วันนี้ (26 มีนาคม) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้จัดพิธีสวดพระพุทธมนต์และพิธีทำบุญครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์อาคารสำนักงานแห่งใหม่ทรุดตัวระหว่างการก่อสร้างจากเหตุแผ่นดินไหว โดยมี เฉลิมพล เพ็ญสูตร ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมด้วยคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ตลอดจนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และลูกจ้าง เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
บรรยากาศในช่วงเช้าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลา 06.30 น. ด้วยพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานฯ ได้แก่ พระพุทธโสธร อ.อ.ป., พระพุทธธรรมาภิบาล ญ.ส.ส., รวมถึงถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
ต่อมาในเวลา 07.00 น. ได้มีการถวายภัตตาหารเช้าแด่คณะสงฆ์จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดเสมียนนารี พระอารามหลวง รวม 10 รูป ณ ห้องวรพากษ์พินิจ ก่อนที่ในเวลา 08.00 น. คณะสงฆ์จะประกอบพิธีสวดพระพุทธมนต์ ณ ห้องดำริอิศรานุวรรต จากนั้นในเวลา 10.00 น. ได้รับความเมตตาจาก พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่พระมหาศิลา สิริจันโท) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน (ธรรมยุต) จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นประธานสงฆ์ในการประกอบพิธีทำบุญและแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล
สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมายและการจัดการผลกระทบจากโศกนาฏกรรมดังกล่าว ผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมยืนยันแน่ชัดว่า การทรุดตัวของอาคารเกิดจากแรงเฉือนของแผ่นดินไหว ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อโครงสร้างอาคารที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง
ขณะนี้พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้แล้ว โดยมีการรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรัดกุมกว่า 40,000 แผ่นเพื่อใช้ในชั้นศาล ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้เข้ามาสอบสวนพบความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว และได้ส่งสำนวนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตต่อหน้าที่ให้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการชี้มูลความผิดต่อไป
สตง. ระบุว่าได้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบไปแล้วรวมมูลค่ากว่า 129 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงสะท้อนจากครอบครัวผู้เสียชีวิตบางส่วนที่มองว่า การเยียวยาที่ได้รับยังไม่เหมาะสมกับความสูญเสีย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำไปพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้สตง. ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า จะไม่มีการเดินหน้าก่อสร้างอาคารสำนักงานต่อในพื้นที่เดิม โดยเตรียมดำเนินการส่งมอบพื้นที่ทั้งหมดคืนให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ต่อไป







