สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียเตรียมขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวันจนถึงสิ้นเดือนกันยายน จากเดิมที่กำหนดไว้สิ้นเดือนสิงหาคม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวจะทำให้ซาอุผลิตน้ำมัน 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับเป็นกำลังการผลิตที่ต่ำที่สุดในรอบหลายปี และจะเป็นการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจจำนวน 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเป็นเดือนที่ 3 นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ในฐานะผู้นำกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ของโลกและพันธมิตร หรือโอเปกพลัส (OPEC+) มาตรการดังกล่าวที่ซาอุทำร่วมกับบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพและความสมดุลของตลาดน้ำมัน
ขณะที่รัสเซีย หนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ในฐานะพันธมิตรของกลุ่ม OPEC+ ยังกล่าวว่าจะขยายขอบเขตการควบคุมการส่งออก แต่จะเป็นการลดขนาดลงเล็กน้อยเท่านั้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่งจะฟื้นตัวเพียงไม่นาน โดยขยับขึ้นมาอยู่เหนือระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน เนื่องจากได้แรงผลักดันจากอุปสงค์เชื้อเพลิงฟื้นตัวหลังโควิดระบาด บวกกับมาตรการควบคุมการผลิตโดยกลุ่มประเทศ OPEC+ ทำให้ตลาดน้ำมันดิบโลกตึงตัวขึ้น
อย่างไรก็ตาม Bloomberg Economics กล่าวว่า ด้วยแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงคลุมเครือและการเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างมากของจีน บวกกับความกังวลต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐอเมริกา ทำให้ซาอุไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนปรนมาตรการคุมราคาน้ำมันในขณะนี้
นอกจากนี้ รัฐบาลกรุงริยาดอาจต้องการพยุงราคาน้ำมันให้สูงถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อให้ครอบคลุมการใช้จ่ายของรัฐบาลในช่วงเวลานี้ โดยมีรายงานจากซาอุระบุถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลซาอุอาจตัดสินใจขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ หรือปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพุ่งขึ้นมากถึง 2.1% หลังจากการประกาศของซาอุเมื่อวันพฤหัสบดี (3 สิงหาคม) ทำให้ราคาซื้อขายอยู่ใกล้ระดับ 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
การตัดสินใจที่จะขยายการลดกำลังการผลิตเป็นไปตามความคาดหวังของผู้ค้าและนักวิเคราะห์ที่สำรวจโดย Bloomberg เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากบรรดาประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่ต้องการให้ซาอุผ่อนปรนมาตรการการผลิตดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอาจสร้างปัญหาให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง และขัดขวางความพยายามของธนาคารกลางที่กำลังจัดการกับเงินเฟ้อโดยหลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะถดถอย
รัฐบาลซาอุตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อช่วงต้นฤดูร้อนที่ผ่านมา โดยเป็นการดำเนินการเพียงฝ่ายเดียวของซาอุ ขณะที่สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่ม OPEC+ ไม่ได้ลดกำลังการผลิตใดๆ เนื่องจากมีการสูบฉีดน้ำมันได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นจึงไม่น่าจะลดปริมาณน้ำมันลงอีก
ขณะเดียวกันทาง อเล็กซานเดอร์ โนวัก รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย เปิดเผยว่า รัสเซียเตรียมจะลดการส่งออกน้ำมันจำนวน 3 แสนบาร์เรลต่อวันในช่วงเดือนกันยายน จากปริมาณการส่งออก 5 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม กลายเป็นแรงกดดันให้ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นอีกในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ ในวันนี้ (4 สิงหาคม) ซาอุและรัสเซียจะเข้าร่วมการประชุมออนไลน์เพื่อพิจารณาทบทวนเงื่อนไขตลาดน้ำมันกับสมาชิกรายอื่นๆ ของกลุ่ม OPEC+ ท่ามกลางการจับตามองจากบรรดานักลงทุน โดย 23 ชาติสมาชิก OPEC+ มีแผนที่จะพบปะหน้ากันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
อ้างอิง: