ลีซา และ แอนโทนี ดิเอลี กำลังเก็บเงินประมาณเดือนละ 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 32,280 บาท) ให้กับลูกสาววัย 7 ขวบของพวกเขา ที่ชื่อว่า โซอี้ (Zoey) แต่เงินจำนวนนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัย แต่มีไว้เพื่อสนับสนุนลูกสาวของพวกเขาในวันที่เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ต้องยืนด้วยลำแข้งของตัวเองแล้ว
นี่คือแนวคิดทางการเงินรูปแบบใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในสังคมอเมริกัน ซึ่งมองว่าการช่วยเหลือลูกที่โตแล้วไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นสิ่งจำเป็นในยุคสมัยนี้ ครอบครัวดิเอลีจึงตัดสินใจที่จะเริ่มต้นวางแผนเพื่ออนาคตของลูกสาวตั้งแต่เนิ่นๆ เนื่องจากลีซาเองเคยจบการศึกษาในช่วงภาวะเศรษฐกิจถดถอยปี 2007-09 และต้องเผชิญกับปัญหาหนี้บัตรเครดิต เธอจึงไม่อยากให้ลูกต้องเจอกับสถานการณ์เดียวกัน “ฉันอยากให้ลูกรู้สึกว่าเธอมีทางเลือกในชีวิต” ลีซากล่าว
ไม่ว่าพวกเขาจะวางแผนไว้หรือไม่ก็ตาม ผู้ปกครองจำนวนมากก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ผลสำรวจจาก Pew Research Center ในปี 2024 พบว่าเกือบ 60% ของผู้ปกครองที่มีลูกอายุระหว่าง 18-34 ปี ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ลูกๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายได้ขยายยาวไปถึงช่วงวัยผู้ใหญ่ตอนต้นแล้ว
ความช่วยเหลือดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่ค่าที่อยู่อาศัย, การชำระหนี้สิน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอย่างค่าอาหาร โดยรายงานจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติชี้ว่า 1 ใน 3 ของผู้ซื้อบ้านกลุ่มมิลเลนเนียลตอนต้นได้รับความช่วยเหลือค่าดาวน์จากครอบครัว และบางครั้งความช่วยเหลือยังขยายไปถึงค่าดูแลหลาน, ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือแม้กระทั่งค่าท่องเที่ยวอีกด้วย
แต่ท่ามกลางกลุ่มผู้ปกครองที่มีความพร้อมทางการเงิน ก็ดูเหมือนจะเกิดความรู้สึกยอมรับใน ‘ความเป็นจริง’ รูปแบบใหม่นี้มากขึ้น เมื่อค่าเช่าบ้านที่พุ่งสูง, ค่าเล่าเรียนที่แพงขึ้นมหาศาล และตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นที่หายากขึ้น ได้ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อที่จะสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับตัวเอง
แพทริก ฮิวอี้ ที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่า “ผมคิดว่าผู้ปกครองมองเห็นสถานการณ์นี้และพูดว่า ‘ฉันมีความสามารถที่จะช่วยได้’” ซึ่งเป็นผลมาจากช่องว่างทางเศรษฐกิจระหว่างยุคสมัยที่กว้างขึ้นอย่างน่าตกใจ ข้อมูลชี้ว่าแม้รายได้ที่ปรับตามเงินเฟ้อแล้วของชาวอเมริกันจะเพิ่มขึ้นเพียง 18% จากปี 1980 แต่ค่าที่อยู่อาศัยกลับพุ่งสูงขึ้นกว่า 400%, ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นเกือบ 700% และค่าเล่าเรียนกับค่าดูแลเด็กก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่า
