีรีส์ทิ้งไว้

 

แต่ในฐานะที่เป็นสื่อบันเทิง ซีรีส์ Senna ทาง Netflix สอบผ่านอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะมันไม่ได้เป็นซีรีส์ชีวประวัติอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันยังเล่าออกมาได้อย่างกลมกล่อม ไม่ดราม่าจนเลี่ยน และไม่ได้เวอร์วังจนเกินความจริง

 

ความยอดเยี่ยมนี้เองที่ทำให้ซีรีส์ถูกตั้งคำถามถึงความแตกต่างระหว่างความจริงและสิ่งที่เกิดขึ้นในซีรีส์หลายจุดด้วยกัน แต่นั่นก็ถือเป็นเสน่ห์ของการที่มันถูกสร้างออกมาเป็นซีรีส์ชีวประวัติ

 

และนี่คือ 7 เรื่องน่าสนใจจากซีรีส์ Senna ทาง Netflix

 

 

1. Senna เล่าเรื่องจริงเกี่ยวกับชีวิต ไอร์ตัน เซนนา เกือบทั้งหมด

 

ที่บอกว่า ‘เกือบทั้งหมด’ เพราะมีเรื่องราวบางส่วนในซีรีส์นี้ รวมไปถึงตัวละครบางตัวที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ และอาจจะรวมไปถึงวิธีคิดและมุมมองของเขาที่ต้องได้รับการตีความใหม่ผ่านผู้สร้างซีรีส์นี้ เพราะในบางโมเมนต์ไม่มีใครรู้อย่างแท้จริงว่า ไอร์ตัน เซนนา คิดอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

โดย กาเบรียล เลออนี นักแสดงชาวบราซิลที่รับบทเป็นเซนนา เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาต้องทำการบ้านเกี่ยวกับตัวตนของเซนนาพอสมควร เพื่อให้สามารถตีความสิ่งที่เขาคิดในโมเมนต์ตอนนั้นออกมาได้ในแบบของตัวเอง

 

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวเกี่ยวกับความรัก การแข่งขัน นักแข่ง รวมไปถึงครอบครัวของเซนนา ทั้งหมดในเรื่อง เป็นตัวละครที่มีตัวตนในชีวิตจริงของเซนนาเกือบทั้งหมด

 

2. ความสัมพันธ์ระหว่าง ไอร์ตัน เซนนา กับ อาแล็ง พรอสต์ ที่ถูกเล่าออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

 

ไอร์ตัน เซนนา (หรืออาร์อีตงในซีรีส์) กับ อาแล็ง พรอสต์ ถูกจดจำในฐานะคู่แข่งขันที่มีความไม่ลงรอยกันตลอดอาชีพ และความไม่ลงรอยนั้นกลายเป็นภาพจำว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันอย่างรุนแรง โดยหลักฐานยืนยันในเรื่องนี้คือการที่มีภาพที่ถูกนำเสนอต่อหน้าสื่อว่าทั้งคู่เกือบจะลงไม้ลงมือกันระหว่างอยู่ที่แม็คลาเรน จนพรอสต์ต้องย้ายไปสู่เฟอร์รารีในบั้นปลาย

 

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเกือบสุดท้ายในชีวิตของเซนนา ความสัมพันธ์ที่เลวร้ายของเขากับพรอสต์ได้ถูกแก้ไขให้กลับมาดีอีกครั้ง โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเล่าไว้ในหนังสือ The Life of Senna ซึ่งพรอสต์เป็นคนเล่าด้วยตัวเองว่า หลังการเสียชีวิตของ โรแลนด์ แรตเซนเบอร์เกอร์ ในเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม 1994 (วันที่เซนนาจากไป) เขาได้มาคุยกับพรอสต์ที่วิลเลียมส์ มอเตอร์เฮาส์ ราว 30 นาที

 

พรอสต์เล่าว่า “เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เราได้พูดคุยกันอย่างเป็นปกติ เราทิ้งความแตกต่างระหว่างเราไว้เบื้องหลัง ผมรู้สึกประหลาดใจมาก เพราะปกติแล้วเขา (ไอร์ตัน เซนนา) จะไม่ทักทายผมเลยหากผมเดินผ่านเขา”

 

นอกจากนี้เซนนายังทักพรอสต์ผ่านวิทยุในช่วงการสนทนาก่อนแข่งด้วย โดยกล่าวว่า “สวัสดีเป็นพิเศษถึงอาแล็ง เพื่อนรักของผม พวกเราทุกคนคิดถึงคุณ”

 

ซึ่งฉากน่าประทับใจเหล่านั้นถูกสื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในซีรีส์ แม้ว่าจะมีการเปลี่ยนสถานที่พูดคุยกันระหว่างเซนนากับพรอสต์เล็กน้อยก็ตาม

 

3. ลอรา แฮร์ริสัน เป็นตัวละครที่ถูกแต่งเสริมเพิ่มเข้าไป

 

อีกหนึ่งในตัวเดินเรื่องสำคัญของซีรีส์ Senna คือนักข่าวสาวอย่าง ลอรา แฮร์ริสัน แต่น่าเสียดายที่เธอไม่มีตัวตนจริงและเป็นเพียงตัวละครที่ถูกแต่งเพิ่มเข้าไปเพื่อให้เห็นถึงการทำงานของสื่อที่มีต่อ ไอร์ตัน เซนนา และวิธีที่เขาตอบโต้สื่อมวลชนเมื่อถูกโจมตี

 

นอกจากนี้ ลอรา แฮร์ริสัน ยังเป็นตัวละครที่ช่วยให้ซีรีส์เรื่องนี้จบลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะเธอเป็นคนถามคำถามสำคัญต่อเซนนาว่า ทำไมเขาถึงยังแข่งขันต่อหลังจากที่ประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย ซึ่งคำตอบที่ได้คือสิ่งที่สรุปตัวตนความเป็นเซนนาในซีรีส์ออกมาได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า ลอรา แฮร์ริสัน จะเป็นตัวละครหญิงที่ถูกแต่งขึ้นเพื่อความสมบูรณ์ของเรื่องราว ทว่าตัวละครหญิงอื่นๆ ในเรื่อง ทั้ง ลิเลียน เดอ วาสตอนเซลอส ภรรยาของเซนนา, วิเวียน เซนนา พี่สาวของเขา, เนย์เด ‘ซาซ่า’ เชนนา แม่ของเขา, ซูซา แฟนคนที่ 2 และ อาเดรียเน กาลิตู แฟนคนสุดท้ายของเขา ล้วนแต่มีตัวตนจริงทั้งหมด

 

4. มาร์เซโลไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นเสมือนตัวแทนแฟนวัยเยาว์ของเซนนา

 

แม้ว่าในซีรีส์ ไอร์ตัน เซนนา จะบอกว่าได้รับแรงบันดาลใจในการก่อตั้งสถาบันการศึกษาสำหรับเด็กๆ ในบราซิลระหว่างทางไปพบมาร์เซโลเพื่อขอบคุณที่เขาส่งจดหมายให้แรงบันดาลใจมาก็ตาม แต่ในความจริงแล้วมาร์เซโลก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นจากทีมเขียนบท

 

โดยเหตุผลสำคัญของการสร้างตัวละครมาร์เซโลคือต้องการนำเสนอมุมมองของเด็กๆ ในบราซิลยุคนั้นที่มองเซนนาเป็นเสมือนไอดอลและฮีโร่ของพวกเขา ซึ่งนั่นยังรวมถึงการที่คนในประเทศยึดโยงกับเซนนาผ่านการแข่งขันอย่างมาก สังเกตได้จากฉากที่มาร์เซโลต้องตื่นมาดูเซนนากลางดึก และการร่วมกันเฉลิมฉลองความสำเร็จของเขาเมื่อคว้าชัยชนะหรือได้แชมป์โลก

 

แม้ฉากที่เซนนาไปเจอกับความยากจนของเด็กๆ ในเซาเปาโลระหว่างที่ไปหามาร์เซโลจะเป็นเรื่องแต่ง แต่แนวคิดของเขาที่ต้องการสร้างความเท่าเทียมทางสังคมและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กๆ นั้นเป็นเรื่องจริง ดังนั้นฉากที่เขาคุยกับวิวี่ (วิเวียน เซนนา) เพื่อต้องการดำเนินการเรื่องดังกล่าวจึงเกิดขึ้นจริง

 

นั่นเองที่เป็นจุดเริ่มต้นของ Instituto Ayrton Senna ที่ดำเนินการในการสร้างโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำในบราซิลมาจนถึงปัจจุบัน

 

5. เซนนาตั้งใจแข่งขันในอิโมลา เพื่อแรตเซนเบอร์เกอร์จริง

 

ในตอนสุดท้ายของซีรีส์ มีฉากที่เซนนารับธงชาติออสเตรียมาก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันที่อิโมลา ซึ่งเป็นสนามที่เขาจากไป โดยเขาตั้งใจที่จะนำธงออสเตรียไปโบกหลังจบการแข่งขัน แทนที่ธงชาติบราซิลที่เขาโบกเป็นประจำ เพื่อสื่อถึงการไว้อาลัยให้กับ โรแลนด์ แรตเซนเบอร์เกอร์ เพื่อนนักขับที่จากไปในรอบทดสอบรถ

 

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวในตอนแรกไม่มีใครรับทราบว่าเซนนาตั้งใจพกธงชาติออสเตรียไว้กับตัว จนกระทั่งเขาประสบอุบัติเหตุ แล้วมีการตรวจสอบรถของเขาอย่างละเอียด จึงมีการพบธงดังกล่าว

 

อันที่จริงเซนนาทราบอยู่แล้วว่าสนามที่อิโมลาเป็นสนามที่อันตราย แต่ในตอนนั้นกฎระเบียบด้านความปลอดภัยต่อตัวนักแข่งยังไม่แข็งแรงเท่าในปัจจุบัน ทำให้ไม่มีการใส่ใจเกี่ยวกับสภาพสนามและอุปกรณ์ป้องกันอันตรายมากเท่าที่ควร ดังนั้นการจากไปของเขากับแรตเซนเบอร์เกอร์เป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้ F1 และสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA ใส่ใจความปลอดภัยมากขึ้น

 

6. แม็กซ์ มอสลีย์ ประธาน FIA ไม่ได้ไปงานศพของเซนนา

 

ซีรีส์ Senna จบลงหลังจากที่เขาจากไปด้วยอุบัติเหตุ ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของครอบครัว คนที่รู้จักและสนิทกับเขา รวมไปถึงชาวบราซิลอีกมากมาย

 

งานศพของเขาที่บราซิลเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่ ชาวบราซิลมากมายมารอส่งเขาเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งตามรายงานระบุว่ามีคนราว 3 ล้านคนเลยทีเดียวที่มาร่วมงานศพของเขา

 

อย่างไรก็ตาม หนึ่งคนที่ไม่ได้ไปงานศพของเขาคือ แม็กซ์ มอสลีย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานของ FIA คือคนสำคัญที่ไม่ได้ไปปรากฏตัวในงานศพของเซนนา

 

โดยมอสลีย์ให้เหตุผลว่า “ทุกคนไปร่วมงานศพของเซนนา” แล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปและเลือกที่จะไปงานศพของ โรแลนด์ แรตเซนเบอร์เกอร์ แทน

 

อย่างไรก็ตาม มีข่าวลือว่าสาเหตุที่มอสลีย์ไม่ไปร่วมงานศพของเซนนาเพราะรู้สึกผิดเกินกว่าที่จะไปร่วมงานศพได้ เนื่องจากที่ผ่านมาเซนนาพยายามผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยมาแล้วหลายครั้ง แต่ตัวเขาเลือกที่จะปฏิเสธคำร้องดังกล่าวจนนำมาสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ด้วย

 

7. เซนนาจากไปอย่างยิ่งใหญ่ และความตายของเขาก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย

 

แม้จะจากไปอย่างที่ไม่มีใครต้องการให้เกิด แต่ความตายของ ไอร์ตัน เซนนา นำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมากมาย โดยทั้งหมดล้วนแต่เป็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ทั้งการก่อตั้งสหพันธ์นักขับกรังด์ปรีซ์ หรือ GPDA ที่ลุล่วง ซึ่งองค์กรดังกล่าวคือองค์กรที่คอยมาพิทักษ์สิทธิประโยชน์โดยเฉพาะในแง่ความปลอดภัยให้กับนักแข่ง

 

โดยเซนนาเป็นผู้กระตุ้นให้ อาแล็ง พรอสต์ รับหน้าที่ประธานสมาคมนี้ในวันที่เขาจากไป และสมาคมนี้ถูกก่อตั้งอย่างเป็นทางการในเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังการจากไปของเซนนา และมีการเปิดตัว GPDA ก่อนการแข่งขันโมนาโกกรังด์ปรีซ์ปี 1994 โดยมีสมาชิกเป็นนักขับระดับตำนานในตอนนี้ ทั้ง มิชาเอล ชูมัคเกอร์, เกร์ฮาร์ด แบร์เกอร์, มาร์ติน บรันเดิล และ นิกิ เลาดา

 

นอกจากนี้ ความตายของเขายังช่วยให้ครอบครัวของเขาก่อตั้ง Instituto Ayrton Senna ที่คอยช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสและเยาวชนที่ยากไร้ในบราซิลตลอด 30 ปีที่ผ่านมาด้วย

 

ทั้งหมดเกิดขึ้นจากตัวของชายที่มีชื่อว่า ไอร์ตัน เซนนา ที่แม้ว่าเขาจะจากไปแล้ว แต่ก็ยังฝากสิ่งสำคัญเป็นมรดกให้กับวงการ F1, บราซิล และโลกใบนี้ไว้อย่างยิ่งใหญ่ต่อไป

 

ภาพ: Netflix

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising
X