โรเบิร์ต เพอร์ซิชิตต์ ที่ปรึกษาทางการเงินอีกคนหนึ่งมองว่าภารกิจของเขาคือการทลายกำแพงความคิดที่ว่าการช่วยเหลือลูกที่โตแล้วเป็นเรื่องผิด เขาเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยอาศัยอยู่กับคุณยายโดยไม่เสียค่าเช่าจนถึงอายุ 26 ปี ทำให้สามารถเก็บเงิน 30,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 968,400 บาท) และซื้อบ้านได้ก่อนอายุ 30
“ผมคิดว่าคุณต้องเลือกระหว่างการยอมปล่อยให้ลูกๆ ของคุณต้องดิ้นรนอย่างหนัก หรือเริ่มเก็บเงินให้พวกเขาเสียตั้งแต่วันนี้” เพอร์ซิชิตต์กล่าว เขายังได้ช่วยครอบครัวดิเอลีคำนวณว่า หากพวกเขาเริ่มออมเงินเดือนละ 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 64,560 บาท) ในตอนนี้ ก็จะสามารถสร้างเงินกองทุนที่จ่ายเงินให้ลูกสาวได้ถึงเดือนละ 3,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 96,840 บาท) ไปได้ตลอดชีวิต
ครอบครัวดิเอลีได้เริ่มออมเงินให้โซอี้ตั้งแต่เธออายุ 5 ขวบ โดยเริ่มจากเงินเพียงสองสามร้อยดอลลาร์ต่อเดือน และวางแผนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามรายได้ที่สูงขึ้น ลีซายังเล่าอีกว่า ก่อนจะตัดสินใจ เธอได้ลองสอบถามความเห็นจากญาติๆ ว่า หากให้เลือกระหว่างการได้เรียนโรงเรียนเอกชนกับการได้รับเงินรายเดือนไปตลอดชีวิต พวกเขาจะเลือกอะไร ซึ่งทุกคนต่างเลือกเงิน
บางครอบครัวมองว่าการสนับสนุนลูกในลักษณะนี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเรื่องมรดกแบบดั้งเดิม แทนที่จะรอให้เสียชีวิตก่อนแล้วค่อยส่งมอบทรัพย์สมบัติให้ลูกหลาน ทำไมไม่มอบความช่วยเหลือให้พวกเขาในตอนที่ยังต้องการมากที่สุดในชีวิต
ไคลา โฮลคอมบ์ คุณแม่ลูกสามกล่าวว่า “ฉันจะสามารถช่วยพวกเขาได้อย่างไรในตอนที่ฉันยังมีชีวิตอยู่ ในช่วงเวลาที่พวกเขายังเด็ก และต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด?” ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทำให้เธอและสามีเริ่มเปิดบัญชีลงทุนให้ลูกๆ แต่ละคน พร้อมทั้งวางแผนที่จะดึงเงินจากส่วนอื่นมาช่วยในเหตุการณ์สำคัญของชีวิต เช่น งานแต่งงานหรือการซื้อบ้านหลังแรก
ในทางกลับกัน ก็มีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ ‘วางแผน’ สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ล่วงหน้า เมลินดา เคลส์ คุณครูมัธยมปลายคนหนึ่งต้องรับผิดชอบทั้งค่าบ้าน, ค่ารถ และค่าเล่าเรียนให้กับลูกสาววัย 24 ปีของเธอ ซึ่งสร้างแรงกดดันทางการเงินอย่างหนักจนทำให้เธอต้องลดเงินออมเพื่อการเกษียณของตัวเองลงครึ่งหนึ่ง
เมลินดาได้ข้อสรุปจากประสบการณ์ของเธอว่า หากเป็นไปได้ ผู้ปกครองควรจะมีบัญชีออมทรัพย์พิเศษเผื่อไว้สำหรับช่วงที่ลูกๆ กำลังจะเริ่มสร้างตัวด้วย เธอกล่าวทิ้งท้ายด้วยประโยคที่น่าคิดว่า การเก็บเงินให้ลูกแค่ 18 ปีแล้วหยุดไปนั้น “ก็เหมือนกับการเก็บเงินไปเที่ยวพักผ่อนโดยบอกว่าคุณจะเก็บแค่ค่าโรงแรมเท่านั้นแหละ”
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.28 บาท ณ วันที่ 29 สิงหาคม 2568
ภาพ: Rawpixel.com / Shutterstock
อ้างอิง: